เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 4

ออกงานสังคมแบบแพ็คคู่

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ถ้าคุณยังกล้าดึงหน้าตึงใส่ผมอีกสักวินาทีเดียว ผมจะเปลี่ยนจากสัญญาลวงตาบนกระดาษ ให้กลายเป็นทะเบียนสมรสของจริงบนเตียงนอนแทน... เลือกเอาครับว่าจะเอายังไง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบกระชับเอวบางของขิมเข้าหาเรือนร่างอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางแสงแฟลชจากรัวกล้องของบรรดาสื่อมวลชนนับสิบชีวิตที่สาดส่องเข้ามาไม่ขาดสายในงานกาล่าดินเนอร์เปิดตัวบริษัทในเครือภูริวัฒน์กรุ๊ป ขิมเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนข้างกายด้วยความหมั่นไส้ระคนเคืองขัด หากไม่ติดว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อระดับไฮโซและนักข่าวสายเศรษฐกิจแถวหน้า ขิมคงยกส้นสูงปรี๊ดเหยียบลงบนรองเท้าหนังราคาแพงของท่านประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจคนนี้ไปนานแล้ว "ปล่อยมือจากเอวผมได้แล้วครับคุณธาม คนมองกันทั้งงานแล้วนะ... หน้าไม่อายจริง" ขิมเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวนทางกับมือเล็กที่แอบหยิกเข้าที่ท่อนแขนแกร่งผ่านเนื้อผ้าสูทสั่งตัดพิเศษอย่างแรง "เจ็บเป็นเหมือนกันเหรอครับ นึกว่าหนังหน้าหนาจนเลยจุดความรู้สึกไปแล้วเสียอีก" ธามกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์คมกราบกรานมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ (และส่วนหนึ่งก็เพราะความเขินอายที่ต้องแนบชิดกันเกินความจำเป็น) เขายิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น จนแผ่นหลังบางแนบติดกับอกแกร่งอย่างไร้รอยต่อ "ยิ้มหน่อยครับคุณขิมา กล้องฝั่งซ้ายกำลังซูมมาที่เรา ทำหน้าให้สมกับเป็น 'คู่ควงคนพิเศษ' ของผมหน่อยสิครับ" ขิมสูดหายใจเข้าลึก ภาวนาให้ความอดทนของตัวเองมีรัศวารกว้างไกลกว่ามหาสมุทรแปซิฟิก เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มจางๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมให้กล้องราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามла ทว่าน้ำเสียงที่กระซิบสวนกลับไปนั้นกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "คุณมันคือซาตานในร่างนักธุรกิจชัดๆ ธาม... คิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้วผมจะยอมจำนนด้วย" "ผมไม่เคยคิดจะให้คุณจำนนด้วยวิธีง่ายๆ อยู่แล้วครับ... ผมชอบเวลาที่คุณดื้อตาใสแบบนี้มากกว่า มันท้าทายดี" ธามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดสูทกำมะหยี่สีมรกตเข้ารูปที่ขับผิวขาวผ่องให้โดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่ก้าวเข้างาน ชุดนี้เขาเป็นคนเลือกและบังคับให้ขิมใส่ด้วยตัวเอง และผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่าเกินคาด เมื่อสายตาของบรรดาเศรษฐีหนุ่มโสดในงานต่างพากันมองมาที่เด็กหนุ่มของเขาด้วยความอิจฉาริษยา ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ทำให้ธามยิ่งแสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนขึ้นไปอีก มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้กลุ่มผมนิ่มเบาๆ ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำเอาขิมขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "คืนนี้เตรียมตัวเคลียร์คิวให้ว่างเลยนะครับ... เรามีเรื่องต้องสะสางกันยาว" "ฝันไปเถอะครับ" ขิมสวนกลับทันควัน หน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อนึกถึงสายตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งประกายวิบวับราวกับหป่าล่ากำลังจ้องตะครุบเหยื่อ บรรยากาศรอบตัวเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อประธานหนุ่มพาคู่ควงกิตติมศักดิ์เดินทักทายบรรดาแขกผู้ใหญ่และพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ขิมทำหน้าที่ออกงานสังคมได้อย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มและวาจาพาทีที่ฉลาดเฉลียวทำให้ใครหลายคนต่างเอ่ยปากชมไม่ขาดสายว่าธามตาถึงที่ได้เด็กหนุ่มโปรไฟล์น่าสนใจคนนี้มาเคียงข้าง ทว่าท่าทีที่คอยโอบประคอง ปกป้อง และคอยกีดกันบรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามาทักทายขิมอย่างออกนอกหน้าของธามนั้น ยิ่งทำให้ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ติดเทรนด์โซเชียลมีเดียในชั่วข้ามคืน "เหนื่อยไหมครับ" ธามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นขิมทรุดตัวลงนั่งพักบนโซฟาเลานจ์ส่วนตัวมุมงาน พร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ "ถ้าเปลี่ยนจากคำถามมาเป็นอนุญาตให้ผมกลับคอนโดตอนนี้ได้เลย จะถือว่าใจดีมากครับ" ขิมตอบเสียงอ่อย ความตึงเครียดตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเริ่มกัดกินพลังงานไปจนหมด "หมดสิทธิ์ครับ งานเลี้ยงเพิ่งเริ่มต้น" ธามยื่นแก้วแชมเปญให้เด็กหนุ่ม "ดื่มซะหน่อย จะได้สดชื่นขึ้น" ขิมรับมาถือไว้แต่ยังไม่ทันได้จิบ เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเร่งรีบก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างปะทะสายตาที่ทำให้รอยยิ้มของธามหุบฉับลงในทันที "พี่ธามคะ! ทำไมถึงทำกับพิมพ์แบบนี้ล่ะคะ" พิมพ์ชนก ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและเสียหน้า ชุดราตรีสีแดงเพลิงขับเน้นอารมณ์คุกกรุ่นในตัวเธอได้เป็นอย่างดี ดวงตาคู่คมตวัดมองขิมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเกลียดชัง "ผู้ชายคนนี้มันมีดีอะไร ทำไมพี่ถึงพาออกงานหน้าตาเฉย แถมยังประกาศตัวว่าเป็นคนพิเศษ... พี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเราสองคน..." "พิมพ์ชนก!" ธามตวาดเสียงกร้าว บรรยากาศรอบตัวที่เคยผ่อนคลายพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ร่างสูงลุกขึ้นยืนบังขิมไว้ครึ่งตัวด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง "ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะ เรื่องของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเลือกทำลายความไว้ใจของผม อย่ามาทำกิริยาไรมารยาทใส่แขกของผมในงานนี้" ขิมที่นั่งมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ เม้มปากเข้าหากันเล็กน้อย นึกสมเพชเวทนาผู้หญิงตรงหน้าแต่ก็อดรู้สึกหน่วงในอกไม่ได้กับคำว่า 'เรื่องของเรา' ที่ธามพูดออกมา แม้จะรู้ว่าเป็นอดีต แต่การเผชิญหน้ากับคู่หมั้นเก่าตัวเป็นๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยสักนิด พิมพ์ชนกหัวเราะในลำคออย่างเหลืออด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "พี่ธามกล้าพูดคำว่าจบกับพิมพ์เพราะเด็กนี่เนี่ยนะ? เด็กกะโปโลที่เข้ามาเกาะพี่เพื่อเงินเนี่ยนะ!" เธอพุ่งเป้าสายตามาที่ขิม พร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้า "ส่วนแก... อย่าคิดว่าจะชนะฉันนะอีเด็กหน้าด้าน! แกก็เป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อที่พี่ธามเขาเก็บมาคั่นเวลาแก้เหงาเท่านั้นแหละ อีกไม่นานพี่ยักษ์เขาก็เขี่ยแกทิ้งเหมือนเศษขยะ!" คำพูดสาดเสียเทเสียดังพอที่จะทำให้แขกบริเวณใกล้เคียงเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ ขิมสูดหายใจเข้าลึก เตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบชนิดที่อีกฝ่ายต้องหน้าชา แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ ประตูบานใหญ่ทางด้านหลังของเลานจ์ก็เปิดผางออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายอีกคนก้าวเข้ามา "ขอโทษนะครับที่ขัดจังหวะความสนุก..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังกังวานไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกคนในรัศมีนั้นต้องหันไปมองเป็นตาเดียว ขิมเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มผู้มาใหม่—คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศในเวลานี้ ดวงตาสีนิลของธามหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว เมื่อผู้มาใหม่ยกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ขิมก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน "พอดีผมเพิ่งบินกลับมา... และบังเอิญได้ยินที่คุณพูดเมื่อกี้... ขิมครับ ในเมื่อเขาไม่เห็นค่า แล้วสนใจมาลองเป็น 'ของจริง' ของผมแทนไหมล่ะครับ?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%