ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 16

ความผิดพลาดของศัตรู

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงกรรไกรตัดผ้าเนื้อดีที่กระทบกันดัง *ฉับ* ในห้องตัดเย็บวีไอพี ช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนที่ยืนล้อมรอบราวกับเสียงกรีดร้องของความหายนะ เศษผ้าไหมอิตาลีสีงาช้างราคาหลละหลายหมื่นบาทถูกตัดแหว่งเป็นทางยาวจนเกินเยียวยา ปลายผ้าที่ควรจะทิ้งตัวพลิ้วไหวอย่างสง่างาม กลับกลายเป็นเพียงซากเศษผ้าไร้ค่าที่กองอยู่บนพื้นพรมขนฟู "กรี๊ด! ใครเป็นคนทำแบบนี้!" เสียงกรีดแหลมสูงของศิรินทร์ดังทะลุผนังกันเสียงออกไปถึงห้องโถงด้านนอก ร่างระหงในชุดแบรนด์เนมราคาแพงสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวจนแทบเสียทรง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มถลึงมองรอบห้องด้วยความหวาดระแวงและเคียดแค้น ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่ร่างบางซึ่งยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้อง รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาของเธอนิ่งสงบราวกับกำลังนั่งจิบชาชมละครสัตว์ในยามบ่าย ท่าทีที่ไร้ความสะทกสะท้านนั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในใจของศิรินทร์ "รินรดา! แกเป็นคนทำใช่ไหม!" ศิรินทร์พุ่งเข้ามาหาเพื่อนเก่าด้วยท่าทางจวนเจียนจะกระชากหัว เล็บยาวที่ทาเลสีแดงเพลิงจิกเข้าหากันจนแน่น "แกอิจฉาฉัน! อิจฉาที่ฉันจะได้เป็นคนสวมชุดนี้เดินในงานแฟชั่นโชว์การกุศลคืนนี้ แกเลยแอบมาทำลายมันตอนที่ฉันไม่อยู่!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องตัดเย็บชั่วขณะ ทีมงานและผู้ช่วยดีไซเนอร์ต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ เพราะต่างก็รู้ดีว่าชุดราตรีชุดนี้คือผลงานชิ้นเอกที่ศิรินทร์อ้างว่าเป็นผู้ออกแบบด้วยตัวเองเพื่อใช้กู้หน้าในแวดวงสังคมไฮโซ รินรดาค่อยๆ ปลดแขนที่กอดอกไว้ออก ก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าหาศิรินทร์ด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง รัศมีเยือกเย็นและความนิ่งสงบแผ่ออกมาจากตัวเธอจนศิรินทร์ต้องชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว "อิจฉาเธอเหรอคะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก "ศิรินทร์... ชุดที่เธอถือวิสาสะเอาไปอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเอง ชิ้นส่วนตะเข็บช่วงเอวถูกเย็บด้วยมือแบบดابلสติทช์ (Double-stitch) กลับด้าน... และที่สำคัญที่สุด เนื้อผ้าผืนนี้เป็นเกรดส่งออกพิเศษที่ฉันสั่งตรงจากมิลานโดยใช้ชื่อในนามบริษัทส่วนตัวของฉันเอง เธอยังมีความกล้าพอที่จะบอกว่านี่คือผลงานของเธอได้อย่างหน้าตาเฉยเชียวหรือคะ" ใบหน้าที่เคยกรรโกรธของศิรินทร์ซีดเผือดลงในพริบตา เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผม แม้เธอจะพยายามกลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการขึ้นเสียงกลบเกลื่อน แต่ริมฝีปากที่สั่นระริกก็ทรยศความจริงทั้งหมด "แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! หลักฐานก็ไม่มี อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!" ศิรินทร์หันไปโวยวายใส่ผู้จัดการฝ่ายผลิตที่ยืนหน้าซีดเป็นไก่ตาแตก "พวกคุณก็เห็นนี่คะ! ยัยรินรดาเป็นคนยืนอยู่ใกล้ห้องนี้ที่สุดตอนที่ฉันเข้ามาเจอสภาพชุดมันพังแบบนี้! ไล่มันออกไปสิคะ! ไล่มันออกไปจากตึกนี้เดี๋ยวนี้!" ผู้จัดการฝ่ายผลิตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ฝีมือและประวัติของรินรดาดี แต่ในขณะเดียวกัน ศิรินทร์ก็กำลังคั่วอยู่กับผู้สนับสนุนระดับบิ๊กในเครือบริษัทใหญ่ ท่าทีลังเลทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัด "ถ้าจะไล่ใครสักคนออกไป..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป คีย์รินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองซากชุดราตรีบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวของศิรินทร์ แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วห้องจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ คีย์รินทร์ ประธานกลุ่มบริษัทการลงทุนผู้กุมชะตาชีวิตของแบรนด์แฟชั่นเกือบครึ่งประเทศ เหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลาวิกฤตเช่นนี้? ศิรินทร์หน้าถอดสี รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันที เธอกำลังจะพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มเพื่อฟ้องร้องเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา "ท่านประธานคีย์คะ! ช่วยศิด้วยเถอะค่ะ รินรดานาง... นางจงใจทำลายชุดของบริษัทเพื่อแก้แค้นศิค่ะ!" คีย์รินทร์ปรายตามองศิรินทร์ราวกับเธอกำลังเล่นงิ้วน่ารังเกียจ เขาเดินผ่านเธอไปอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงหยุดยืนเคียงข้างรินรดา พร้อมกับยกมือขึ้นโอบไหล่บางไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างชัดเจน รินรดานิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด หัวใจที่เคยด้านชาไหววูบไปกับความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขา "คุณศิรินทร์..." คีย์รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด "คุณคงลืมไปว่าตึกนี้ทั้งตึก รวมถึงลิขสิทธิ์ผ้าทุกหลาในเครือ... เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทผม และการที่คุณเอาผลงานที่ถูกขโมยมาสวมรอย แถมยังทำลายทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลด้วยความสะเพร่าของตัวเอง..." ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะจ้องมองศิรินทร์ที่ตอนนี้เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "...มีโทษทางกฎหมายและค่าปรับที่ต่อให้คุณขายบ้านทั้งหลังก็ชดใช้ไม่หมด" ศิรินทร์เบิกตากว้าง หูอื้ออึง สมองขาวโพลนไปหมด เธออ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่าเธอกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่ที่พร้อมจะเผาผลาญเธอให้เป็นจุล ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำใดต่อ ประตูลิฟต์วีไอพีปลายทางเดินก็เปิดออกพร้อมเสียงสัญญาณเตือน พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทผู้บริหารระดับสูงที่วิ่งหน้าตาตื่นถือแท็บเล็ตเข้ามาหาคีย์รินทร์ด้วยความเร่งรีบ "ท่านครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางสำนักงานใหญ่เพิ่งส่งประกาศด่วนที่สุดมาถึงคุณรินรดาโดยตรง!" ผู้บริหารคนนั้นหอบหายใจรดต้นคอ ยื่นหน้าจอแท็บเล็ตให้คีย์รินทร์ดูด้วยมือที่สั่นเทา "หุ้นทั้งหมดของคู่แข่งที่พยายามฮุบกิจการเราเมื่อเช้า... ถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาสามนาที และผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่ถือสิทธิ์ขาดร้อยเปอร์เซ็นต์... กำลังเดินมาที่นี่ด้วยตัวเองครับ!" คีย์รินทร์รับแท็บเล็ตมามองผ่านๆ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและเยື้ยหยัน เขาก้มลงกระซิบข้างหูรินรดาด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง "ดูเหมือนว่า... ตัวจริงที่จะมาตบหน้าศัตรูของคุณ เดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%