เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 23

พิสูจน์ความจริงใจ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
ดวงตาสองคู่จ้องมองร่างสูงโปร่งที่ก้าวผ่านรั้วไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามาอย่างไม่นัดหมาย ขิมาถึงกับเผลอกลั้นหายใจเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนในยามวิกาลท่ามกลางสายฝนกระหน่ำคือใคร สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและตั้งแกำบังไว้ตลอดเวลาของเด็กหนุ่มถอดสีลงในพริบตาเดียว เม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาดูราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อธาม ภูริวัฒน์ ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องเปื้อนโคลนหรือลำบากที่ไหนในชีวิต บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสภาพที่น่าตกตะลึง เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงแนบลู่ไปกับแผงอกกว้าง กางเกงสแล็คแบรนด์ดังเปอะเปื้อนไปด้วยโคลนตมตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมาถึงหัวเข่า เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกลงมาเคล้ากรอบหน้าคมคายหยาดหยดน้ำฝน ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของขิมไว้ไม่ใช่ความมอมแมมนั้น หากแต่เป็นแววตาแน่วแน่ที่ส่งตรงมายังเขาอย่างไร้ความลังเล "คุณ... มาทำบ้าอะไรที่นี่ครับ" ขิมเค้นเสียงถามลอดไรฟัน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวดรัมมิ่งในอกด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วซุม ทั้งตกใจ ทั้งฉุนเฉียว และลึกๆ แล้ว... มีความหวั่นไหววูบวาบที่เขาเกลียดชังตัวเองเสียเหลือเกินที่เผลอรู้สึก ธามไม่ตอบคำถามในทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณบ้านไม้หลังเล็กที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝน ก่อนจะป้องหน้าผากถอนหายใจยาวเหยียดแล้วก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มทันที ปลายรองเท้าหนังราคาแพงจมลงไปในดินโคลนจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ แต่เจ้าตัวกลับไม่แยแสแม้แต่น้อย "ฉันมาพิสูจน์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดริมฝีปากที่ซีดเซียวเล็กน้อยจากความเย็นของสายฝน "พิสูจน์อะไรของคุณ ประธานธามผู้สูงส่ง หลงทางหรือครับ หรือว่าขับรถตกคูแถวนี้ถึงได้มีสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำแบบนี้" ขิมเชิดหน้าขึ้น ปากเก่งสวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง ดวงตากลมโตจ้องเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขาสองข้างจะก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำฝนผสมกลิ่นกายสะอาดที่คุ้นเคย "ลูกหมาตัวนี้ตั้งใจเดินลุยโคลนมาหา นายต่างหากที่ใจร้ายใจดำ ปิดประตูใส่หน้าแถมยังบล็อกเบอร์ฉันทุกช่องทาง" ธามก้าวเข้ามาประชิดจนขิมต้องถอยหลังไปชนกับเสาเรือนไม้ "คิดเหว่าทำแบบนั้นแล้วฉันจะถอดใจกลับไปกรุงเทพฯ หรือไง" "แล้วคุณมาทำไมล่ะครับ! ชีวิตคุณมีอะไรที่ดีพร้อมอยู่แล้ว จะมาจมปลักกับเด็กบ้านนอกอย่างผมทำไม กลับไปหาคู่หมั้นของคุณนู่นสิครับ ไปเคลียร์กับพิมพ์ชนกให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาเดินพลار์ททำเท่แถวนี้!" ขิมตวาดกลับเสียงสั่น ความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้าพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวผลักอกกว้างของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่ธามกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ร่างหนากลับยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนไปกับละอองฝน ธามมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังรื้นด้วยหยาดน้ำใส (ไม่รู้ว่ามาจากฝนหรือความน้อยใจกันแน่) แววตาเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเว้าวอนระคนคลั่งรักที่ทำเอาคนใจแข็งถึงกับสะท้านเฮือก "พิมพ์ชนกเป็นแค่อดีต... ส่วนนาย คือปัจจุบันและอนาคตที่ฉันยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อแลกมา" เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาแต่หนักแน่นราวกับคำสัญญา ขิมชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดร้ายกาจที่เคยมีเตรียมไว้สำหรับโต้เถียงพลันจุกอยู่ที่ลำคอ สมองขาวโพลนไปหมดกับความตรงไปตรงมาที่ไร้ฟอร์มของคนตรงหน้า แต่ก่อนที่บรรยากาศจะหวานจนเลี่ยนเกินไป ขิมก็ดึงสติกลับมาได้ เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวอีกครั้งเพื่อซ่อนความเขאר้อนที่ลามเลียพวงแก้ม "คำหวานพรรค์นี้เก็บไว้ไปพูดในห้องประชุมเถอะครับ ฟังไม่ขึ้นหรอก" ขิมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พยายามทำเป็นใจแข็ง "ในเมื่อคุณบอกว่าอยากพิสูจน์นักใช่ไหม ได้... งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นจริงๆ สิครับ" ธามเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ "ยังไง?" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่มปากเก่ง ขิมหันกลับมาสบตาพร้อมกับเอ่ยคำสั่งที่ทำเอาคนฟังต้องชะงัก "คืนนี้ฝนตกหนัก น้ำในร่องสวนหลังบ้านล้นทะลัก เศษกิ่งไม้และโคลนตมทับถมทางเดินจนเละไปหมด ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าคนอย่าง ธาม ภูริวัฒน์ เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่มาพูดเล่นสนุกๆ ล่ะก็..." ขิมกวาดสายตามองสำรวจชุดสูทหรูและรองเท้าแบรนด์เนมของผู้บริหารหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาท้าทาย "...ไปจัดการขุดลอกร่องสวนและถางหญ้าตรงนั้นให้เสร็จก่อนรุ่งสางครับ ถ้าทำไม่ได้ ก็ไสมหัวกลับกรุงเทพฯ ไปซะ แล้วอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก!" จบคำพูดของขิม บริเวณนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ธามก้มมองสภาพตัวเองที่เปอะเปื้อนโคลนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่มผู้ยืนกอดอกรอจับผิดอยู่รอมร่อ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นอย่างไม่มีความเกรงกลัวต่อความลำบากแม้แต่น้อย "คำก็ไสมหัว สองคำก็ไสมหัว... ปากร้ายแบบนี้ น่าจับมาฟาดด้วยกอดสักทีสองที" ธามพึมพำเสียงเบาแต่จงใจให้ได้ยิน ช1ายหนุ่มถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกโยนทิ้งไว้บนแคร่ไม้อย่างไร้ความเสียดาย ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน "ยืนดูเฉยๆ ระวังจะหนาวตายนะคุณขิม หรือถ้าเปลี่ยนใจอยากลงมาช่วยซับเหงื่อ... เอ๊ย ซับน้ำฝนให้ผม เชิญได้ตลอดเวลานะครับ" "เพ้อเจ้อ!" ขิมหน้าแดงแจ๋ด้วยความหมั่นไส้ สะบัดหน้าหนีเดินหนีเข้าบ้านไปทันที ทว่าผ่านรอยแยกลูกกรงหน้าต่างไม้ ดวงตาคู่หวานก็ยังคงแอบเหลือบมองร่างสูงที่เดินลุยลงไปในโคลนตมอย่างไร้ความลังเล เพื่อเริ่มลงมือทำตามเงื่อนไขสุดโหดที่ตนเป็นคนยื่นให้อย่างเอาเป็นเอาตาย เวลาผ่านไปเนิ่นนานท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาเม็ดลง ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักตลอดทั้งคืนเริ่มกัดกินร่างกายของประธานหนุ่ม ทว่าขิมที่แอบมองอยู่เงียบๆ กลับรู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด ความมุ่งมั่นและสายตาที่จริงจังของธามในยามนี้ กำลังพังทลายกำแพงน้ำแข็งที่เด็กหนุ่มสร้างขึ้นทีละน้อย... ทีละน้อย... แต่แล้ว ในจังหวะที่ธามกำลังก้มลงยกกองเศษไม้ชิ้นใหญ่ขึ้นจากร่องสวน แสงไฟจากรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้โดยไม่มีใครคาดคิด ก็สาดส่องทะลุกระจายความมืดมิดยามวิกาลให้สว่างวาบขึ้น ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดหรูที่ก้าวลงมา พร้อมด้วยร่มคันใหญ่ในมือ พิมพ์ชนกปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งคู่ ดวงตาคู่สวยกวาดมองสภาพของธามที่เนื้อตัวเปอะเปื้อนโคลนด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว ก่อนที่เธอจะหันขวับมาจ้องเขม็งไปยังร่างของขิมที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างบ้าน "ธาม! นี่คุณทำบ้าอะไรอยู่ถึงได้มาเกลือกกลั้วกับเด็กกะโปโลคนนี้!" เสียงแหลมสูงตวาดลั่นฝ่าความเงียบ ทำเอาขิมที่กำลังจะใจอ่อนถึงกับชะាំងงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามประสาทครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วในวินาทีนี้! --- *(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ)* — **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%