"ถ้าคุณกล้าถอดแหวนวงนี้ออกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... ผมจะทำให้คุณไม่มีแม้แต่แรงจะก้าวขาลงจากเตียงตลอดสามวันเต็ม ขิม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด และในเวลานี้... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเยเย็นชาและควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ กลับกำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นพรมกำมะหยี่สีเข้ม ท่ามกลางบรรยากาศของดาดฟ้าหรูใจกลางเมืองที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งดวงดาว
ขิม (ขิมา) กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่หวานที่รั้นและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครในยามปกติ ตอนนี้กลับคลหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ยิ่งมองลึกลงไปในนัยน์ตาคมกريบของธามที่สะท้อนเงาของเขาอยู่เพียงผู้เดียว ความรู้สึกอัดอั้นทั้งมวลที่ผ่านร้อนผ่านหนาว พาดผ่านความเข้าใจผิด และบททดสอบอันโหดร้ายนับครั้งไม่ถอย ก็พรั่งพรูเข้ามาในความทรงจำราวกับภาพสโลว์โมชั่น
"คุณนี่มัน..." ขิมแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา มือเรียวพยายามยกขึ้นปัดปอยผมที่ลู่ลงมาเคลียแก้มเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ "ขอคนอื่นแต่งงาน เขามีแต่คำหวานซึ้งโรแมนติกไม่ใช่เหรอครับ ทำไมพอเป็นคุณ... ถึงได้กลายเป็นการขู่กรรโชกทรัพย์ทางความรู้สึกไปได้ล่ะเนี่ย"
ธามมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหายากที่มุมปากนั้นทรงพลังเสียจนเพื่อนสนิทตัวแสบอย่างกรณ์ที่ยืนลุ้นอยู่ไกล ๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบอกด้วยความหมั่นไส้
"ผมไม่ใช่พวกโลกสวยที่จะต้องมานั่งพรรณนาบทกวีน้ำเน่า" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือหนากลับกุมมือสั่นเทาของขิมเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปกับสายลมยามค่ำคืน "ผมพูดความจริง... และทุกคำที่ออกจากปากผม ผมทำจริงเสมอ ขิมา"
รอบตัวพวกเขาในรัศมีร้อยเมตรถูกประดับประดาด้วยแสงไฟนีออนดัดอ่อนช้อยที่จำลองกลุ่มดาวนพเคราะห์ตามความหมายของนามปากกาและตัวตนที่ธามตั้งใจรังสรรค์ให้เป็นพิเศษเพื่อคนตรงหน้า ไม่ไกลนัก กรณ์กำลังกอดอกพิงระเบียงกระจกพร้อมกับทำท่าคลื่นไส้ปลอม ๆ ใส่คู่รักที่กำลังสวีทกันจนโลกเป็นสีชมพู ขณะที่บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบราวกับเวลาถูกหยุดไว้
ขิมก้มมองแหวนเพชรเม็ดงามที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับบนนิ้วนางของตนเอง ความเย็นเฉียบของตัวเรือนตัดกับความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมกระชับเอาไว้ได้อย่างลงตัว ปลายจมูกรั้นรันขึ้นด้วยความหมั่นไส้ระคนซาบซึ้งใจ
"แล้วถ้าผมตอบว่า... ไม่ล่ะครับ?" ขิมแกล้งเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายตามนิสัยเดิมที่ต่อให้สถานการณ์จะพาฟินแค่ไหน ก็ไม่ยอมให้ตัวเองดูพ่ายแพ้ฝ่ายเดียวง่าย ๆ "ตำแหน่งภรรยาประธานบริษัท ภูริวัฒน์ กรุ๊ป ออกจะภาระเยอะ ไหนจะต้องปวดหัวกับข่าวฉาว ไหนจะต้องมารับมือกับสามีปากร้ายเอาแต่ใจอย่างคุณ... ฟังดูแล้วไม่เห็นน่าสนใจตรงไหนเลย"
ธามหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มทันที แต่มันกลับเจือไปด้วยความเอ็นดูระคนคลั่งรักจนปิดไม่มิด มือใหญ่ออกแรงดึงเบา ๆ จนร่างบางเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอุ่น บั้นเอวถูกรวบเอาไว้ด้วยแขนแกร่งที่แข็งราวกับคีมเหล็ก ขิมอุทานเบา ๆ ก่อนจะพบว่าใบหน้าของตนเองอยู่ห่างจากริมฝีปากหยักลึกของอีกฝ่ายเพียงแค่คืบ
"ปากเก่งนักนะ" ธามกระซิบชิดริมฝีปาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายยามค่ำคืนยิ่งทำให้หัวใจของขิมเต้นผิดจังหวะ "ถ้าปฏิเสธ... ผมก็จะจูบคุณตรงนี้ ต่อหน้าไอ้กรุณาเพื่อนตัวดีของคุณ จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจ หรือจนกว่าคุณจะหมดแรงหายใจไปเอง... เลือกเอา"
"ไอ้... คนเผด็จการ!" ขิมทุบอกแกร่งไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าโดนไฟลวก
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของธามดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี นี่คือรอยยิ้มที่แทบไม่มีใครในบริษัทเคยได้เห็น แต่มันกลับถูกมอบให้เด็กหนุ่มปากเก่งคนนี้เพียงผู้เดียว ดวงตาคมกริบทอดมองคนในอ้อมกอดด้วยความลึกซึ้งที่ประเมินค่าไม่ได้ "ผมเผด็จการเฉพาะกับคุณคนเดียวเท่านั้นแหละ... ขิม ขอบคุณที่อดทนจับมือผมเดินผ่านเรื่องบ้า ๆ พวกนั้นมาด้วยกัน แต่งงานกับผมนะครับ ให้ผมได้ดูแลคุณในฐานะสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียที"
คำขอที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ของขิมไหลรินลงมาอีกรอบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ปรากฏบนริมฝีปากสีระเรื่อทำให้ประธานหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ขิมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะโน้มใบลงกระซิบข้างใบหูของคนที่ยังคุกเข่าอยู่ครึ่งหนึ่ง
"ถ้ากล้าทำให้ผมเสียใจแม้แต่วินาทีเดียว... เตรียมตัวหย่าแล้วผมจะฮุบหุ้นครึ่งหนึ่งของคุณแน่ครับ คุณธาม"
ธามหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะสวมกอดเอวบางไว้แน่นและประทับจูบหนักหน่วงลงบนหลังมือของขิมอย่างให้สัญญา ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงแซวระคนหมั่นไส้ของกรณ์ที่ดังลั่นมาจากมุมตึก
บรรยากาศความสุข ความหวานชื่น และหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในโลกใบเล็กที่มีเพียงเราสอง ขิมซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของธาม ปล่อยให้ความอบอุ่นซึมซับเข้าสู่หัวใจที่เคยโดดเดี่ยว... โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า ที่มุมมืดตรงทางขึ้นลิฟต์ฉุกเฉินซึ่งควรจะถูกปิดตาย ร่างระหงของใครบางคนกำลังยืนมองภาพบาดตาบาดใจนั้นด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์ที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยา
พิมพ์ชนกกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือจนห่อเลือด รอยยิ้มบิดเบี้ยวผุดขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวที่บูดเบี้ยวด้วยความแค้น
"คิดว่าจะมีความสุขกันได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ... ฝันไปเถอะ!" พิมพ์ชนกพึมพำกับความว่างเปล่า ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมากดส่งข้อความเสียงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "จัดการแผนขั้นที่สองได้เลย... ทำให้มันพังย่อยยับไปต่อหน้าพวกมันซะ!"
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาจนถึงบทนี้ด้วยนะครับ — **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 27
ขอแต่งงานแบบฉบับท่านประธาน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!