ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 11

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงกรีดร้องของกระดาษราคาแพงที่ถูกฉีกทึ้งด้วยมืออันสั่นเทา ไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หญิงสาวยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีนิ่งสงบ ดวงตากลมโตคู่สวยมองเศษซากผลงานดีไซน์คอลเลกชันใหม่ที่ถูกโปรยลงมาดั่งหิมะสีเลือดบนพื้นพรมราคาแพงอย่างสมเพช "นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทดังขึ้น เขาคือหนึ่งในลูกน้องคนสนิทของศิรินทร์ ผู้หญิงคนที่เหยียบย่ำหัวใจและขโมยหยาดเหงื่อแรงงานของเธอไปหน้าด้านๆ "ถ้าเธอยังดึงดันจะส่งแบบร่างชุดนี้เข้าประกวดในนามของตัวเองอีก ศาลากลางหรือแม้แต่สตูดิโอเล็กๆ ของเธอ คงไม่มีแผ่นดินให้ยืนแน่" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนอีกฝ่ายคิ้วกระตุก เธอค่อยๆ ก้าวเท้าส้นสูงเข้าไปใกล้ชายร่างใหญ่ขึ้นทีละนิด แม้ส่วนสูงจะต่างกันลิบลับ แต่รัศมีในแววตาของดีไซเนอร์ตกอับคนนี้กลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตานุ่ม "คำเตือนเหรอคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนชายฉกรรจ์เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "แปลกจังนะคะ คนที่ควรจะเป็นฝ่ายต้องหวาดกลัว... กลับเป็นพวกคุณที่ร้อนรนจนต้องส่งหมาลอบกัดมาถึงถิ่นแบบนี้ แสดงว่าผลงานที่ฉันกำลังจะเปิดตัว มันคงไปจี้จุดดำมืดในใจของยัยศิรินทร์เข้าอย่างจังสินะคะ" "ปากดีนักนะอีตัวดี!" ชายฉกรรจ์โกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン เขาพุ่งมือคว้าเข้าที่ต้นแขนเรียวของรินรดาอย่างแรงด้วยความโมโห พร้อมจะสั่งสอนผู้หญิงอวดดีคนนี้ให้หลาบจำ แต่ทว่า... *ปัง!* เสียงประตูกระจกนิรمانของห้องทำงานถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล จนบานประตูชนกระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มปรากฏขึ้นที่กรอบประตู แววตาของคีย์รินทร์ในยามนี้มืดมนและเย็นยะเยือกยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลقสลายเป็นจุล "มือสกปรกของแก..." คีย์รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้ามาในห้องราวกับยมทูตที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของเหยื่อ "...กำลังแตะต้องใครอยู่รู้ตัวไหม" ชายฉกรรจ์หน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขารีบปล่อยมือจากรินรดาโดยอัตโนมัติ "คุณ... คุณคีย์รินทร์! นี่ไม่ใช่ธุระ—" *เปรี้ยง!* หมัดหนักหน่วงพุ่งเข้ากระแทกเข้าที่ใบหน้าของชายฉกรรจ์เต็มแรงจนเขากระเด็นล้มคว่ำไปฟาดกับชั้นวางโชว์สินค้า เสียงกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความตกใจเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าประธานหนุ่มผู้เย็นชาและรักความสมบูรณ์แบบคนนี้ จะลงมือใช้กำลังด้วยตัวเองอย่างไร้ความปรานีเช่นนี้ คีย์รินทร์ไม่แม้แต่จะชายตามองร่างที่นอนโอญครวญอยู่บนพื้น เขากลับหันมาหารินรดา สำรวจเนื้อตัวของเธออย่างรวดเร็วด้วยความร้อนรนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย มือหนาเอื้อมขึ้นสัมผัสรอยแดงจางๆ บนต้นแขนเรียวที่ถูกบีบเมื่อครู่ สัมผัสของเขานั้นอ่อนโยนต่างจากแววตาดุดันเมื่อครู่ลิบลับ "เจ็บไหมคะ..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงในระดับที่ได้ยินกันเพียงสองคน รินรดาสบตาเขานิ่ง หัวใจที่เคยด้านชาเพราะถูกหักหลังกลับไหววูบอย่างประหลาดกับความห่วงใยที่จริงใจนี้ "ฉันไม่เป็นไรค่ะ..." รินรดาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะดึงแขนตัวเองกลับมาเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่าง "แต่ดูเหมือนว่า... แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ จะมีของฝากชิ้นใหญ่มาให้เราเล่นสนุกกันต่อนะคะ" รินรดาก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา หน้าจอยังคงสว่างวาบเพราะมีสายเรียกเข้า และชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลوه "เป็นเบอร์ของศิรินทร์ค่ะ เธอคงกำลังรอลุ้นผลงานการข่มขู่จากลูกน้องคนนี้อยู่แน่ๆ" คีย์รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของนักล่าปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาจากมือของรินรดาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกดรับสายแล้วเปิดลำโพงโสตประสาทให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน *(เสียงปลายสายรีบเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน)* "จัดการเรียบร้อยไหม? ยัยรินรดามันยอมถอนตัวจากการประกวดหรือยัง!" รินรดาสบตากับคีย์รินทร์ ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความสะใจที่กำลังจะระเบิดขึ้นในวินาทีถัดไป คีย์รินทร์ขยับเข้าไปใกล้ไมโครโฟนของโทรศัพท์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กดดันจนคนฟังฝั่งโน้นแทบหยุดหายใจ "ผลงานชิ้นเอกของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะครับ... คุณศิรินทร์" คีย์รินทร์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "และเตรียมตัวรับหมายศาลเรียกค่าเสียหายสามพันล้านบาทจากบริษัทของผมได้เลย... ในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และทำลายทรัพย์สินทางปัญญา" *(เสียงปลายสายกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัว)* "มะ... ไม่จริง! แกเป็นใคร—" *ตู๊ด...* คีย์รินทร์กดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย เขายโยนโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า ก่อนจะหันมาหารินรดาที่กำลังยืนอมยิ้มอย่างพอใจ "เกมนี้... สนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลยใช่ไหมคะ คุณรินรดา" คีย์รินทร์เอ่ยถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "ค่ะ สนุกมาก..." รินรดาตอบรับด้วยรอยยิ้มที่ท้าทายไม่แพ้กัน "แต่เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นแหละค่ะ เพราะพรุ่งนี้เช้า... ฉันจะเปิดโปงความจริงทั้งหมดกลางงานแฟชั่นโชว์ระดับประเทศให้เธอดับอนาคตไปตลอดกาล" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกกรุ่นไปด้วยเคมีอันตรายและความเย้ายวนใจ ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* รินรดาเหลือบสายตาไปมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่ก็พลันแข็งค้างลงทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นเมื่อเห็นข้อความปริศนาที่ถูกส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ พร้อมภาพถ่ายปัจจุบันขณะที่เธอกำลังยืนอยู่กับคีย์รินทร์ในห้องนี้! **"ระวังตัวไว้ให้ดี... เพราะคนที่พวกคุณกำลังสู้ด้วย ไม่ได้มีแค่ศิรินทร์คนเดียวหรอ"** และด้านล่างข้อความนั้น คือโลโก้รูปสัญลักษณ์คุ้นตา... สัญลักษณ์ของตระกูลผู้มีอิทธิพลมืดที่คีย์รินทร์พยายามตามล่ามาตลอดชีวิต! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%