“ถ้าคุณยังวาดเส้นนี้โค้งเข้าหากันอีกแค่มิลลิเมตรเดียว ผลงานชิ้นนี้ของ ‘ลูเมน’ จะกลายเป็นแค่เศษผ้าขี้ริ้วราคาถูกทันทีค่ะคุณรินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวในชุดสูทผ้าทวีดสั่งตัดพิเศษที่เอื้อมมาแตะลงบนปลายดินสอในมือฉัน รินรดาเบี่ยงตัวหลบสัมผัสนั้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ แม้เนื้อหนังจะไม่ได้แตะโดนกันโดยตรง แต่ไอร้อนจากกายหนาและกลิ่นกายหอมสะอาดแบบผู้ชายชนชั้นนำก็แผ่ซ่านเข้ามาล้อมกรอบตัวฉันไว้จนพื้นที่ห้องทำงานส่วนตัวในยามวิกาลแคบลงถนัดตา
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับคีย์รินทร์ ประธานหนุ่มผู้กุมชะตากิจmการนับแสนล้าน ดวงตาคมกริบคู่นั้นไร้ซึ่งความปรานีเช่นเคย แต่ที่แปลกออกไปคือประกายความจริงจังที่สะท้อนอยู่ภายในยามเมื่อเราต้องทำงานร่วมกันอย่างหามรุ่งหามค่ำเพื่อเตรียมเดบิวต์คอลเลกชันกู้ชื่อเสียงของแบรนด์
“ถ้าคุณคีย์รินทร์ตาไวขนาดนั้น ทำไมไม่มาจับปากกาแล้ววาดเองเสียเลยล่ะคะ? ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งฟังคำวิจารณ์ที่ไร้ความเห็นอกเห็นใจนี่” ฉันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่ได้มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ความเหนื่อยล้าจากการโหมงานติดต่อกันสิบสองชั่วโมงทำให้เกราะป้องกันความสุภาพเริ่มสั่นคลอน
คีย์รินทร์ไม่ได้โกรธ เขากลับมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและอำนาจเหนือกว่า
“ถ้าผมทำหน้าที่แทนคุณได้ทุกอย่าง ผมคงไม่ต้องจ้างดีไซเนอร์มือหนึ่งที่กำลังตกอับคนนี้มานั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ตรงนี้หريكหรอกค่ะ รินรดา” เขาจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ตกอับ’ ด้วยซ้ำ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บใจเหมือนวันแรกที่ได้ยิน กลับกัน ความใกล้ชิดภายใต้กองร่างแบบชุดราตรีและผ้าแพรชั้นดีนับร้อยชิ้นในช่วงสามวันที่ผ่านมา ทำให้ความคมคายในคำพูดของเขากลายเป็นแรงผลักดันเสียมากกว่า
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ โต๊ะทำงานตัวใหญ่เต็มไปด้วยร่างแบบที่ถูกขยำทิ้งและร่างใหม่ที่กำลังถูกปั้นแต่งขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและความมุ่งมั่น สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมามองรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตาของฉัน ซึ่งเกิดจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน
“คุณหักโหมเกินไปแล้ว” คีย์รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เป็นความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน ซึ่งนานๆ ครั้งจะได้ยินที
“งานระดับนี้ ถ้าไม่แลกด้วยเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ ก็ไม่มีวันเหยียบหน้าพวกที่เคยเหยียบย่ำเราได้หรอกค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบ หลบสายตาคมคลาวนั้นด้วยการก้มลงมองกระดาษตรงหน้าต่อ “โดยเฉพาะเมื่อฉันมี ‘หนี้’ ที่ต้องชำระคืนให้กับศิรินทร์และคนพวกนั้นให้สาสม”
ทันทีที่ชื่อของศิรินทร์หลุดออกจากปาก บรรยากาศรอบตัวคีย์รินทร์ก็เปลี่ยนไปในพริบตา ความหนาแน่นของอำนาจและรังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก เขาโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น จนใบหน้าของเราห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน
“ผมบอกคุณแล้วไงคะ ว่าศัตรของคุณ... คือภาระของผมด้วยเหมือนกัน” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจังจนหัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
รินรดานิ่งง้ำไปชั่วขณะ สมองประมวลผลความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของคำว่า ‘นายจ้าง’ กับ ‘ลูกจ้าง’ ไปไกลโข ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผู้ชายเย็นชาคนนี้ก้าวเข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่ส่วนตัวของฉันขนาดนี้? ตั้งแต่ตอนที่เขาใช้พลังอำนาจมหาศาลกว้านซื้อหุ้นบริษัทเก่าที่เคยไล่ฉันออก? หรือตั้งแต่ตอนที่เขาคอยส่งกาแฟอุ่นๆ มาให้ในยามดึกดื่นอย่างไร้คำพูด?
“คุณทำแบบนี้... เพื่ออะไรกันแน่คะ คีย์รินทร์?” ฉันตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความไม่แน่ใจในความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก
คีย์รินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาดุดันคู่นั้นทอดมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับกำลังอ่านความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจัดจะเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์ประธานหนุ่มผู้ไร้หัวใจโดยสิ้นเชิง
“เพราะผมไม่ชอบให้ของมีค่า... ต้องไปอยู่ในมือของคนไร้ค่า” เขาตอบสั้นๆ แต่ทรงพลัง และก่อนที่ฉันจะได้หาคำพูดใดมาโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวอย่างฉับพลัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงเลขาฯ หน้าห้องดังทะลุเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “ตอนนี้ทางฝั่งของศิรินทร์ปล่อยภาพร่างคอลเลกชันใหม่ล่าสุดออกสู่ตลาดแล้วครับ! และ... และมันดันตรงกับแบบร่างต้นฉบับที่คุณรินรดากำลังทำอยู่เป๊ะๆ ทุกเส้น!”
รันรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา แบบร่างชิ้นนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในเซฟดิจิทัลที่มีเพียงเธอกับคีย์รินทร์เท่านั้นที่เข้าถึงได้!
คีย์รินทร์ผละตัวออกห่างจากฉันในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่จนน่ากลัว ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ดูท่าว่า... ในบริษัทของผม จะมี ‘หนูสกปรก’ แอบซ่อนอยู่สินะคะ” คีย์รินทร์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “จัดการล็อกตึกทั้งหมด ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด... และเตรียมรถ เราจะไป ‘เยี่ยม’ แขกไม่速เชิญกันตอนนี้เลย”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ!
ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 10
ความสัมพันธ์ภายใต้ความกดดัน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!