"ถ้าคุณแม่ของพี่ธามจะยื่นเช็คฉบับนั้นแล้วบอกให้ผมเลิกยุ่งกับลูกชายท่าน... ผมควรจะเซ็นรับเงินสิบล้านแล้วเดินเชิ่ดหน้าออกไป หรือควรฉีกมันทิ้งแล้วเล่นบทนางเอกละครหลังข่าวดีล่ะครับ คุณประธาน"
น้ำเสียงของขิมไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มพรายที่ระบายอยู่บนเรียวปากบางกลับเจือแววท้าทายแพรรพราว ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังเบื้องหน้า—ประตูบานคู่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงของห้องรับรองใหญ่ภายในคฤหาสน์ตระกูลภูริวัฒน์ ที่อีกเพียงไม่กี่วินาทีข้างหน้า มันกำลังจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้มีอำนาจสูงสุดของบ้าน
ธามหยุดฝีเท้าที่ก้าวเดินเคียงคู่กัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยฉายแววไม่พอใจระคนเอ็นดูระAก เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวรั้งให้ร่างโปร่งถอยเข้ามาชิดกายมากขึ้น กลิ่นกายหอมสะอาดของคนตัวเล็กกว่าคลุกเคล้ากับความตึงเครียดรอบตัว ยิ่งทำให้สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวประธานหนุ่มพุ่งพล่านถึงขีดสุด
"อย่ามาพูดเล่นในเวลาแบบนี้นะครับ, ขิม" ธามกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ฝ่ามือหนากระชับเอวบางแน่นขึ้นราวกับจะถ่ายทอดความมั่นคงให้ "คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้พาคุณมาเพื่อรับเช็ค หรือให้ใครหน้าไหนมาดูถูกคุณทั้งนั้น... ถ้าใครกล้าพูดจาไม่เข้าหูคุณแม้แต่คำเดียว ผมนี่แหละจะเป็นคนพาคุณเดินออกจากบ้านหลังนี้ด้วยกัน และตระกูลภูริวัฒน์ก็เตรียมตัวรับมือกับความพินาศทางธุรกิจได้เลย"
ขิมหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ในความเผด็จการแบบไม่เกรงใจฟ้าดินของอีกฝ่าย และ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะกับความปกป้องคุ้มครองที่คนปากร้ายมอบให้
"ปากคอเรานี่มันน่าตีให้ลายจริงๆ นะครับ... คลั่งรักผมจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเลยหรือไง" ขิมกระซิบกระซาบชิดริมฝีปากหยัก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนธามต้องขบกรามแน่น สกัดกั้นแรงอารมณ์บางอย่างที่อยากจะก้มลงไปลงโทษคนช่างยั่วเสียให้เขדיดกลางโถงทางเดิน
แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมระหว่างคนทั้งสองจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มกังวานทรงอำนาจก็ดังขัดขึ้นจากด้านหลังประตู
"ยืนกระหนุงกระหนิงอะไรกันอยู่ตรงนั้น ถ้าเข้ามาแล้วเชิญนั่ง... ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมารอดูพวกเธอแสดงความรักให้ดูหรอกนะ"
ประโยคเดียวจาก คุณหญิงรัชนี ประธานกิตติมศักดิ์และผู้คุมบังเหียนที่แท้จริงของอาณาจักรภูริวัฒน์ ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ช่องโหว่ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งโอบประคองแผ่นหลังของขิมให้ก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไปพร้อมกันอย่างสง่างาม
ภายในห้องรับรองตกแต่งด้วยศิลปวัตถุล้ำค่า บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน บนโซฟาหนังแท้ตัวยาว คุณหญิงรัชนีนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาคมกริบราวกับผ่านโลกมามากกวาดมองเด็กหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้ตระกูลมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ข้างกายท่านมีพิมพ์ชนก อดีตคู่หมั้นสาวที่นั่งจัดระเบียบกระโปรงด้วยรอยยิ้มหยันที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"สวัสดีครับคุณหญิง..." ขิมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล กิริยามารยาทนอบน้อมแต่ไม่ก้มหัวจนเกินงาม สองมือยกขึ้นไหว้ได้อย่างงดงามไร้ที่ติ ทำเอาคุณหญิงรัชนีที่ตั้งใจจะหาเรื่องตำหนิถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"นั่งสิ..." คุณหญิงพยักเพยิดพิกัดฝั่งตรงข้าม "ฉันแปลกใจไม่น้อยนะที่คุณธามกล้าพาเธอมาเหยียบที่นี่ หลังจากข่าวฉาวโฉ่ครômกระดานธุรกิจเมื่อเดือนก่อน... รู้ตัวไหมว่าการกระทำของเธอสร้างความเสียหายให้ตระกูลเราเท่าไหร่"
ธามขยับตัวเตรียมจะสวนกลับทันที ทว่าขิมกลับเอื้อมมือไปแตะหลังมือหนาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาของผู้ทรงอิทธิพลแห่งภูริวัฒน์อย่างไม่เกรงกลัว
"ผมกราบขออภัยด้วยครับคุณหญิง สำหรับเรื่องวุ่นวายที่ผ่านมา..." ขิมเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "แต่หากจะพูดถึงความเสียหาย... ผมคิดว่าเราต้องมองให้รอบด้านครับ การที่ชื่อของผมเข้ามาพัวพัน ไม่ได้แปลว่าผมเป็น ‘ภาระ’ หรือ ‘จุดด่างพร้อย’ เสมอไป หากแต่มันคือบทพิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตของคนที่เป็นผู้นำต่างหากครับ"
พิมพ์ชนกแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทนฟังต่อไปไม่ไหว "นี่เธอ... กล้าดียังไงมาสั่งสอนคุณหญิง พูดจาฉะฉานเกินเด็กไปหน่อยไหม สถานะของเธอตอนนี้เป็นแค่..."
"พิมพ์ชนก..." คุณหญิงรัชนียกมือขึ้นปรามคู่หมั้นเก่าของลูกชายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้คุณหนูตระกูลดังหุบปากฉับทันที "ปล่อยให้เขาพูดให้จบ... ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าเด็กที่ธามยอมเอาอนาคตบริษัทมาเดิมพัน จะมีน้ำยาแค่ไหน"
ขิมยิ้มรับบางๆ ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดเชือดเฉือนนั้นแม้แต่น้อย เขาดึงเอกสารฉบับหนึ่งที่เตรียมมาอย่างดีออกจากกระเป๋าเอกสาร วางลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ หรือพิสูจน์ว่าผมคู่ควรกับคุณธามในแง่ของฐานะทางสังคมครับ..." ขิมดันแฟ้มเอกสารเลื่อนไปตรงหน้าคุณหญิงรัชนี "นี่คือโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่ค้าปลีกย่านใจกลางเมือง ที่ผมใช้เวลาศึกษาและระดมทุนร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติจนสำเร็จ... และผมตั้งใจจะมอบสิทธิ์การถือหุ้นส่วนใหญ่ให้กลุ่มบริษัทภูริวัฒน์เป็นอันดับแรก"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขีดคั่น ธามหันขวับมามองคนข้างกายด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าขิมแอบซ่อนไพ่ใบนี้ไว้ในมือ
คุณหญิงรัชนีขมวดคิ้วมุ่น ก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ สายตาฝ้าฟางแต่เฉียบคมกวาดอ่านตัวเลขและแผนผังโครงการอย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่าน สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่ก็ยิ่งคลายลงทีละน้อย จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด
นี่ไม่ใช่แค่แผนธุรกิจธรรมดา... แต่มันคือน่านน้ำใหม่ทางธุรกิจที่ตระกูลภูริวัฒน์กำลังมองหาช่องทางเจาะตลาดอยู่พอดี!
"เธอ..." คุณหญิงเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เอาแผนการนี้มาจากไหน... คนระดับเธอ คิดโปรเจกต์ระดับนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวงั้นหรือ"
"ผมไม่ได้ทำคนเดียวครับ... ผมมีทีมที่ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผมมีแรงขับเคลื่อนที่อยากจะพิสูจน์ให้คนที่มองผมด้วยอคติได้เห็นว่า... ขิมา คนนี้ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา และไม่เคยคิดที่จะเกาะใครกินครับ" ขิมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ธามมองเสี้ยวหน้าของคนรักด้วยหัวใจที่พองโตจนแทบระเบิด ความรู้สึกภูมิใจ คลั่งรัก และหลงใหลตีรวนอยู่ในอกจนอยากจะดึงร่างโปร่งนี้เข้ามากอดฟัดให้หายหมั่นเขี้ยว ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด ทันคน และจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ สมฐานะว่าที่ภรรยาของประธานหนุ่มแห่งภูริวัฒน์เสียจริง!
คุณหญิงรัชนีวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะช้าๆ ท่านนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ บรรยากาศกดดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของผู้ผ่านโลกมามาก
"ปากกล้า... หัวดี... แถมยังรู้จังหวะเล่นเกมธุรกิจ" คุณหญิงส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะปรายตามองบุตรชายที่นั่งยิ้มหน้าบานไม่หุบ "เหอะ... สมแล้วล่ะมั้งที่ตาธามมันยอมเทหมดหน้าตักขนาดนี้... ดี! ในเมื่อเธอเอาผลงานมาช1พะต่อหน้าฉันแบบนี้แล้ว ฉันก็ไม่ใช่คนใจดำพอที่จะปฏิเสธโอกาสทางธุรกิจ... ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเธอ..."
ท่านเว้นจังหวะเล็กน้อย เหลือบมองพิมพ์ชนกที่หน้าเสียเผือดสี ก่อนจะหันมาสบตาขิมตรงๆ
"ถ้าพิสูจน์ตัวเองได้มากขนาดนี้ ก็ลองทำตัวให้สมกับที่เป็นคนข้างกายของประธานภูริวัฒน์ก็แล้วกัน... อย่าให้ฉันต้องมาตามแก้ปัญหาให้อีกเป็นครั้งที่สอง"
ขิมคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างโล่งใจ โค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณครับคุณหญิง ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนครับ"
การเจรจาลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลายและธามกำลังจะเอื้อมมือมาโอบไหล่ขิมเพื่อเตรียมตัวลากลับนั้นเอง...
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธามก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
ประธานหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด กดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ แต่ปรากฏว่ามันกลับสั่นรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยเบอร์เดิมซ้ำๆ
"รับเถอะครับ เผื่อมีเรื่องด่วน" ขิมกระซิบทักท้วงด้วยความเกรงใจ
ธามถอนหายใจเฮือกใหญ่ กดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนจัด "มีอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย..."
ยังไม่ทันที่ธามจะพูดจบประโยค เสียงปลายสายที่ตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ทำเอาสีหน้าเรียบเฉยของประธานหนุ่มถอดสีลงในพริบตาเดียว
*"คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีคนปล่อยคลิปเสียงลับของคุณกับคุณขิมในห้องประชุมใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อนว่อนโซเชียลแล้วค่ะ! แถม... แถมทางบอร์ดบริหารกำลังเรียกประชุมฉุกเฉินเพราะหุ้นดิ่งฮวบลงสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ!"*
ธามผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขิมที่นั่งอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ รีบคว้าแขนคนรักไว้แน่นด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ
— **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 26
ศึกเคลียร์ทางผู้ใหญ่
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!