กลิ่นอับของห้องเก็บเอกสารเก่าๆ ในชั้นใต้ดินของบริษัท *แกลเลอรี เดอ ศิรินทร์* ช่างแตกต่างจากความหรูหราอลังการของห้องทำงานประธานบริษัทที่อยู่ชั้นบนสุดราวฟ้ากับเหว รินรดากวาดสายตามองกองแฟ้มเอกสารบัญชีที่ถูกฝุ่นเกาะหนาเตอะ ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวลูบไล้ไปตามสันแฟ้มด้วยความนิ่งสงบ ทว่าแววตาคู่คมกลับเปล่งประกายความเยียบเย็นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
"คิดจะเขี่ยฉันให้พ้นทางแล้วฮุบผลงานทั้งหมดไปหน้าตาเฉย งםั้นเหรอ... ศิรินทร์ เธอประเมินฉันต่ำไปหน่อยแล้วค่ะ"
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงระเรื่อ รินรดากางสมุดบันทึกเล่มเล็กของเธอขึ้น พร้อมกับดึงแฟ้มเอกสารการสั่งซื้อผ้าไหมนำเข้าจากอิตาลีเมื่อสองปีก่อนออกมาเปิดดู ตัวเลขต้นทุนที่ถูกปัดเศษขึ้นอย่างน่าสงสัยและลายเซ็นอนุมัติที่คุ้นตา ทำให้มุมปากของหญิงสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวานละมุนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันและเด็ดเดี่ยวของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน หลังจากที่เธอได้พบกับคีย์รินทร์—ประธานหนุ่มผู้เย็นชาและทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงธุรกิจการเงิน การสนทนาในคืนนั้นไม่ได้จบลงแค่ความเงียบงัน แต่เป็นข้อเสนอทางธุรกิจที่เธอไม่อาจปฏิเสธ และที่สำคัญ มันคือเครื่องมือชั้นดีที่จะใช้ตบหน้าพวกคนตลบแตลงให้ดิ้นพล่านด้วยความอับอาย
*“ถ้าคุณอยากได้หลักฐานเพื่อลากคอมันลงมาเหยียบดิน สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่การก้าวเข้าไปในถ้ำเสือแล้วหยิบมันออกมา... ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม”*
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกของคีย์รินทร์ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท เขามอบอำนาจเบ็ดเสร็จและทางสะดวกให้เธอเข้ามาตรวจสอบบัญชีภายในบริษัทเก่า โดยอ้างชื่อในฐานะผู้ตรวจสอบพิเศษจากกลุ่มบริษัทในเครือที่เข้ามาสืบสวนคดีทุจริต ทำให้อดีตเพื่อนสนิทอย่างศิรินทร์ทำได้เพียงกัดฟันยอมรับและส่งยิ้มแห้งๆ ต้อนรับเธออย่างจำใจ โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังขุดหลุมฝังศพรอตัวเองอยู่
รินรดาดึงเอกสารแผ่นสุดท้ายออกจากแฟ้ม เป็นใบเสร็จการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่ชื่อตรงกับพี่ชายแท้ๆ ของศิรินทร์พอดิบพอดี หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ต่อให้มีทนายฝีมือดีระดับประเทศก็คงช่วยให้รอดพ้นจากข้อหายักยอกทรัพย์และขโมยลิขสิทธิ์ผลงานดีไซน์ไม่ได้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าหน้าห้องเก็บเอกสารดังขึ้นขัดจังหวะความคิด รินรดาชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะเก็บเอกสารทั้งหมดลงในกระเป๋าเอกสารหนังสีดำอย่างรวดเร็ว
"เชิญค่ะ" เธอเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ประตูกลเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของศิรินทร์ที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน รอยยิ้มเสแสร้งถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสภาพมอมแมมของรินรดาด้วยความสมเพชระคนหวาดระแวง
"อุ๊ย ริน... ยังค้นหาเอกสารไม่เสร็จอีกเหรอคะเนี่ย?" ศิรินทร์แสร้งทำเป็นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันจนเล็บจิกฝ่ามือกลับฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังร้อนรนแค่ไหน "นี่ก็ดึกมากแล้วนะ ทางเราเกรงใจแย่เลยที่คุณต้องมาลำบากทำอะไรแบบนี้... ตั้งใจจะหาหลักฐานอะไรเหรอคะ หรือว่ายังทำใจไม่ได้ที่ผลงานเซ็ตนั้นมันกลายเป็นของฉันไปแล้ว?"
รินรดายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปิดกระเป๋าเอกสารเสียงดังสนั่น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนสนิท แววตาที่มองตรงไปนั้นเต็มไปด้วยความเหนือกว่าจนศิรินทร์เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ผลงานที่ได้มาด้วยการขโมยของคนอื่น มันไม่มีวันเป็นเจ้าของที่แท้จริงหรอค่ะ ศิรินทร์" รินรดาก้าวเข้าไปหาทีละก้าว น้ำเสียงของเธอแม้จะนุ่มนวลแต่กลับเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "ส่วนเอกสารที่ฉันหา... ก็เป็นพวกขยะเปียกที่พวกทุจริตคดโกงชอบซุกซ่อนไว้ใต้พรม เพื่อรอวันถูกเผาทำลายนั่นแหละค่ะ น่าเสียดายจัง... ที่คุณเก็บกวาดมันไม่สะอาดพอ"
สีหน้าของศิรินทร์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที รอยยิ้มจอมปลอมหายวับไปกับตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "แก... แกพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ!"
"ไม่เข้าใจไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวอีกไม่นาน... คุณจะได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งแน่นอน" รินรดาคลี่ยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ก่อนจะสะพายกระเป๋าเอกสารขึ้นบ่าและเดินผ่านร่างที่สั่นเทาของศิรินทร์ออกไปอย่างสง่างาม
ทว่า เมื่อเธอเดินพ้นประตูตึกและก้าวเท้าออกมาสู่ลานจอดรถ V.I.P. ด้านนอก บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันขึ้นอย่างกะทันหัน แสงไฟสปอตไลท์จากรถยนต์โรลส์-รอยซ์สีดำสนิทส่องกระทบร่างของเธอ และสิ่งที่จอดรออยู่กลางลานกว้างนั้นไม่ใช่รถเก๋งธรรมดา แต่เป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ที่ตีตราสัญลักษณ์ตระกูลดัง ซึ่งกำลังพัดใบพัดตีลมเสียงดังกระหึ่มจนเส้นผมของเธอปลิวสยาย
ประตูรถโรลส์-รอยซ์เปิดออก เผยให้เห็นเรียวขายาวในกางเกงสแลคเข้ารูปของชายหนุ่มผู้ก้าวลงมาด้วยท่าทางทรงอำนาจ คีย์รินทร์ยืนกอดอกพิงตัวรถ สายตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยความเรียบเฉย ก่อนที่เขาจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"งานในดงขยะ... สนุกดีไหมครับ คุณดีไซเนอร์คนเก่ง?"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบโต้ ร่างสูงของประธานหนุ่มก็เดินเข้ามาประชิดตัว ฝ่ามืออุ่นจัดคว้าเอวบางของเธอไว้ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับที่ประตูเฮลิคอปเตอร์ด้านหลังเปิดกว้างออก พร้อมด้วยเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูที่ทำเอาเธอขนลุกซู่
"แต่ตอนนี้... ได้เวลาไปดูฉากจบที่สะใจกว่านั้นแล้วครับ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์กับผมเดี๋ยวนี้... เราจะไปพังงานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของพวกมันด้วยกัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ เค้กวานิลลาสัญญาว่าตอนหน้าความฟินและความมันส์จะทวีคูณขึ้นจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ!
ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
ก้าวแรกของการทวงคืน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!