"ถ้าคิดจะแหกปากหาเรื่องกันตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา ก็ไสหัวกลับไปนอนโรงแรมห้าดาวของเธอซะ ประธานภูริวัฒน์!"
เสียงตะคอกที่ดังลอดผ่านบานประตูไม้สักทองหนาเตอะในตอนที่แล้ว ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของขิมา เด็กหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องโถงชุดเพนท์เฮาส์หรูหรา แผ่นหลังบางเหยียดตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับความกราดเกรี้ยวของผู้มาใหม่ แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยันขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สาวเข้ามาประชิดหน้าประตูห้องนอนใหญ่ บ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นที่ใกล้ระเบิดเต็มที และในวินาทีต่อมา บานประตูก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่ถูกปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างไร้ระเบียบเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและแผงอกไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจเข้าออก ธาม ภูริวัฒน์ ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น ดวงคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกด้วยความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"นาย..." ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนเหลือเชื่อ "นี่มันบ้านฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเด็กกะโปรร,อย่างนาย ขิม! เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วไสหัวเข้าห้องไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วโยนกระเป๋าเน่าๆ ของนายทิ้งลงไปจากชั้นสามสิบเจ็ดนี่จริงๆ"
ขิมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย เขายกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองร่างสูงที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างไม่สะท้าน
"อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายจอมเผด็จการนี่เองครับ" ขิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ปลายเสียงลากยาวอย่างจงใจยั่วโมโห "พอดีผมเป็นคนนอนไม่หลับถ้าไม่ได้ยินเสียงอะไรครึกครื้น... แล้วอีกอย่าง สัญญาในดีลลับบ้าๆ นั่น ก็ไม่ได้ระบุไว้นี่ครับว่าผมนอนร่วมชายคาเดียวกับคุณแล้ว ต้องทำตัวเป็นผีไร้รากหญ้า ห้ามหายใจแรงหรือห้ามทำเสียงดังรบกวนความเงียบสงบระดับไฮโซของคุณ"
"ปากดี..." ธามก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และแอลกอฮอล์ลอยเข้าแตะจมูกขิม จนเด็กหนุ่มเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ธามโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความอาจหาญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง "คิดว่าเก่งนักใช่ไหม ถึงกล้ามาลองดีกับคนอย่างฉัน... อยากรู้ไหมล่ะ ว่าถ้าฉันหมดความอดทนขึ้นมาจริงๆ นายจะยังมีปัญญามาลอยหน้าลอยตาเถียงฉันแบบนี้อยู่หรือเปล่า"
แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความตื่นตระหนกกับความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิตนี้ แต่ขิมก็ยังกัดฟันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวให้เห็นแม้แต่น้อย
"ลองดูสิครับ..." ขิมท้าทาย เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำริมฝีปากของอีกฝ่าย "ถ้าคิดว่าแน่จริง ก็ลองทำผมดูสิครับคุณธาม... หรือว่าทำได้แค่เห่าขู่ไปวันๆ เหมือนสุนัขหวงก้างกันแน่ล่ะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ดวงตาคมดุของธามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ไม่เคยมีใครกล้าท้าทายเขาด้วยถ้อยคำและแววตาเยาะหยันเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่เกิดมา มีแต่คนก้มหัวและเกรงกลัวอำนาจของตระกูลภูริวัฒน์ แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับกล้าเอาคมมีดมาเชือดเฉือนกับความอดทนของเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของขิมไว้แน่นโดยไม่ทันตั้งตัว แรงบีบไม่ได้ถึงกับเจ็บแต่ก็มากพอที่จะตรึงไม่ให้เด็กหนุ่มถอยหนี
"ปากดีแบบนี้... คงต้องหาทางกักบริเวณไม่ให้ไปพ่นพิษใส่ใครที่ไหนอีกสินะ" ธามกระซิบเสียงต่ำพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแก้วใสของอีกฝ่าย "จำไว้... นี่คือคืนแรก และนายเป็นคนเลือกเองนะ ขิม"
ขิมสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าอย่างถือวิสาสะ ความร้อนจากสัมผัสนั้นแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วผิวแก้วจนร้อนผ่าว ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินขอบเขตทำให้สมองของเด็กหนุ่มขาวโพลนไปชั่วขณะ เคมีประหลาดบางอย่างพุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด ทั้งโกรธ ทั้งตื่นเต้น และหัวใจที่เต้นรัวแรงจนควบคุมไม่ได้
"ปล่อยนะครับ..." ขิมพยายามเค้นเสียงพูดออกไปให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือที่พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม "อย่ามาแตะต้องตัวผม..."
"ทำไม... กลัวเหรอ?" ธามยิ้มเยาะ ดวงตาสีเข้มฉายแววพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่องรอยความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าหวาน "เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือไง หึ... เด็กน้อยเอ้ย"
ก่อนที่ขิมจะได้ทันสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบใดๆ เสียงกริ่งหน้าห้องเพนท์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียดและชวนใจเต้นนั้นทันที กริ่งไฟฟ้าแหลมสูงดังติดต่อกันหลายครั้งราวกับคนกดกำลังร้อนรนและจงใจก่อกวน
ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาผละมือออกจากข้อมือของขิมอย่างไม่เต็มใจนัก ปรายตามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปที่ประตูหน้าเพื่อดูว่าใครบังอาจมารบกวนยามวิกาลเช่นนี้
ขิมยืนหอบหายใจเบาๆ อยู่กลางห้อง มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามราวกับกลองเพลิง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทั้งโกรธที่โดนเอาเปรียบ และทั้ง... หงุดหงิดที่หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงให้กับสัมผัสของผู้ชายปากร้ายคนนั้น
ไม่นานนัก เสียงเปิดประตูก็ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ดังทะลุเข้ามาในห้องโถง ทำเอาขิมถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม
"ธามคะ! ทำไมคุณถึงปล่อยให้ยัยเด็กนั่น... เอ๊ย ทำไมคุณถึงปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้องนี้ได้ล่ะคะ!"
ร่างโปร่งของคุณหนูไฮโซชื่อดังในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบูดบึ้งและดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ พิมพ์ชนกยืนจังก้าอยู่ตรงโถงรับแขก กวาดสายตามองมาที่ธามด้วยความตัดพ้อ ก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นร่างบางของขิมที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอกรีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความช็อกระคนรังเกียจ "กรี๊ด! นี่มันอะไรกันคะธาม! คุณพาผู้ชายคนนี้เข้ามานอนในห้องหอของเราได้ยังไง!"
ธามยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายฉายแววรำคาญใจอย่างถึงที่สุด เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากอธิบายอะไรสักคำ บรรยากาศภายในห้องก็กลับมาคุกรุ่นและเต็มไปด้วยแรงปะทะครั้งใหม่ที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
**- ปราณธาตุเก้าสุริยัน -**
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 3
รูมเมตตัวแสบ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!