ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 13

การเปิดตัวเงียบๆ

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ยอดสั่งจองล่วงหน้าทะลุสามร้อยชุดภายในสิบนาทีแรก... ฉันว่าเรากำลังจะงานเข้าครั้งใหญ่แล้วล่ะค่ะ ริน" เสียงของเลขาสาวประจำสตูดิโอเล็กๆ สั่นเครือด้วยความตื่นตระหนกปนตื่นเต้น ขณะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังรีเฟรชยอดคำสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำท่วมทุ่ง รินรดาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเศษผ้าไหมและร่างแบบดีไซน์ ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เธอกวาดสายตามองความโกลาหลเล็กๆ ภายในห้องทำงานที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างแบรนด์ ‘Aethel’ ขึ้นมาจากซากปรักหักพังในชีวิตของเธอเอง นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ... แต่มันคือผลลัพธ์จากการคำนวณอย่างแม่นยำ หลังจากเหตุการณ์อับอายที่ถูกกลุ่มสังคมไฮโซเหยียบย่ำในงานประมูลการกุศลครั้งก่อน รินรดาไม่ได้เลือกที่จะหลบมุมเลียแผลใจอย่างที่พวกมันปรารถนา ตรงกันข้าม เธอกลับใช้ความเงียบเป็นอาวุธ และใช้ฝีมือที่แท้จริงซึ่งไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ในการตบหน้าพวกมันกลับอย่างเจ็บแสบ ชุดเดรสผ้าไหมทอมือปักลายดอกไม้ป่าที่ผสมผสานความร่วมสมัยและความดุดันของโครงสร้างสถาปัตยกรรม ถูกส่งตรงไปยังเซเลบริตี้ระดับแนวหน้าและอินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่นตัวแม่โดยไม่บอกกล่าว และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ... ปฏิกิริยาเคมีทางสังคมที่รุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู "ให้มันจริงเถอะค่ะ" รินรดายิ้มมุมปาก เสียงหวานใสแต่เยືือกเย็นดังขึ้น "พวกเขาก็แค่ตื่นเต้นกับของแปลกใหม่ในตลาดที่เริ่มเน่าเฟะ... แต่เมื่อไหร่ที่พวกเขาได้สัมผัสความประณีตจริงๆ คราวนี้แหละค่ะ ถึงเวลาที่วงการแฟชั่นกระแสหลักจะต้องสั่นสะเทือน" ในขณะเดียวกัน ที่ตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ... คีย์รินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานกระจกใสบานใหญ่ ทอดสายตามองทัศนียภาพมหานครเบื้องล่างที่ถูกปกคลุมด้วยแสงไฟยามค่ำคืน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความคิดที่กำลังแล่นเร็วจี๋ บนหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขาคือรายงานกราฟแสดงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคระดับบน ซึ่งชื่อของแบรนด์ ‘Aethel’ กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและเต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ผู้หญิงคนนั้น... ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลยจริงๆ" คีย์รินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง เขารู้ดีว่าเบื้องหลังความสำเร็จชั่วข้ามคืนนี้ รินรดากำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากกลุ่มทุนคู่แข่ง โดยเฉพาะแบรนด์ 'Lumière' ของศิรินทร์ อดีตเพื่อนสนิทผู้ทรยศที่ตอนนี้กำลังนั่งไม่ติดเก้าอี้ด้วยความริษยา เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่เลขานุการส่วนตัวของเขาจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน "ท่านประธานครับ ทางสมาคมแฟชั่นชั้นสูงส่งหนังสือเชิญคุณรินรดาเข้าร่วมงานกาล่าการกุศลประจำปีในฐานะดีไซน์เนอร์รับเชิญพิเศษระดับวีไอพี... แต่ทว่า ทางฝั่งของคุณศิรินทร์และตระกูลอัครเดชาโชติกำลังพยายามล็อบบี้คณะกรรมการเพื่อกดดันให้ถอนชื่อเธอออกครับ" คีย์รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีเปล่งประกายความดุดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าเข้ามาขวางทาง "กดดันเหรอคะ?" คีย์รินทร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้าย "บอกคณะกรรมการพวกนั้นไปว่า ถ้าชื่อของรินรดาถูกถอนออกจากงานแม้แต่บรรทัดเดียว หุ้นทั้งหมดที่กลุ่มบริษัทของเราถือครองอยู่ในสมาคมแฟชั่น จะถูกถอนออกภายในสิบวินาที และตระกูลอัครเดชาโชติก็เตรียมตัวประกาศล้มละลายได้เลย" เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รับคำสั่งด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะรีบถอยหลังออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ย้อนกลับมาที่สตูดิโอของรินรดา... บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ทีมงานตัวเล็กๆ ต่างพากันส่งเสียงเชียร์เบาๆ เมื่อยอดพุ่งทะยานเกินเป้าหมายสิบเท่าตัว แต่รินรดากลับรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่า "ผู้ดีจอมปลอม" เหล่านั้นรู้ว่าใครคือเจ้าของแบรนด์ที่แท้จริง ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความบนโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น รินรดากดเปิดอ่านด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ข้อความจากเบอร์แปลกแต่คุ้นเคยระบุสั้นๆ ว่า— *“เตรียมชุดราตรีสีดำสนิทไว้ให้พร้อมนะคะ คืนนี้ผมจะไปรับคุณ... ไปตบหน้าพวกมันให้สติหลุดกันไปข้างหนึ่ง”* หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกระแสความอบอุ่นปนความตื่นเต้นที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ผู้ชายคนนี้มักจะก้าวเข้ามาในชีวิตเธอในยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือที่สุดเสมอ และไม่เคยปล่อยให้เธอต้องต่อสู้เพียงลำพังเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันพิมพ์ข้อความตอบกลับ เสียงเคาะประตูกระจกด้านหน้าสตูดิโอก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงผลักประตูเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของศิรินทร์ในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเดินตามประกบ สีหน้าของศิรินทร์เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง "ไม่นึกเลยนะคะว่าคนตกอับอย่างเธอ จะมีปัญญาเอาเศษผ้าขี้ริ้วมาหลอกขายคนรวยจนเป็นข่าวได้" ศิรินทร์กอดอกมองผลงานการออกแบบของรินรดาด้วยสายดูถูกเหยียดหยาม "แต่เสียใจด้วยนะรินรดา งานกาล่าการกุศลคืนนี้... เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้าไปในงานด้วยซ้ำ เพราะฉันสั่งคนจัดการเรื่องบัตรเชิญของเธอเรียบร้อยแล้ว!" รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือโกรธเกรี้ยวอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง เธอยังคงยืนพิงโต๊ะทำงานด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาสีเข้มมองตอบเพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้มบางเบา ราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังเต้นเร่าๆ อยู่บนเวที "บัตรเชิญเหรอคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ฉันไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอค่ะ... เพราะในเมื่อประตูมันปิดใส่หน้าฉัน ฉันก็แค่พังมันทิ้ง หรือไม่ก็... ให้เจ้าของงานเขาเดินมาพรมแดงปูรับฉันด้วยตัวเอง" "ปากดี!" ศิรินทร์แค่นหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช "คิดว่าตัวเองเป็นใครกันยะ? อีดีไซเนอร์ตกอับที่ไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าเช่าตึก! คืนนี้ฉันจะทำให้เธอบัดสีจนไม่มีหน้าแม้แต่จะยืนอยู่ในสังคมนี้อีกต่อไป คอยดู!" ศิรินทร์สะบัดหน้าหนีด้วยความโมโห เตรียมจะหันหลังเดินออกจากสตูดิโอ แต่ทว่า... เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ที่บินต่ำลงมาจอดสนิทอยู่บนลานจอดดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์เก่าๆ แห่งนี้ กลับดังสนั่นหวั่นไหวจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน ทุกลมหายใจในห้องหยุดชะงักลงทันที ศิรินทร์ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความตกตะลึง ประตูกระจกของสตูดิโอถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อผ้าชั้นดี ร่างสูงสง่าและใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ารินรดา สายตาคมกริบกวาดมองศิรินทร์ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับเธอกำลังมองเศษฝุ่นผง คีย์รินทร์ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้ารินรดา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังก้องไปทั่วห้อง "ไปกันเถอะครับ... ราชinีของผม งานเลี้ยงต้อนรับตัวจริงกำลังรอเราอยู่" ศิรินทร์หน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทิบทันทีที่จำได้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร—ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งประเทศที่แม้แต่ตระกูลของเธอยังต้องก้มหัวให้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%