ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 15

เกมธุรกิจเริ่มดุเดือด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
แฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดส่องกระทบผืนผ้าไหมสีงาช้างจนเกิดประกายระยิบระยับ เสียงชัตเตอร์รัวราวดับฝนตกกระหน่ำในห้องจัดแสดงสินค้าแกรนด์บอลรูมของโรงแรมระดับเจ็ดดาว กลิ่นอายของความหรูหราฟุ้งกระจายไปพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าเซเลบริตี้และบรรณาธิการแฟชั่นนิตยสารชื่อดังที่นั่งอัดแน่นอยู่เต็มฮอลล์ บนเวทีหลัก... ศิรินทร์กำลังยืนเด่นเป็นสง่าในชุดเดรสยาวปักคริสตัลระยับ เธอยกยิ้มมุมปากด้วยความมั่นใจเกินร้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้คนเบื้องล่างด้วยความเหนือกว่า เมื่อหน้าจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังปรากฏชื่อแบรนด์หรูที่เธอกุมบังเหียนอยู่ พร้อมกับคอลเลกชันเปิดตัวที่เธอกล่าวอ้างต่อหน้าสื่อทุกสำนักว่าเป็น "ผลงานชิ้นเอกที่กลั่นกรองมาจากมันสมองและจิตวิญญาณของเธอเอง" "ทุกท่านคะ... คอลเลกชัน 'Eternal Grace' นี้ ดิฉันใช้เวลาแรมปีในการร่างแบบและคัดสรรเนื้อผ้าด้วยตัวเองค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเย่อหยิ่งดังผ่านไมโครโฟนไร้สาย เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากแถวหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มนายทุนและเซเลบคนสนิทของศิรินทร์ ทว่า... ที่แถวหลังสุดของฮอลล์ รินรดากลับนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ นิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ ลงบนพนักพรางตาของเก้าอี้วีไอพี ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับกำลังมองการแสดงงิ้วโรงใหญ่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่นั่งข้างๆ อย่างคีย์รินทร์ต้องเหลือบสายตาคมกริบมามองด้วยความสนใจ "ดูมั่นใจเสียเหลือเกินนะคะ คนที่ขโมยผลงานคนอื่นไปเนี่ย" รินรดากล่าวเปรยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงไปด้วยคมมีดซ่อนเร้น คีย์รินทร์ไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วเรียวหนาของเขาปลดกระดุมสูทออกหนึ่งเม็ดก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมปลาบจับจ้องไปยังร่างของศิรินทร์บนเวทีราวกับเสือพรากกำลังมองเหยื่อที่กำลังเดินเข้าสู่กับดัก "ความมั่นใจที่สร้างขึ้นบนกองทราย มักจะพังทลายลงในพริบตาที่มีคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาเสมอครับ... เอ๊ย... ค่ะ" คีย์รินทร์ชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย แต่รินรดาเพียงแค่ส่งค้อนวงเล็กให้ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "พูดผิดนะคะคุณคีย์รินทร์ ระวังฉันจะหักเงินเดือนเลขาฯ จำเป็นอย่างคุณนะคะ" เธอแกล้งกระซิบหยอกล้อ เพื่อคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดรอบตัว แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นกับเกมธุรกิจที่กำลังจะระเบิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เกมธุรกิจที่เธอและเขาตระเตรียมเอาไว้ ไม่ใช่แค่การทวงคืนความยุติธรรมแบบเด็กๆ แต่มันคือการ "ถלום" ความน่าเชื่อถือของศิรินทร์ให้ย่อยยับคามือ แบบที่ต่อให้มีเงินหมื่นล้านก็กู้ชื่อเสียงกลับคืนมาไม่ได้ ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน... บนโต๊ะทำงานในเพนต์เฮาส์หรูของคีย์รินทร์ เอกสารสิทธิ์การออกแบบและลายเส้นต้นฉบับที่รินรดาวาดเก็บไว้ตั้งแต่สมัยเรียนถูกกางออกเทียบเคียงกับภาพเรนเดอร์คอลเลกชันใหม่ของศิรินทร์แบบลายเส้นต่อลายเส้น ทุกรอยตวัดพู่กัน ทุกมุมโค้งของชายผ้า ทุกรายละเอียดถูกพิสูจน์ทางกฎหมายอย่างแน่นหนาโดยทีมทนายความมือหนึ่งที่คีย์รินทร์เรียกตัวมาสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง "คุณมั่นใจนะว่าจะใช้แผนนี้?" คีย์รินทร์ในตอนนั้นถามขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ดวงตาสีเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ผมสามารถสั่งปิดบริษัทของเธอได้ภายในสิบนาทีโดยไม่ต้องรอให้เธอขึ้นเวทีด้วยซ้ำ" "ไม่ได้ค่ะคุณคีย์รินทร์..." รินรดาส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มในวันนั้นเย็นเยียบเสียจนน่ากลัว "ถ้าเราฆ่าเธอง่ายเกินไป มันก็ไม่สะใจสิคะ การจะทำให้คนมั่นหน้าคนหนึ่งตกลงมาจากยอดตึกสูงเสียดฟ้า เธอต้องได้ลิ้มรสชาติของการอยู่บนจุดสูงสุดเสียก่อน... แล้วค่อยๆ กระชากเธอลงมาให้แหลกคราบพื้นดินในขณะที่คนทั้งโลกกำลังจ้องมองต่างหากค่ะ ถึงจะเรียกว่าความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบ" และตอนนี้... ช่วงเวลานั้นก็มาถึงแล้ว บนเวที ศิรินทร์กำลังกล่าวเชิญชวนให้แขกผู้มีเกียรติสั่งจองพรีออเดอร์คอลเลกชันใหม่ในราคาพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ตัวเลขยอดจองทะยานขึ้นหลักสิบร้านภายในเวลาไม่ถึงห้า นาที เสียงประกาศยอดจองดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับรอยยิ้มระรื่นของศิรินทร์ที่แทบจะหุบไม่ลง เธอกวาดสายตาลงมายังกลุ่มผู้ชมด้านล่าง ราวกับจะเยาะเย้ยรินรดาที่เธอกะเก็งไว้ว่าคงจะนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ที่ไหนสักแห่ง "ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ และเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จในคอลเลกชันนี้ ดิฉันขอประกาศว่า แบรนด์ของเราได้เซ็นสัญญาเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับกลุ่มทุนระดับโลกอย่าง 'K-Global Group' เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ!" สิ้นคำพูดของศิรินทร์ เสียงฮือฮาดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม 'K-Global Group' คือกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย การได้ร่วมงานกับพวกเขาเท่ากับการันตีสถานะทางสังคมและเม็ดเงินมหาศาล ศิรินทร์เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างลำพองใจ เธอกำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของการเป็นดีไซเนอร์แถวหน้าของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะยกแก้วแชมเปญขึ้นฉลอง จู่ๆ ไฟทั้งฮอลล์ก็ดับวูบลงอย่างไร้สัญญาณเตือน! "กรี๊ด! เกิดอะไรขึ้นน่ะ?" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากกลุ่มเซเลบริตี้แถวหน้า ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่เพียงดวงเดียวจะสาดส่องลงมาที่บริเวณทางเข้าด้านหลังสุดของฮอลล์ ไม่ใช่บนเวที... แต่เป็นตรงที่รินรดากับคีย์รินทร์นั่งอยู่! ร่างระหงของรินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธออยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ขับเน้นให้เห็นสัดส่วนเพรียวระหงและออร่าความเยือกเย็นที่ทรงพลัง แว่นกันแดดสีชาถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ฉายประกายเย้ยหยันอย่างไร้ความปรานี ด้านข้างของเธอคือคีย์รินทร์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่ก้าวเดินตามมาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลังราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังคุมเชิงเหยื่อ เสียงซุบซิบเงียบลงทันทีเมื่อร่างของทั้งสองก้าวเดินผ่านทางเดินพรมแดง มุ่งตรงไปยังเวทีอย่างไม่เกรงกลัวใคร ศิรินทร์ที่ยืนอยู่บนเวทีหน้าถอดสี รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า มือที่ถือไมโครโฟนเริ่มสั่นเทาเมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามาใกล้ "รินรดา? แก... แกเข้ามาได้ยังไง! ที่นี่คืองานเปิดตัวระดับเอ็กซ์คลูซีฟ คนไม่มีบัตรเชิญอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามา!" ศิรินทร์แว้ดใส่ด้วยความลนลาน ภาพลักษณ์สุภาพสตรีผู้สูงส่งเมื่อครู่พังทลายไม่เป็นท่า รินรดาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเวที แหงนหน้ามองอดีตเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเย็นชา เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนไหล่เสื้อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ดังสะท้อนผ่านระบบไมโครโฟนของฮอลล์อย่างชัดเจน "บัตรเชิญเหรอคะศิรินทร์? คนอย่างฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเชิญเพื่อเข้างานของ 'บริษัทตัวเอง' หรอกค่ะ" คำพูดนั้นทำให้ศิรินทร์ชะงักกึก สติแทบหลุดลอย แต่สิ่งที่ทำให้เธอและทุกคนในฮอลล์ต้องช็อกจนอ้าปากค้างยิ่งกว่า คือภาพบนจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลัง ที่จู่ๆ ก็ถูกแฮกด้วยระบบส่วนตัว ภาพสไลด์โชว์หลักฐานการจดลิขสิทธิ์ดีไซน์ทั้งหมดถูกเปิดเผยขึ้น พร้อมกับโลโก้บริษัทแม่ที่แท้จริงของแบรนด์ที่ศิรินทร์กำลังยืนภาคภูมิใจ และโลโก้นั้น... เป็นบริษัทในเครือของ 'K-Global Group' ที่มีคีย์รินทร์ยืนกอดอกมองอยู่เบื้องล่าง! "ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ..." รินรดายิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับคมกราบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ในฐานะ 'เจ้าของสิทธิ์ที่แท้จริง' และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของแบรนด์ที่คุณกำลังใช้ผลงานฉันหากินอยู่ตอนนี้ค่ะ... ศิรินทร์" ฮอลล์ทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับป่าช้า เสียงลมหายใจของทุกคนสะดุดกูบ ท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้น คีย์รินทร์ก็ก้าวออกมายืนเคียงข้างรินรดา พร้อมกับตบมือเบาๆ สามครั้งเป็นเชิงให้สัญญาณ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงฝเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนาย พร้อมกับทีมทนายความถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะ เดินดุ่มๆ เข้ามาล้อมรอบเวทีจากทุกสารทิศ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ศิรินทร์เป็นตาเดียว ศิรินทร์เข่าอ่อนทรุดฮวบคามือไมโครโฟน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเอกสารหมายจับข้อหาขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและฉ้อโกงถูกยื่นตรงหน้า "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของความโลภนะคะ..." รินรดากระซิบเบาๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ก่อนที่เธอจะหันไปสบตากับคีย์รินทร์ที่ส่งยิ้มมุมปากให้ด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง แล้วในวินาทีนั้นเอง... หน้าจอมือถือของศิรินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะวีไอพีก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารยักษ์ใหญ่ที่เด้งขึ้นมาโชว์หราต่อหน้าสื่อมวลชนทุกสำนัก— [แจ้งเตือน: บัญชีทั้งหมดของคุณถูกอายัดตามคำสั่งศาล และยอดหนี้คงค้างจำนวนสามร้อยล้านบาท ได้ถูกโอนเข้าสู่ระบบควบคุมของ K-Global Group เรียบร้อยแล้ว] ...ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%