ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

สูตรลับความสำเร็จ

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับดังสนั่นห้อง เพดานกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองสะท้อนภาพแสงไฟนีออนระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มแห่งกลุ่มบริษัทการลงทุนผู้ทรงอิทธิพล ไหล่บางเหยียดตรงอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าเมื่อครู่เลขาฯ มือขวาเพิ่งจะวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานข่าวช็อกโลก—ว่าคนจากตระกูลใหญ่ฝั่งคุณแม่ของเขา บินตรงมาถึงสนามบินส่วนตัวแล้ว และเป้าหมายคือการลากตัวเธอกลับไปจัดการให้พ้นทาง "พวกเขาคิดว่าฉันเป็นตุ๊กตาไขลานหรือไงคะ ถึงอยากจะเชิดไปซ้ายหรือขวาตามอำเภอใจ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากสวย นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ "ส่งคนมาดักรอกะจะหักหน้าฉันให้พ้นจากเส้นทางของแม่ศิรินทร์อดีตเพื่อนรักตัวดี... น่าขันสิ้นดีนะคะ" คีย์รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมปลาบดุดันคู่นั้นกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ความดื้อรั้นและไหวพริบที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้ในยามวิกฤต ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดความรู้สึกบางอย่างไหววูบขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ประธานหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราวกับประกาศิต "ปล่อยให้พวกเขาเหิมเก่งไปก่อนเถอะครับ... อ้อ ขออภัยค่ะ ฉันติดปากพูดคำผู้ชายซะแล้วสิคะ" คีย์รินทร์ชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเปลี่ยนมารอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจ "ปล่อยให้สุนัขรับใช้พวกนั้นคิดว่าตัวเองกำชัยชนะไว้ในมือเถอะค่ะ รินรดา... เพราะเกมนี้ คนที่จะตบหน้าพวกมันจนกระอักเลือด ไม่ใช่คนอื่น... แต่คือเราสองคนต่างหากล่ะคะ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เคมีระหว่างคนทั้งสองพวยพุ่งจนแทบจะจุดประกายไฟได้ รินรดาไม่หลบสายตา เธอรู้ดีว่าในเวลานี้ ไม่มีที่ว่างให้ความอ่อนแอ มีเพียง "สูตรลับความสำเร็จ" เท่านั้นที่จะพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ "ถ้าอย่างนั้น... เรามาเริ่มร่างแผนการสร้างแบรนด์ใหม่ให้หรูหราจนพวกมันต้องคุกเข่ากราบกรานดีกว่าค่ะ" รินรดาดึงแฟ้มเอกสารตรงหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศิรินทร์และตระกูลไฮโซจอมปลอมพวกนั้นเหยียดหยามเธอว่าเป็นแค่ดีไซเนอร์ตกอับ ไร้หัวนอนปลายเท้า ปล้นแม้กระทั่งผลงานหยาดเหงื่อแรงกายไปหน้าตาเฉย แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยเงินทุนมหาศาลที่ไร้ขีดจำกัดของคีย์รินทร์ และพรสวรรค์ด้านการออกแบบที่ถูกกดทับไว้ของรินรดา มันคือการผสมผสานระหว่างอำนาจที่ดุดันและความงามที่ไร้ที่ติ "แบรนด์เดิมที่พวกมันแย่งไป... ฉันจะทำให้มันกลายเป็นแค่เศษขยะราคาถูกในตลาดไฮเอ็นด์" รินรดาลากเส้นปากกาลงบนกระดาษร่างแบบด้วยความมั่นใจ "เราจะไม่เปิดร้านแข่งกับพวกมันธรรมดาๆ หรอกนะคะ แต่เราจะสร้างอาณาจักรแฟชั่นที่แม้แต่ทายาทตระกูลใหญ่ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาซื้อ" คีย์รินทร์ยกย่องความเด็ดเดี่ยวนี้ เขาเลื่อนแท็บเล็ตสีดำสนิทรุ่นพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินระดับโลกมาตรงหน้าเธอ "บัญชีนี้เปิดไว้รอคุณแล้วค่ะ วงเงินไม่จำกัด... อยากซื้อตึกไหน อยากจ้างช่างฝีมือคนไหน หรืออยากกว้านซื้อวัตถุดิบเกรดพรีเมียมจากทั่วโลก ทำได้ตามใจชอบทุกอย่างค่ะ" รินรดากวาดสายตามองตัวเลขในหน้าจอที่ยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน เธอมองหน้าชายหนุ่ม นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้ง "คุณเปย์ฉันหนักขนาดนี้... ไม่กลัวฉันล้มละลายบริษัทคุณเล่นหรือคะ?" "ต่อให้คุณเผาเงินเล่นจนหมดเกลี้ยงครึ่งหนึ่งของประเทศนี้ ฉันก็ยินดีค่ะ" คีย์รินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ทว่าแฝงความอบอุ่นที่ทำเอารินรดาต้องหลบสายตาวับวาวคู่นั้นอย่างไม่คุ้นชิน หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังวางโครงสร้างคอลเลกชันแรกที่ชื่อว่า "Phoenix Reborn" ซึ่งสื่อถึงการฟื้นคืนชีพจากกองเพลิงแห่งความอัปยศ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะของเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นกะทันหัน ไฟสีแดงสลับขาวกะพริบวาบไปทั่วห้อง ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นใต้ดินเปิดออกอย่างไร้เสียง ทว่าสิ่งที่ก้าวออกมาไม่ใช่เลขาฯ ส่วนตัว หรือแม้แต่บอดี้ガードประจำตระกูล แต่เป็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรส haute couture ราคาแพงลิบลิ่ว ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยยิ้มเยาะเย้ย "อุ๊ย... ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทบุกรุกเข้ามานะคะ พอดีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพิ่งลงจอด แล้วฉันก็ทนรอที่จะมาดูหน้า 'ดีไซเนอร์ตกอับ' แถวนี้ไม่ได้น่ะค่ะ... พี่รินรดา!" ศิรินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ด้านหลังมีชายชุดดำร่างยักษ์ไม่ต่ำกว่าหสิบนายยืนคุมเชิงอย่างน่ากลัว บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รินรดายังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิทบนเก้าอี้หนังราคาแพง เธอมองอดีตเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาหาเรื่องถึงถิ่นด้วยแววตาเรียเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับคีย์รินทร์ที่ค่อยๆ 1 เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาดุดันฉายแววอันตรายราวกับราชสีห์ที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าปากถ้ำ ศิรินทร์หัวเราะคิกคัก เดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วใช้มือปัดกระดาษร่างแบบของรินรดาร่วงลงพื้นกระจาย "เลิกเพ้อฝันที่จะสร้างแบรนด์แข่งกับตระกูลเราเถอะค่ะพี่... เพราะอีกสามนาทีข้างหน้า ตำรวจจะบุกมาจับพี่ข้อหาขโมยความลับทางการค้า... และเอกสารทั้งหมดในห้องนี้ จะถูกยึดไปเป็นของฉัน!" รินรดายังคงไม่ขยับเขยื้อน เธอก้มลงมองกระดาษที่ปลิวว่อนบนพื้นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่เย็นชาถึงกระดูกดำ "มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ... ศิรินทร์?" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด ทว่าแฝงรังสีอำมหิตที่ทำเอาผู้มาเยือนถึงกับชะงัก "ระวังตัวไว้ให้ดีนะคะ... ว่าคนที่ตำรวจจะใส่กุญแจมือพาออกไปจากที่นี่... จะเป็นใครกันแน่!" สิ้นเสียงของรินรดา ประตูลิฟต์ส่วนตัวตัวเดิมก็ส่งเสียง "ติ๊ง" ดังสนั่นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั่งรถประจำตำแหน่งตรงดิ่งมาถึงที่นี่ พร้อมหมายจับสีแดงในมือที่ระบุชื่อของ "ศิรินทร์" อย่างชัดเจนทุกตัวอักษร! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%