เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 11

ความลับที่เริ่มรั่วไหล

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ถอยออกไปให้ห่างจากคนของฉัน... พิมพ์ชนก" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้เจือแววอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย มันคือความเย็นชาชนิดที่สามารถแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในห้องทำงานกว้างขวางนี้ให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในพริบตาเดียว ขิมาที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่โดยมีแผ่นอกกว้างของท่านประธานหนุ่มกั้นขวางอยู่เมื่อครู่ สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความตกใจระคนโล่งอกเมื่อเห็นว่าธามปฏิกิริยาไวแค่ไหน ร่างสูงใหญ่ก้าวบังหน้าเขาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการปกป้องเขาจากสายตาคมกริบดั่งมีดโกนของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ พิมพ์ชนกชะงักฝีปากที่กำลังจะอ้าเอ่ยคำเยาะเย้ย รอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพอันน่าสงสัยของคนทั้งคู่ สลับระหว่างใบหน้าแดงก่ำของเด็กหนุ่มหน้าหวานกับท่าทีปกป้องออกนอกหน้าของอดีตคู่หมั้นหนุ่ม "คนของฉันเหรอคะ...?" พิมพ์ชนกทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกสองก้าว กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะที่กระจัดกระจายเล็กน้อยราวกับผ่านการยื้อยュทธิ์ "แปลกจพนะคะคุณธาม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ท่านประธานผู้สูงส่ง ลดตัวลงมาคลุกคลีกับเด็กฝึกงานตำแหน่งรูมเมต... ชิดใกล้เสียจนดิฉันนึกว่าเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าซะอีก" "เรื่องส่วนตัวของผม คงไม่ต้องรายงานคุณพิมพ์ชนกกระมังครับ" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนผู้ฟังต้องเม้มปากแน่น ขิมาที่ยืนอยู่ด้านหลังแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วขยับตัวก้าวออกมาจากเงาของร่างสูง เพื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้ด้วยตัวเอง ในเมื่อเรื่องมันบานปลายจนกลิ่นความสัมพันธ์เริ่มรั่วไหลออกมาแตะจมูกคุณหนูจอมจุ้นคนนี้แล้ว วิธีที่ดีที่สุดไม่ใช่การก้มหัวยอมจำนน... แต่มันคือการ "เล่นละคร" ตบตาให้เนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก "คุณพิมพ์ชนกเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วครับ" ขิมาแย้มยิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มการค้าที่ปลอมเปลือกที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยสรรหามาได้ ดวงตาคู่หวานพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "พอดีผมกับท่านประธาน... เอаะ เรียกว่า 'มีเรื่อง' ต้องเคลียร์กันเป็นการส่วนตัวน่ะครับ เรื่องงานนี่แหละ เถียงกันจนเกือบจะวางมวยกันอยู่แล้ว คุณพิมพ์ชนกเข้ามาพอดี... เลยได้ยินเสียงดังเล็ดลอดออกไปสินะครับ" ธามเหลือบสายตากลับมามองคนตัวเล็กที่กล้าเอ่ยอ้างว่า 'เกือบจะวางมวย' กับเขาด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ อย่างรู้ทัน ก่อนจะไหลตามน้ำไปกับเกมที่เด็กหนุ่มร่างบางเป็นคนเปิดฉาก "ใช่... รูมเมตคนนี้ดื้อด้านเกินเยียวยา" ธามปรับน้ำเสียงให้มีความหงุดหงิดเจืออยู่จริง ๆ ชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องแสดงก็เนียนกริบ "ทำงานไม่เคยได้ดั่งใจ เอกสารผิดพลาดจนผมต้องเรียกมาตักเตือนรุนแรง... ถ้าคุณพิมพ์ชนกจะกรุณารบกวนช่วยรอข้างนอกก่อน ผมกำลังจะ 'อบรม' เด็กคนนี้ต่อให้จบกระบวนความ" คำว่า 'อบรม' ของท่านประธานถูกเน้นเสียงหนักหน่วงจนขิมาต้องแอบหยิกเข้าที่ชายเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ แต่ภายนอกยังคงตีหน้าซื่อตาใส ประสานสายตากับพิมพ์ชนกอย่างไม่เกรงกลัว พิมพ์ชนกหรี่ตามองคนทั้งคู่อย่างไม่ไว้วางใจนัก เธอย่อมไม่เชื่อสนิทใจหรอกว่านี่คือการทะเลาะเรื่องงานธรรมดา เพราะเคมีและบรรยากาศตึงเครียดแต่เจือความวาบหวามก่อนหน้าที่เธอจะผลักประตูเข้ามามันฟ้องชัดเจนยิ่งกว่าภาพถ่าย "เหรอคะ... งั้นก็คงเป็นวิธี 'อบรม' ที่แปลกประหลาดพิลึก ถึงได้ยืนแนบชิดกันจนแทบจะรวมร่างเป็นคนเดียวกันแบบนั้น" พิมพ์ชนกแค่นหัวเราะในลำคอ เดินลอยชายเข้าไปหย่อนกายลงนั่งบนโซฟารับแขกกลางห้องทำงานอย่างไร้มารยาท "ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันว่าง... เชิญท่านประธาน 'อบรม' เด็กดื้อคนนี้ต่อได้เลยค่ะ ดิฉันอยากรู้เหมือนกันว่า รูมเมตหน้าหวานคนนี้จะมีความสามารถพิเศษอะไร ถึงทำให้ท่านประธานผู้เย็นชาจนน้ำแข็งเรียกพี่ ต้องยอมเสียเวลามาสั่งสอนด้วยตัวเองถึงในห้องส่วนตัว" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น ขิมาลอบกัดริมฝีปากล่างเบาๆ สมองหมุนจี๋เพื่อหาทางไล่แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ออกไปให้พ้นทาง ถ้าปล่อยให้ยื้อยุดกันแบบนี้ต่อไป มีหวังความลับเรื่องที่พวกเขาแอบย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันได้ถูกขุดคุ้ยจนพรุนแน่ และที่สำคัญ... สายตาของพนักงานข้างนอกที่เดินผ่านกระจกใสบานใหญ่เริ่มจับจ้องเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้ว! ผ่านไปไม่ถึงห้านาที ข่าวลือเรื่องท่านประธานหนุ่มกับรูมเมตหน้าหวานกำลังโดนซุบซิบกันสนั่นแผนกแน่นอน ถ้าวันนี้ไม่หาทางกลบเกลื่อนให้เนียนกริบ มีหวังได้กลายเป็นหัวข้อกอสซิปอันดับหนึ่งประจำตึกแน่ๆ "ในเมื่อคุณพิมพ์ชนกยืนยันจะนั่งรอ..." ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ขายาวก้าวถอยห่างจากขิมาเล็กน้อยเพื่อรักษา ระยะห่างทางสังคมต่อหน้าบุคคลที่สาม แต่สายตาที่มองตรงมายังเด็กหนุ่มนั้นกลับเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก "งั้นเราก็มาเคลียร์เรื่อง 'ความผิดพลาด' ของนายให้มันจบๆ ไปซะทีสิ ขิมา" ขิมาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกชื่อห้วนๆ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเด็กฝึกงานผู้แสนจะอัดอั้นตันใจ ทันที ธามจงใจเน้นคำว่า 'ความผิดพลาด' ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ซึ่งนั่นทำให้ขิมาหมั่นไส้จนอยากจะกระโดดเตะก้านคอคนตัวสูงสักทีสองทีแก้เขิน "ครับท่านประธาน!" ขิมาประชดกลับเสียงดังฟังชัด ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวธามเสียเองด้วยความหมั่นเขี้ยว ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง "ในเมื่อท่านประธานบอกว่างานผมมันผิดพลาดนักหนา งั้นเรามา 'เคลียร์' กันให้รู้เรื่องตรงนี้เลยดีไหมครับ ว่าตกลงแล้ว... ปัญหาคอมพิวเตอร์พัง เอกสารสูญหาย หรือตัวท่านประธานกันแน่ที่เป็นฝ่าย... หาเรื่องผมก่อน!" ประโยคหลัง ขิมาชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบกระซับใกล้ใบหูแกร่ง แกล้งทำเป็นเถียงฉอดๆ เพื่อตบตาคนที่นั่งมองอยู่บนโซฟา แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวธามกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะเสียเอง ธามนิ่งไปนิด ชายหนุ่มเหลือบสายตาลงมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับขยายเถียงเขาฉอดๆ ใกล้แค่นี้ ความอดทนที่ถูกทดสอบมาตลอดหลายสัปดาห์เริ่มสั่นคลอน ชายหนุ่มนึกอยากจะรวบเอวบางๆ นี่เข้ามาฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวเสียตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ยังมีมารหัวใจนั่งทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ตรงนั้น "นายกล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอ ขิมา?" ธามแกล้งทำเป็นดุ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังพอให้พิมพ์ชนกที่นั่งไขว่ห้างอยู่ได้ยินชัดเจน มือหนารวบจับข้อมือบางของเด็กหนุ่มไว้แน่น ออกแรงดึงเข้าหาตัวโดยอ้างเหตุผลเรื่องการตักเตือน แต่เนื้อแท้คือการฉวยโอกาสเนียนๆ "ปล่อยนะครับท่านประธาน! มาจับมือผมทำไม งานก็คืองานสิครับ!" ขิมาแกล้งโวยวายเสียงดัง สะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อเล่นละครตบตา แต่แก้มใสกลับขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่ต้องบลัชออน เคมีและการปะทะฝีปากแบบถึงพริกถึงขิงของทั้งคู่ทำเอาพิมพ์ชนกที่นั่งมองอยู่เริ่มรู้สึกขัดหูขัดตาขึ้นมาจริงๆ "พอได้แล้วค่ะ!" พิมพ์ชนกทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ไหว ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นด้วยความหงุดหงิด "นี่พวกคุณเห็นฉันเป็นธาตุอากาศหรือยังไง ถึงได้มายืนสวีท... เอ๊ย มายืนทะเลาะกันฉอดๆ ให้ดูอยู่ได้!" ขิมาแอบยิ้มกริ่มในใจ แผนการกวนประสาทเริ่มได้ผล แต่รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันได้ไปถึงไหน ประตูห้องทำงานบานใหญ่อีกบานที่เชื่อมต่อไปยังห้องพักผ่อนด้านใน ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ พร้อมกับร่างท้วมของกรณ์ เพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือวิสาสะเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหน้าตาเฉย "ไอ้ขิม! เอกสารงบประมาณที่แกให้ฉันหาเมื่อเช้า... เฮ้ย! มีแขกเหรอวะเนี่ย โทษทีๆ กูไม่รู้ว่าท่านประธานกำลัง 'อบรม' เด็กให้อย่างถึงพริกถึงขิงอยู่" กรณ์ชะงักฝีปากทันทีที่กวาดสายตาไปเจอพิมพ์ชนกที่ยืนหน้าตึงอยู่มุมห้อง ก่อนจะส่งสายตาล้อเลียนปนเจ้าเล่ห์มาให้ขิมา ขิมาอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะทำงานให้ตายสลายตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด! ไอ้เพื่อนเวร... มาผิดจังหวะยิ่งกว่าจับวาง! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าธามที่ตอนนี้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน ก่อนที่พิมพ์ชนกจะหรี่ตามองกรณ์สลับกับธามและขิมาด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นยิ่งกว่าเดิม "เดี๋ยวก่อนนะ..." พิมพ์ชนกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหลมสูงเจือแววเยาะหยันชัดเจน "เมื่อกี้เพื่อนคุณบอกว่า... เอกสารงบประมาณ... แล้วก็ถือวิสาสะเดินทะลุมาจากห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านใน... ทั้งที่ปกติห้องนั้นมีแค่ท่านประธานใช้คนเดียวไม่ใช่เหรอคะ?" ขิมากลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความลับที่พยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะพังทลายลงตรงหน้าในวินาทีนี้เอง! ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%