เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปสุดของแบรนด์ดังระดับโลกยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่ารินรดาจะก้าวเท้าลงมาสัมผัสกับพื้นคอนกรีตเย็นเยียบของดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจในยามวิกาลแล้วก็ตาม ลมกรรโชกแรงจากการลงจอดพัดปะทะเรือนผมยาวสลวยจนยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่ได้ยกมือขึ้นจัดแต่งมัน สิ่งเดียวที่ตรึงความสนใจของเธอในเวลานี้ คือความเงียบสงบอันน่าหวาดผวาของชั้นบนสุดแห่งอาคารสำนักงานของศิรินทร์ ดีไซน์สตูดิโอ
อาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความฝันร่วมกัน... ก่อนที่มันจะถูกแย่งชิงและสวมรอยโดยคนที่เธอเคยเรียกว่าเพื่อนสนิท
"ถ้ารู้สึกกลัว... ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทันนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่เปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จของคีย์รินทร์ดังขึ้นเหนือเสียงลม เขาอยู่ในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปสีดำสนิท ไร้รอยยับ ไร้ความลังเล ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกรอบข้างราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อในกรง
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย เธอปอยผมที่ถูกลมพัดมาบดบังใบหน้าออกด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับผู้ชายที่อันตรายที่สุดในวงการธุรกิจ "คำว่ากลัวสะกดอย่างไรคะคุณคีย์รินทร์? คนที่สูญเสียทุกอย่างไปจนไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรู้จักคำนั้นหรอกค่ะ"
คำตอบของเธอทำให้มุมปากหยักลึกของประธานหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ถูกใจเหยื่อร่วมฝูง
คีย์รินทร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเข้าไปประชิดประตูหนีไฟที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สำนักงานชั้นใน ฝ่ามือหนายกขึ้นแตะอุปกรณ์สแกนลายนิ้วมือดิจิทัลที่ถูกติดตั้งไว้อย่างแน่นหนา เสียงระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังติ๊ดเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ไฟสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมกับกลอนประตูที่คลายตัวออกอย่างเงียบเชียบ
รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ "คุณ... เข้ามาได้อย่างไรคะ? นั่นคือระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดของตึกนี้เลยนะคะ"
"ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยไหนในประเทศนี้ ที่ปลอดภัยจากกลุ่มบริษัทคีย์เน็ตเวิร์กหรอกค่ะ" คีย์รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ราวกับว่าการเจาะระบบของบริษัทคู่แข่งเป็นเพียงการเดินไปหยิบของในห้องนั่งเล่น "เชิญค่ะ คุณรินรดา เรามีเวลาเหลือน้อยกว่าที่คุณคิด ก่อนที่ยามรอบกะจะเดินตรวจรอบถัดไป"
ความมืดมิดภายในห้องทำงานส่วนตัวของศิรินทร์ถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นอายของความหรูหราที่ถูกสร้างขึ้นจากการปล้นผลงานคนอื่น
รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้อง หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นด้วยความโกรธแค้นที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ภาพของสเก็ตช์ชุดคอลเลกชัน ‘The Eclipse’ ที่เธอเคยนั่งอดหลับอดนอนวาดมันด้วยหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณ กลับถูกปรินต์ออกมาแผ่นใหญ่แล้วแปะไว้บนบอร์ดกลางห้อง เพื่อเตรียมนำไปใช้ในงานเปิดตัวพรุ่งนี้เช้า
"คนไร้ยางอาย..." รินรดาพึมพำลอดไรฟัน มือเรียว กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ
"อย่าเพิ่งเสียเวลาโกรธกับภาพวาดพวกนั้นเลยค่ะ" คีย์รินทร์เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทำจากไม้นำเข้า เขาไม่ได้สนใจบอร์ดผลงานแม้แต่น้อย สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ลิ้นชักล็อกกุญแจ "เป้าหมายของเราคือ ‘ต้นฉบับดิจิทัล’ และ ‘สัญญาการโอนสิทธิ์ปลอม’ ที่มันใช้แอบอ้างต่างหาก ถ้าไม่มีสองสิ่งนี้ งานเปิดตัวพรุ่งนี้... ก็จะเป็นแค่ละครฉากใหญ่ที่ไม่มีบทประพันธ์"
รินรดาได้สติ เธอรีบพยุงตัวเองให้กลับมามีสมาธิ ไหวพริบของดีไซเนอร์ผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนทำงานทันที เธอก้าวเข้าไปที่โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม "ศิรินทร์เป็นคนรอบคอบ แต่เธอมีนิสัยอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน... เธอชอบเก็บเอกสารสำคัญไว้ใกล้ตัวที่สุด เพราะเธอไม่ไว้วางใจแม้กระทั่งเลขาของตัวเอง"
นิ้วเรียวของรินรดาไล่สัมผัสไปตามขอบไม้ใต้โต๊ะทำงาน ก่อนจะสะดุดเข้ากับร่องแม่เหล็กซ่อนรูป เธอกดมันลงไปเบาๆ เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นโต๊ะเลื่อนออกมาเองอย่างช้าๆ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อพบแฟลชไดรฟ์สีเงินวาววับและแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำนอนสงบนิ่งอยู่ภายในนั้น
"เจอแล้วค่ะ..." รินรดากระซิบเสียงเบา หันไปสบตากับคีย์รินทร์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
คีย์รินทร์ยื่นมือเข้าไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดผ่านๆ ดวงตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรบนกระดาษด้วยความเร็วสูงเพียงไม่กี่วินาที มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น "ลายเซ็นปลอมแปลงไม่แนบเนียนเอาเสียเลยนะคะ... ดูท่าทางเพื่อนรักของคุณคนนี้ คงอยากเข้าไปนอนในซังเตจนตัวสั่น"
ในขณะที่รินรดากำลังเอื้อมมือไปหยิบแฟลชไดรฟ์ที่เป็นหลักฐานชิ้นเอก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของผู้ชายหลายคนก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาทุกที... ทุกที!
*กริ๊ก! เสียงปลดล็อกประตูห้องโถงด้านนอกดังขึ้น!*
รินรดาสะดุ้งเฮือก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที "ยามตรวจรอบ... หรือว่าศิรินทร์กลับมาเอาของลืม?!"
ทางหนีทีไล่มีเพียงทางเดียวคือประตูด้านหน้า ซึ่งตอนนี้มีคนกำลังไขเข้ามาอย่างรวดเร็ว หน้าต่างกระจกสูงเสียดฟ้าไร้ระเบียงออก ไม่มีทางที่มนุษย์คนไหนจะปีนหนีออกไปได้ทัน
ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายและชื่อเสียงแขวนอยู่บนเส้นด้าย คีย์รินทร์ไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาดึงข้อมือเรียวของรินรดากระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะกับแผ่นอกกว้างของเขา กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์โชยเข้าจมูก ก่อนที่เขาจะหมุนตัวพาเธอหลบเข้าไปหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงผืนหนายักษ์ที่บังมุมอับสายตาพอดี
ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ใบหน้าของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคงของเขา ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ในความมืดสลัว แววตาของคีย์รินทร์ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายระยิบระยับของความสนุกสนาน ราวกับว่าพวกเขากำลังเล่นเกมซ่อนหาที่ตื่นเต้นที่สุดในโลก
"ชูส์..." เสียงกระซิบแผ่วเบารดลงบนเส้นผมของเธอ พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่แตะลงบนริมฝีปากนุ่มเพื่อห้ามเสียงอุทาน
ประตูกลางห้องเปิดผางออกพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง *คลิ๊ก... คลั๊ก...* พร้อมกับเสียงหวานหยาดเยิ้มที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนเอ่ยสั่งเลขา
"วางเอกสารไว้ตรงนั้นแหละค่ะ... พรุ่งนี้ฉันต้องเหยียบยัยรินรดาให้จมดินในงานเปิดตัวให้ได้ คอยดูสิว่าคนตกอับอย่างมันจะมีปัญญาเอาอะไรมาสู้ฉัน!"
รินรดากำชายเสื้อสูทของคีย์รินทร์แน่นจนยับยู่ยี่ ความโกรธพุ่งพล่านจนตัวสั่นเทา แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดอย่างไร้ที่ติและสัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือหนาที่โอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ขยับเขยื้อn ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
ทว่า ในวินาทีที่ศิรินทร์ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ผ้าม่านกำมะหยี่เพื่อจะหยิบของบางอย่างบนโต๊ะทำงาน—
คีย์รินทร์กลับโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยได้รูปเฉียดผ่านพวงแก้มเนียนนุ่มของเธอไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นประสาทคนฟังยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าข้างนอก
*“ถ้าเธอส่งเสียงร้องออกมาตอนนี้... เราสองคนอาจจะได้แต่งงานกันก่อนที่ยัยนั่นจะรู้ตัวว่าโดนปล้นนะคะ... รินรดา”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตบหน้าคนชั่วไปพร้อมกับความแซ่บในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 4
ความลับในห้องทำงาน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!