"เก็บโทรศัพท์แล้วไสหัวออกไปจากบ้านผมซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วลากคุณโยนลงไปข้างล่างจริง ๆ"
น้ำเสียงของขิมาไม่ได้ดัง แต่เย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดร่างระหงของพิมพ์ชนก ดวงตากลมโตที่ปกติมักฉายแววขี้เล่นและดื้อรั้น บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ภาพลับบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่อีกฝ่ายจงใจเอามาขู่ แม้จะเป็นมุมกล้องที่พยายามทำให้เข้าใจผิด แต่มันก็มากพอที่จะทำให้คนมองรู้สึกสะอิดสะเอียนในความพยายามน่าสมเพชนี้
พิมพ์ชนกหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงก무ายรอยยิ้มเยาะเย้ยไว้บนมุมปาก พร้อมกับชายตามองธาม ภูริวัฒน์ ที่ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลัง ขิมา
"อุ๊ย ตายจริง... ปากเก่งเสียจริงนะจ๊ะน้องขิม กลัวว่าคน 'ใจกว้าง' แถวนี้จะรู้ความจริงเหรอคะ ว่าเบื้องหลังหน้าที่การงานอันแสนสะอาดสะอ้าน ที่แท้ก็มีเรื่องเน่าเฟะซุกซ่อนอยู่ไม่น้อย ภาพพวกนี้ถ้าหลุดออกไปสู่สาธารณชน... คุณธามผู้สูงส่งคนนี้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะคะ"
ธามขบกรามแน่นจนสันนัดขึ้นเป็นสัน เส้นเลือดบริเวณขมับเต้นตุบด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนากำเข้าหากันจนแน่นจนข้อกระดูกขึ้นสีขาว แต่ก่อนที่ประธานหนุ่มจะได้ก้าวเข้าไปจัดการกับอดีตคู่หมั้นจอมวุ่นวาย ขิมากลับยกมือขึ้นขวางไว้เสียก่อน
เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ แววตาสەเทินมองพิมพ์ชนกราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลที่ไร้ค่า ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือลนลานอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวังแม้แต่น้อย
"คิดว่าภาพตัดต่อตื้น ๆ แค่นี้จะทำให้ผมกลัวเหรอครับ คุณพิมพ์ชนก?" ขิมาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนอีกฝ่ายต้องเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "คุณคงลืมไปสินะว่าคนอย่างผม ผ่านอะไรมาบ้าง... รูปปลอม ๆ แค่ไม่กี่ใบ กับอนาคตของคุณที่จะพังทลายลงในพริบตา ถ้าผมเอาหลักฐานการ 'ยักยอกเงินและปล่อยข่าว' ของคุณให้พี่ชายคุณดู คุณคิดว่าคุณจะได้ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้อีกกี่วินาที?"
สีหน้าของพิมพ์ชนกเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างคนจนมุม
"แก... แกพูดเรื่องอะไร!"
"ไม่ต้องมาทำเป็นไขสด ลือกทางออกสวย ๆ แล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งความแล้วใช้วิธีสุนัขจนตรอกบ้าง" ขิมาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนอีกฝ่ายสะท้าน
ธามมองแผ่นหลังบางของเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งทึ่ง ห่วงใย และหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น ในยามที่ขิมาต้องเผชิญหน้ากับปัญหา เจ้าตัวไม่เคยย่อท้อหรือก้มหัวให้ใครเลยสักครั้ง ความเด็ดเดี่ยวนี้แหละที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของประธานหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
พิมพ์ชนกหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้ดีว่าขิมาไม่ได้ขู่ เพราะหลักฐานในมือของเด็กหนุ่มคนนี้มีน้ำหนักมากพอที่จะทำลายเธอได้จริง ๆ หญิงสาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีหายลงไปจากบันไดบ้านอย่างรวดเร็ว
เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในบ้านของขิมาก็ยิ่งอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ขิมาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกายที่เคยตั้งกำแพงแข็งกร้าวเมื่อครู่คลายลงเล็กน้อย เจ้าตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับธามที่ยืนเงียบมานาน ดวงตากลมโตมองประธานหนุ่มด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่าย
"ส่วนคุณ..." ขิมาชี้นิ้วไปยังร่างสูง "ก็กลับไปได้แล้วครับ ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้มายืนทำหน้ามึนอยู่ที่บ้านคนอื่น มันเสียมารยาทนะท่านประธาน"
ธามไม่ตอบ เขากลืนก้อนความรู้สึกอึดอัดลงคอ ดวงคมก้มมองเด็กหนุ่มที่กำลังทำท่าไล่เขาอย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนอย่าง 'ธาม ภูริวัฒน์' ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
พรึบ!
เสียงกางเต็นท์สนามขนาดกะทัดรัดดังขึ้นที่ลานหน้าบ้านของขิมา ท่ามกลางความงุนงงของเจ้าของบ้านที่ยืนมองผ่านกระจกหน้าต่างด้วยความอ้าปากค้าง
ขิมาขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกว่าตัวเองกำลังฝันไป ภาพของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ถือตัว และรักความสะอาดเป็นที่สุด บัดนี้กำลังงגתอยู่กับการประกอบเต็นท์แคมป์ปิ้งราคาแพงด้วยมือของตัวเอง เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาหลักหมื่นยับยู่ยี่ เนคไทถูกถอดโยนทิ้งไว้เบาะรถ ส่วนผมเผ้าที่เคยเซ็ตมาอย่างดีก็เริ่มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง
เด็กหนุ่มทนดูต่อไปไม่ไหว จึงตัดสินใจเปิดประตูเดินออกไปเผชิญหน้าทันที
"นี่คุณ! เป็นบ้าอะไรเนี่ย มาตั้งเต็นท์อะไรหน้าบ้านผม!" ขิมาชี้หน้าถามเสียงหลง
ธามเงยหน้าขึ้นจากโครงเหล็กเต็นท์ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย แต่แววตาที่มองกลับมานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างน่าประหลาด
"ผมไม่ได้บ้า... ผมแค่นอนไม่หลับ" ธามตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทราวกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุดในโลก
"แล้วเกี่ยวอะไรกับบ้านผมล่ะครับ เชิญกลับคอนโดหรูของคุณไปโน่นเลย!"
"ไม่กลับ" ประธานหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปหาขิมาทีละก้าว จนเด็กหนุ่มต้องถอยหลังกรูด "จนกว่าคุณจะหายโกรธผม และยอมฟังคำอธิบายจากปากผมจริง ๆ ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"เหอะ! โตเป็นควายแล้วยังจะมาใช้มุกเด็กอนุบาลนอนเฝ้าหน้าบ้านอีกเหรอครับ หน้าด้านหน้าทนจริง ๆ นะท่านประธาน" ขิมาแขวะกลับทันควัน ปากเรียวบางเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
ธามไม่โกรธสักนิด เขากลับยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้ขิมาต้องใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"จะว่าผมหน้าด้านก็ได้... แต่ถ้าเทียบกับการต้องเสียคุณไป ผมยอมหน้าด้านแบบนี้ไปตลอดชีวิตยังคุ้มกว่าเลยครับ, ขิม"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอמהชื่อเขาออกมาอย่างจริงจัง ทำให้ขิมาถึงกับพูดไม่ออก หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เด็กหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำ
"ใครจะไปกับคุณ เลี่ยนชะมัด... ตามใจคุณเลย อยากนอนตากน้ำค้างยุงหามก็เชิญ! แต่อย่ามาร้องโอดครวญให้ผมช่วยก็แล้วกัน"
ขิมาสะบัดหน้าหนีเตรียมจะหันหลังกลับเข้าบ้าน แต่จังหวะนั้นเองมือหนากลับคว้าข้อมือของเขาไว้เบา ๆ รั้งให้หันกลับมาสบตา
ดวงตาคมก้มมองลงมาด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งเว้าวอนและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
"คืนนี้ลมแรงนะขิม... เต็นท์มันกางคนเดียวไม่ค่อยแน่นหนาเท่าไหร่ ถ้าเกิดมันปลิวขึ้นมาจริง ๆ ผมคงต้องขออนุญาตเข้าไป 'นอนกอด' คุณแก้หนาวในบ้านแทนแล้วล่ะครับ"
ขิมาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับความหน้ามึนขั้นสุดยอดของคนตรงหน้า กำปั้นเล็ก ๆ ยกขึ้นเตรียมจะทุบสักทีสองทีข้อหาพูดจาไม่เข้าหู แต่ทว่า...
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
ธามและขิมาหันขวับไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และเมื่อขิมเห็นชัดเจนว่าผู้มาใหม่คือใคร สีหน้าของเด็กหนุ่มก็ถอดสีลงในพริบตาเดียว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและฟินไปด้วยกันในทุกตัวอักษรนะครับ ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 22
ปฏิบัติการหมาโบ้เริ่มต้น
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!