เสียงเคาะประตูที่ดังรัวเร็วสามครั้งติดต่อกัน ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนแขกผู้มาเยือน หากแต่เป็นเสียงประกาศศึกจากกองทัพที่บุกประชิดกำแพงเมือง
ขิมชะงักมือที่กำลังตักแกงจืดใส่ถ้วย สายตาคมกริบมองไปยังบานประตูกระจกฝ้าหน้าบ้าน เล็บเรียวจิกเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศคุกคามที่แผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่อันสงบสุขของครอบครัว
"พ่อครับ..." เสียงทุ้มต่ำของธามที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเคาน์เตอร์ครัวเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าสันกรามของชายหนุ่มกลับนูนเด่นขึ้นมาด้วยแรงขบกราม
ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววคลั่งรักยามมองเด็กหนุ่มตรงหน้า บัดนี้เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกราบราวกับใบมีดที่ถูกชักออกจากฝัก ธามวางตะหลิวในมือลงอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะหันมามองขิมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดระคนเด็ดเดี่ยว
"ฉันบอกแล้วไงว่าคุณพ่อไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไว้" ขิมแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวด้วยความกังวล "แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวเหรอครับ คุณธาม... บ้านหลังนี้อาจจะหลังเล็กและเก่ากว่าคฤหาสน์ของคุณ แต่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่จะยอมให้ใครมาพังประตูเข้ามาสั่งสอนนะ"
ธามก้าวเข้าไปประชิดตัวเด็กหนุ่มในสามก้าว ฝ่ามือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว บีบกระชับแน่นราวกับต้องการถ่าย
ทอดความมั่นคงผ่านสัมผัส "อย่าดื้อตอนนี้ ขิม... เชื่อฉัน อยู่ข้างหลังฉัน แล้วปล่อยให้ฉันจัดการเอง"
"ผมไม่ใช่เด็กในปกครองของคุณนะที่จะต้องไปหลบข้างหลัง!" ขิมเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย "นี่บ้านผม พ่อผม แม่ผม... คนที่ต้องออกไปรับหน้าคือผมต่างหาก!"
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมระหว่างคนทั้งสองจะบานปลาย ประตูหน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยชายวัยกลางคนรูปร่างสูงสง่า ทว่าแววตากลับเย็นเยียบและทรงอำนาจจนอากาศในบ้านแทบจะหยุดนิ่ง
"ธาม!"
เสียงทรงพลังดังก้องกังวาน 'ท่านประธานภูริวัฒน์' ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจ กวาดสายตามองบ้านไม้ชั้นเดียวที่แสนจะธรรมดาด้วยความรังเกียจระคนโกรธจัด ก่อนที่ดวงตาดุคมคายคู่นั้นจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของเด็กหนุ่มหน้าหวานที่ยืนเคียงข้างบุตรชายของตน
"แกกล้ามากนะที่หนีมาอยู่ที่นี่ ปิดมือถือ ตัดขาดทุกการติดต่อ เพียงเพราะเด็กกะโปโลคนเดียวเนี่ยนะ!"
ธามขยับตัวก้าวออกไปบังร่างของขิมไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ท่าทีปกป้องนั้นเด่นชัดจนผู้เป็นพ่อต้องหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
"ผมไม่ได้หนีครับคุณพ่อ ผมแค่เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าเกรงขามไม่แพ้กัน "และผมคิดว่าผมโตพอที่จะตัดสินใจเรื่องส่วนตัวได้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ"
"หัวใจงั้นเหรอ!" ท่านประธานหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน สายตาคมกราบกวาดมองขิมตั้งแต่หัวจรดเท้า "แกเอาอนาคตของบริษัท เอาชื่อเสียงของตระกูลเราไปแลกกับเด็กที่แม้แต่ชาติตระกูลก็ยังเทียบอะไรกับเราไม่ได้เนี่ยนะ! แกเสียสติไปแล้วรึไง ธาม!"
ขิมเม้มปากแน่น ความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาในอก คำพูดดูถูกเหยียดหยามพวกนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนสู้ชีวิตอย่างเขา แต่การที่มันถูกพ่นออกมาจากปากพ่อของคนที่เขารัก... มันช่างบาดลึกและน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกิน
เด็กหนุ่มสะบัดตัวหลุดจากการก้าวบังของธาม ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหวาน
"ขอโทษนะครับท่าน..." ขิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน กังวานใส และไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ "ถ้าชาติตระกูลที่ท่านพูดถึง หมายถึงเงินทองที่ใช้ชาตินี้ก็ไม่วันหมด กับสันดานที่คิดว่าตัวเองซื้อได้ทุกอย่างบนโลก... ผมก็ยินดีครับที่จะเทียบไม่ติด เพราะผมภูมิใจกับหยาดเหงื่อแรงงานของครอบครัวผม มากกว่าการนั่งกินบุญเก่าแล้วเที่ยวชี้นิ้วสั่งคนอื่นไปวันๆ"
"บัง อาจ!" ท่านประธานตบโต๊ะข้างทางเสียงดังลั่น ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กหนุ่มย้อนเกล็ดเข้าอย่างจัง "แกเป็นใคร ถึงกล้ามาสามหาวกับฉัน!"
"ผมชื่อขิมครับ ลูกเจ้าของบ้านหลังนี้ และเป็นคนที่ลูกชายของคุณกำลังคลั่งรักจนโหัวหัวไม่ขึ้นอยู่ในตอนนี้ไงครับ" ขิมลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่เกรงกลัว แถมยังเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อสูทของธามมาถือไว้หลวมๆ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าพ่อของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย
ธามเหลือบมองการกระทำนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นเขี้ยวที่พุ่งปรี๊ดจนแทบอยากจะดึงร่างบางเข้ามาฟัดให้หายดื้อเสียตรงนี้
"ขิม..." ธามปรามเสียงเบา แต่แววตาระยิบระยับจนคนมองค้อนใส่ไปหนึ่งวง
"แกจะเลือกอะไร ธาม!" ผู้เป็นพ่อตวาดลั่นด้วยความเหลืออด "ระหว่างกลับกรุงเทพฯ ไปแต่งงานกับหนูพิมพ์ชนกแล้วกลับมาบริหารบริษัทต่อตามเดิม... กับการตัดออกจากตระกูล ใช้ชีวิตยากจนข้นแค้นกับเด็กปากดีนี่!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบ้านหลังน้อยชั่วขณะ อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนอึดอัด เม็ดเหงื่อผุดซึมตามขมับของความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
ธามหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อ แววตาที่เคยมีความลังเลในอดีต บัดนี้กลับแน่วแน่มั่นคงราวกับภูเขาหินผา ชายหนุ่มถอดแหวนประจำตระกูลที่นิ้วก้อยออก วางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
"ผมไม่ต้องเลือกหรอกครับคุณพ่อ..." ธามเอายืนตรง สง่างาม และเด็ดเดี่ยว น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"เพราะผมตัดสินใจไปตั้งแต่วินาทีที่ผมก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว... ผมลาออกจากตำแหน่งประธานตรงนั้น และถ้าตระกูลภูริวัฒน์รับคนที่ผมเลือกไม่ได้ ผมก็ยินดีจะสละนามสกุลนี้ทิ้งซะตั้งแต่ตอนนี้เลยเหมือนกัน"
"แก...!" ผู้เป็นพ่อเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวจนพูดไม่ออก
ขิมเองก็ชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งชีวิตของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตมองเสี้ยวหน้าของธามด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนจุกอก ทั้งซาบซึ้ง ทั้งตกใจ และ... หวั่นไหวจนแทบจะทานทนไม่ไหว
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงรถกระบะคันเก่าของพ่อขิมที่เพิ่งกลับมาจากตลาดก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเปิดประตูและเสียงทักทายซื่อๆ ที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด
"อ้าว... มีแขกบ้านแขกเมืองมาเหรอเนี่ย ลูกธามทำไมมายืนหน้าเครียดกันตรงนี้ล่ะลูก เข้ามากินข้าวกลางด้วยกันก่อนสิ กับข้าวฝีมือแม่เขาเยอะแยะเลยนะ!"
พ่อของขิมก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมถุงพลาสติกใส่อาหารเต็มสองมือ โดยไม่รู้เลยว่าบรรยากาศตอนนี้พร้อมจะระเบิดเป็นจุลได้ทุกเมื่อ
ท่านประธานภูริวัฒน์หันขวับไปมองชายวัยกลางคนชุดมอมแมมที่ถือถุงแกงถุงปลาด้วยสายตารังเกียจสุดขีด ก่อนจะหันกลับมามองหน้าบุตรชายและเด็กหนุ่มสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"ดี... งั้นก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันตรงนี้เลย..." ท่านประธานแค่นหัวเราะเสียงเย็น "ในเมื่อแกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งนัก ก็เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่ฉันจะทำต่อจากนี้ก็แล้วกัน รับรองว่าแกไม่มีทางได้มีความสุขบนความพินาศของบริษัทแน่!"
พูดจบ ท่านประธานก็สะบัดตัวหันหลังเตรียมเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่ใยดี
ธามขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักธุรกิจเตือนภัยอันตรายบางอย่าง ขายาวก้าวตามออกไปทันที แต่ยังไม่ทันที่ธามจะพ้นประตูบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของขิมก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นมาทำลายความเงียบ
ขิมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย หน้าจอแสดงชื่อของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทตัวแสบที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงหอบสะท้านและตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
*(ขิม! แย่แล้ว! รีบเปิดดูข่าวหน้าหนึ่งด่วน... หุ้นของตระกูลธามกำลังดิ่งเหว และ... และพ่อของธามเพิ่งส่งคนไปอายัดบัญชีธนาคารทุกเล่มของแกกับครอบครัวแล้วตอนนี้!)*
ขิมหน้าถอดสี มือเรียวที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่คือศึกใหญ่ที่แท้จริงที่กำลังจะกลืนกินพวกเขาทั้งคู่!
(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ)
— **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 24
อุปสรรคชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!