ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 12

การปกป้องที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“คุณรินรดาคะ... เอกสารสิทธิ์การใช้ห้องจัดแสดงรอบสื่อมวลชนถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็นของทางศิรินทร์เรียบร้อยแล้วค่ะ ทางแกลเลอรีแจ้งว่ามีคำสั่งด่วนจากผู้บริหารระดับสูงให้ระงับสิทธิ์ของเราโดยไม่มีกำหนด” เสียงสั่นเครือของเลขาหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ บนโต๊ะทำงาน รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น นิ้วเรียวยาวที่กำลังคีบปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดชะงักลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลูกน้องด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงประกายความดุดันราวกับคมมีด ในโลกของแฟชั่นชั้นสูง ความเมตตาคือความอ่อนแอ และศิรินทร์ก็เลือกที่จะเหยียบย่ำซากความไว้วางใจที่เธอเคยหยิบยื่นให้ เพื่อแลกกับการได้ยืนอยู่ใต้แสงสว่างอันจอมปลอม “ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะ” รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายลงคอ “ในเมื่อสุนัขตัวนั้นอยากได้กระดูกชิ้นโตนัก ก็ปล่อยให้มันคาบไปให้เต็มที่ค่ะ ระหว่างนี้... เราแค่นั่งรอเวลาให้กรงที่มันสร้างขึ้นมาขังตัวมันเองก็พอ” รอยยิ้มมุมปากของดีไซเนอร์สาวไม่ได้บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้าสู่กับดักที่วางไว้ ทว่า ในขณะที่เธอกำลังคำนวณหมากตานี้อย่างใจ3เย็น บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวกลับถูกความกดดันบางอย่างเข้าปกคลุมอย่างฉับพลัน ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดเข้ามาอย่างไร้ซึ่งมารยาท แต่ไม่ใช่เสียงของพนักงานในบริษัท หากแต่เป็นฝ่ามือหนาของบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทสามคนที่ก้าวเข้ามาเคลียร์พื้นที่อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ ตามมาด้วยร่างสูงสง่าของคีย์รินทร์ ประธานกลุ่มบริษัทการลงทุนระดับโลก ผู้ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในสถานที่อภิสิทธิ์ชนระดับกลางเช่นนี้ด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับรูปสลักกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดา “คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้ว รินรดา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจเจือความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม รินรดาวางปากกาลงอย่างใจเย็น เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่ได้สะทกสะท้านต่อออร่าอันคุกคามของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ “ท่านประธานคีย์รินทร์ว่างถึงขนาดต้องมาตรวจงานในห้องแคบๆ ของดีไซเนอร์ตกอับด้วยตัวเองเลยหรือคะ? หรือว่ากลัวว่าฉันจะทำให้ชื่อเสียงตระกูลใหญ่ของคุณต้องมัวหมองไปด้วย” “คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้หมายความแบบนั้น” คีย์รินทร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน รัศมีกดดันจากตัวเขาราวกับบีbอัดอากาศในห้องให้เบาบางลง “ผมได้รับรายงานว่ามีกลุ่มคนจากตระกูลคู่แข่งเริ่มเคลื่อนไหวและพยายามเข้าถึงตัวคุณเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายเครือข่ายธุรกิจของผม และคุณ... แทนที่จะระวังตัว กลับนั่งยิ้มระรื่นรอให้คนอื่นมาแทงข้างหลังเนี่ยนะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่า แต่ประกายในดวงตากลับคมกริบไม่แพ้กัน “คนอย่างรินรดาไม่เคยรอให้ใครมาแทงข้างหลังหรอกค่ะ ถ้าใครกล้าลองดี ฉันพร้อมที่จะควักหัวใจมันออกมาดูต่างหากว่าทำด้วยอะไร... ว่าแต่คุณเถอะค่ะ ที่ลงทุนส่งทีมคุ้มกันระดับ VVIP มาล้อมตึกนี้ไว้ตั้งแต่เที่ยง มันหมายความว่ายังไงคะ?” คีย์รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันในความรู้ทันของเธอ “สมเป็นคุณจริงๆ มองเกมขาดแม้กระทั่งในสิ่งที่ผมทำเงียบที่สุด... ใช่ครับ ผมจัดทีมคุ้มกันและวางแผนรับมือความปลอดภัยรอบด้านให้คุณเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เส้นทางการเดินทาง ระบบสื่อสาร ไปจนถึงการบล็อกบัญชีการเงินของทุกคนที่คิดจะใช้กำลังภายในรังแกคุณ” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจล้นเหลือที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่บังaอาจเข้ามาแตะต้องผู้หญิงตรงหน้า รินรดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอกท่ามกลางความเย็นชาของสถานการณ์ เธอยอมรับว่าในโลกที่เต็มไปด้วยการหักหลังและการแย่งชิง มีผู้ชายคนนี้คอยกางปีกปกป้องอยู่เบื้องหลังในยามที่เธอเผชิญหน้ากับพายุร้าย มันช่างเป็นความรู้สึกที่... ทรงพลังอย่างน่าประหลาด “ฉันไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากคุณนะคะ คีย์รินทร์” เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ “ผมไม่ได้รอให้คุณขอครับ” คีย์รินทร์โน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความเยือกเย็นเฉพาะตัวของเขา “หน้าที่ของผมคือการกวาดล้างอุปสรรคทั้งหมดในเส้นทางที่คุณเดิน... ส่วนคุณ มีหน้าที่แค่เฉิดฉายและเหยียบพวกมันให้จมดินตามแบบของคุณก็พอ” บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบ1อวลไปด้วยเคมีอันรุนแรงที่ทั้งดุดันและเร่าร้อน จนกระทั่งเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินรดาดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าจอปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารและแกลเลอรี — ภาพเหตุการณ์สดจากกล้องวงจรปิดด้านล่างตึกแสดงให้เห็นร่างของศิรินทร์ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับนักข่าวสำนักใหญ่หลายสิบชีวิต ราวกับตั้งใจมาประกาศชัยชนะต่อหน้าเธอในวันนี้ “ดูเหมือนว่าศัตรูตัวฉกาจจะมาเคาะประตูบ้านถึงที่แล้วนะคะ” รินรดากล่าวเสียงเบา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคมอีกครั้ง คีย์รินทร์เหยียดยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นความดุดันราวกับพญายมที่พร้อมจะลากคอศัตรูลงนรก “ปล่อยให้พวกมันเข้ามาครับ... เพราะวันนี้ ผมจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การประกาศสงครามกับคนที่ผมปกป้อง มันมีจุดจบที่ทรมานแค่ไหน” ทว่า ในขณะที่รินรดากกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของเลขาส่วนตัววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนแทบสิ้นสติ พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่สั่นระริก “คุณรินรดาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ทางตระกูลใหญ่ฝั่งคุณแม่ของท่านประธานคีย์รินทร์ ส่งคนบุกเข้ามาอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของคุณรินรดาในระบบกลางแล้วค่ะ! พวกเขาบอกว่า... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในวงการนี้อีกต่อไป!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%