"ถ้าคุณธามยังกล้าสวมแหวนวงนี้ให้ผมด้วยมือซ้ายที่สั่นพับๆ แบบนั้น ผมเกรงว่าแขกเหรื่อในงานจะเข้าใจว่าคุณกำลังบังคับผมมาแต่งงานมากกว่านะครับ"
เสียงกระซิบเจือรอยยิ้มพรายของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เคียงข้างในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับผืนน้ำทะเลสีคราม ทำให้ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่านิ่งขรึมและเยือกเย็นที่สุดในย่านธุรกิจถึงกับมุมกระตุก ธาม ภูริวัฒน์ ถลึงตาใส่เจ้าบ่าวป้ายแดงของตัวเองอย่างคาดโทษ ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหู ซ่อนความคลั่งรักไว้ไม่มิดแม้แต่น้อยต่อหน้าสักขีพยานนับร้อยชีวิตที่กำลังปรบมือเกรียวกราวอยู่ภายใต้ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวละลานตา
"ปากเก่งนักนะขิมา... คืนนี้บนเตียง ผมจะทบต้นทบดอกคำพูดพวกนี้คืนให้หมดทุกคำแน่ครับ" ธามกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ขณะที่เอื้อมมือไปคว้ามือเรียวบางมาสวมแหวนเพชรเม็ดโตเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นรำด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาโปรเจกต์หมื่นล้านเสียอีก
เสียงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าไปกับเสียงคลื่นซัดสาดชายหาดระยิบระยับ ท่ามกลางบรรยากาศงานแต่งงานริมทะเลที่ถูกเนรมิตขึ้นอย่างเรียบหรูแต่ทว่าอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น กรณ์ที่ยืนทำหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ไม่ไกลถึงกับเบะปากหมั่นไส้ ทำท่าทำทางจะอาเจียนล้อเลียนคู่บ่าวสาวจนถูกศอกของแฟนหนุ่มที่ยืนข้างๆ สะกิดเตือนสติ เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากกลุ่มเพื่อนสนิทได้เป็นอย่างดี
ขิมาทอดสายตามองไปรอบกาย รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏบนใบหน้าเนียนใสอย่างมีความสุข ใครจะคาดคิดว่าเด็กหนุ่มที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของธามด้วยจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนบางอย่าง จะกลายมาเป็นเจ้าของหัวใจและเจ้าของชีวิตของเสือร้ายตัวพ่อคนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความทรงจำอันขมขื่นและปมปัญหาที่เคยรุมเร้าเหมือนถูกคลื่นทะเลซัดหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงปัจจุบันขณะที่อบอุ่นและงดงามเกินกว่าจะฝันถึง
"มองหน้าผมแบบนี้... ซาบซึ้งจนอยากจะเปลี่ยนจากจูบแรกในฐานะสามีภรรยา เป็นอุ้มเข้าห้องหอทันทีเลยดีไหมครับ คุณภรรยา" ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อของขิม
"คนเจ้าเล่ห์... ในงานแต่งคนเยอะแยะนะครับคุณธาม อายแขกเขาบ้างสิครับ" ขิมเอ็ดเบาๆ แต่กลับไม่ได้ถอยหนี แถมยังจงใจเอียงคอมองสบตาคมกริบนั้นอย่างท้าทาย "อีกอย่าง... ใครเป็นภรรยาคุณกันครับ ผมเป็นผู้ชายนะ"
"ผู้ชายแล้วยังไง บนเตียงผมไม่เห็นเคยเห็นคุณปฏิเสธสักที" ธามสวนกลับทันควันด้วยสายตากรุ้มกริบที่ทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าว ไล่ระดับความแดงลามไปถึงใบหู
ก่อนที่ขิมจะได้ทันอ้าปากเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ เสียงพิธีกรบนเวทีก็ประกาศเชิญชวนให้คู่บ่าวสาวกล่าวความในใจและเตรียมตัวตัดเค้กแต่งงาน ธามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถือวิสาสะโอบเอวบางของคนรักเข้าหาตัวแนบแน่น ราวกับต้องการประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าคนในอ้อมแขนนี้คือสิทธิ์ขาดของเขาแต่เพียงผู้เดียว งานวิวาห์ดำเนินไปท่ามกลางเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และหยาดน้ำตาแห่งความปีติยินดีของคนรอบข้าง ความรักที่ผ่านบททดสอบมาอย่างโชกโชนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันมั่นคงเพียงใด
กระทั่งค่ำคืนมาเยือน งานเลี้ยงฉลองริมหาดถูกเปลี่ยนเป็นปาร์ตี้สุดชิค แสงไฟนีออนสีนวลสะท้อนกับผืนน้ำยามค่ำคืน เสียงเพลงสากลจังหวะสบายๆ ขับกล่อมบรรยากาศให้โรแมนติกยิ่งขึ้น ธามปลีกตัวพาขิมออกมาจากความวุ่นวายเล็กน้อยเพื่อรับลมทะเลที่ระเบียงห้องพักส่วนตัวริมหาด ซึ่งถูกตกแต่งด้วยเทียนหอมและกลีบกุหลาบอย่างวิจิตรบรรจง
"เหนื่อยไหมครับ" ธามสวมกอดร่างโปร่งจากด้านหลัง วางคางเกยไว้บนไหล่ลาด พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคย
"ไม่เหนื่อยเลยครับ มีความสุขมากจนกลัวว่ามันจะเป็นความฝันเสียด้วยซ้ำ" ขิมพิงศีรษะซบลงกับอกแกร่ง ยกมือขึ้นกอบกุมมือหนาที่โอบกอดเอวตนไว้ "ขอบคุณนะครับคุณธาม ขอบคุณที่อดทนกับคนดื้ออย่างผม และขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่าความรักที่ดีมันเป็นยังไง"
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณขิม..." ธามพลิกตัวคนในอ้อมแขนให้หันมาเผชิญหน้า สายตาสื่อความหมายลึกล้ำเกินกว่าจะบรรยาย "ขอบคุณที่เข้ามาพลิกชีวิตอันมืดมนของผมให้มีสีสัน ขอบคุณที่ยอมใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับผู้ชายใจร้ายคนนี้"
ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ไล่เรื่อยลงมาที่เปลือกตา ปราง The และหยุดนิ่งที่ริมฝีปากอิ่ม สัมผัสอ่อนโยนแต่ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง ขิมเผยริมฝีปากรับสัมผัสจากสามีหนุ่มอย่างเต็มใจ แขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงเกลียวคลื่นที่ขับกล่อมราวกับบทเพลงรัก
แต่ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเคลิบเคลิ้มถึงขีดสุด—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะความสัญญารักของทั้งคู่ ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ใครกันที่บังaอาจมาเคาะห้องในคืนเข้าหอของเขา ส่วนขิมสะดุ้งเล็กน้อย ผละออกจากอ้อมแขนของสามีด้วยความสงสัย
ธามหันไปมองผ่านกระจกใสด้วยแววตาวาวโรจน์ เตรียมจะเอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้พ้นทาง ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับเงาร่างของคนที่ยืนอยู่หลังบานกระจก ร่างสูงกลับชะงักกึก สีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความสุขและความคลั่งรักพลันแข็งค้างลงในเสี้ยววินาที
ขิมสังเกตเห็นความผิดปกติของสามี จึงหันไปมองตาม และพบว่าบุคคลที่ยืนยันตัวตนอยู่เบื้องหลังบานกระจกในยามวิกาลนี้... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพิมพ์ชนก อดีตคู่หมั้นสาวที่ควรจะถูกดำเนินคดีอยู่ต่างประเทศ ทว่าเวลานี้เธอกลับยืนยิ้มเยาะเย้ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"สวัสดีค่ะคุณธาม... ยินดีด้วยกับงานแต่งงานนะคะ" เสียงหวานใสที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาฟังดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก "แต่เสียใจด้วยนะคะ... เพราะค่ำคืนแห่งความสุขของคุณ กำลังจะกลายเป็นนรกโดยแท้จริง"
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนความรักของธามกับขิมมาจนถึงโค้งสุดท้ายนี้ด้วยนะครับ
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 28
วันวิวาห์ชื่นมื่น
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!