"ถ้าผลงานชิ้นเอกที่เธอประกาศนักหนาว่าเป็นมันสมองของตัวเอง... ทำไมเส้นสายการตัดเย็บถึงฟ้องชัดเจนว่าเป็นเทคนิคโบราณของห้องเสื้อ 'L’Étoile' เมื่อสามปีก่อนล่ะคะ คุณศิรินทร์?"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดแสดงงานแฟชั่นระดับประเทศ แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตสาดส่องไปยังร่างของศิรินทร์ที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าแท่นโชว์ชุดราตรีคอลเลกชันใหม่ รอยยิ้มพึงพอใจที่เธอปั้นแต่งมาตลอดสัปดาห์บิดเบี้ยวกลายเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที
รินรดายืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทีสบายๆ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง เธอไม่ได้เป็นแค่ดีไซเนอร์ตกอับที่ใครจะเหยียบย่ำได้อีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่มีท่านประธานหนุ่มผู้เยียบเย็นอย่างคีย์รินทร์ยืนหนุนหลังด้วยอำนาจการเงินมหาศาล เกมนี้... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าไม่ใช่ฝ่ายที่ขโมยผลงานไปอีกต่อไป
"รินรดา! เธอพูดจาเหลวไหลอะไร หน้ามืดตามัวเพราะอิจฉาฉันจนเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วหรือไง!" ศิรินทร์แผדเสียงกลบเกลื่อนความร้อนรน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมแม้ในห้องแอร์จะเย็นเฉียบ สายตาของเธอกวาดมองรอบตัวอย่างตื่นตระหนก เมื่อสังเกตเห็นว่าบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นชื่อดังหลายสำนักเริ่มขมวดคิ้วและซุบซิบกันด้วยสายตาสองจิตสองใจ
กระแสสังคมที่เคยเทคะแนนความสงสารและชื่นชมให้กับ "ดีไซเนอร์สาวดาวรุ่ง" อย่างศิรินทร์ เริ่มเกิดรอยร้าวเล็กๆ ขึ้นทีละน้อย
คำถามบนโลกออนไลน์ที่เคยอวยยศเธอดั่งเจ้าหญิงแห่งวงการแฟชั่น กลับถูกแทนที่ด้วยคอมเมนต์ตั้งคำถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อผ้าและดีไซน์ตัวจริง ที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของลายเส้นที่ซ้ำซ้อนกับผลงานเก่าเก็บของรินรดาเมื่อครั้งยังทำงานอยู่ใต้เงาของบริษัทเดิม
"อิจฉาเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เวทีทีละก้าวอย่างสง่างาม รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับเสียงนาฬิกาเคาท์ดาวน์ความพินาศของอีกฝ่าย "คนที่ควรจะร้อนรนควรจะเป็นฉันต่างหาก ถ้าฉันเป็นคนขโมยของ... แต่ก็นั่นแหละค่ะ คนเรามักจะร้อนตัวก่อนเสมอเมื่อความจริงเริ่มไล่ล่า"
"หลักฐานไม่มี เธอมีดีแค่ปากพล่อยๆ!" ศิรินทร์ขึ้นเสียงสูงเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารกลับคืนมา เธอหันไปทางกลุ่มผู้ทรงเกียรติในแวดวงสังคมชั้นสูงด้วยดวงตาคลอหน่วยน้ำตา "ท่านคะ ดูเธอสิคะ พยายามจะดิสเครดิตฉันเพราะต้องการแย่งพื้นที่ข่าว..."
ทว่า เสียงประท้วงของศิรินทร์ต้องสะดุดกึก เมื่อหน้าจอ LED ขนาดมหึมาด้านหลังเวทีจู่ๆ ก็ดับลงวูบหนึ่ง ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยเอกสาร PDF ฉบับเต็ม
มันคือบันทึกการส่งมอบไฟล์ดิบ (Raw Files) ที่มีลายเซ็นดิจิทัล ประทับเวลาอย่างชัดเจน พร้อมภาพร่าง (Sketches) ลายมือของรินรดาที่ลงรายละเอียดโครงสร้างชุดทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งถูกบันทึกไว้ในระบบคลาวด์ส่วนตัวเมื่อสามปีก่อน—ก่อนที่ศิรินทร์จะเอาไปจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเองเสียอีก!
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งฮอลล์ แสงแฟลชกระพริบถี่รัวยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะกลายเป็นแสงเดียว บรรดาผู้สื่อข่าวต่างกรูเข้าไปใกล้เวทีเพื่อบันทึกภาพหลักฐานมัดตัวชิ้นนี้
รินรดายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอไม่ได้ลงมือทำเรื่องนี้ด้วยตัวเองทั้งหมดหรอกค่ะ เพราะชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ยืนกอดอกอยู่ตรงมุมมืดของAisle วีไอพี เป็นคนจัดการส่งคำสั่งให้ทีมกฎหมายระดับประเทศขุดคุ้ยหลักฐานทั้งหมดนี้ขึ้นมา ภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำ
คีย์รินทร์ยืนนิ่งสงบในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเฉยชา ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือของเขา รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันให้บรรดาไฮโซที่เคยร่วมวงกับศิรินทร์ถึงกับต้องถอยร่นออกห่างทีละคน เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเรือล่มลำนี้
"ทีนี้... จะแก้ตัวว่ายังไงดีคะ, คุณเพื่อนรัก?" รินรดาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
ศิรินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเวทีอย่างหมดสภาพ หน้าตาที่เคยแต่งแต้มมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว ชื่อเสียง เงินทอง และอนาคตที่เธอไขว่คว้ามาด้วยการเหยียบย่ำคนอื่น กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อยในชั่วพริบตา
บรรยากาศในฮอลล์กำลังถึงจุดพีคที่สุด ผู้คนต่างรอคอยการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของทั้งสองฝ่าย
ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับความอับอายของศิรินทร์นั้นเอง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของแขกผู้มีเกียรติเกือบทุกคนในงานก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย—
ข้อความจากสำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่พาดหัวตัวแดงแจ๋: *"ประกาศด่วน! กลุ่มทุนระดับโลกภายใต้การนำของประธานลึกลับ เข้าซื้อหุ้น 85% ทั้งหมดของแบรนด์ศิรินทร์ ดีไซน์ และสั่งระงับคอลเลกชันใหม่ในทันที!"*
ศิรินทร์เบิกตาค้าง ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เธอกลืนน้ำลายไม่ลงคอเมื่อตระหนักได้ว่า ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดนี้
รินรดาหันไปสบตากับคีย์รินทร์ที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกาย ปลายรองเท้าหนังขัดเงาหยุดลงตรงหน้าศิรินทร์ที่นั่งหมดอาตายายตายอยากอยู่บนพื้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้ ทิ้งลงตรงหน้าเธอราวกับเศษกระดาษ
"ยินดีด้วยนะคะ... สำหรับจุดจบที่คุณเป็นคนเลือกเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 14
กระแสสังคมเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!