เสียงปรบมือระลอกใหญ่ที่ดังสนั่นฮอลล์จัดแสดงแฟชั่นระดับโลก ณ กรุงปารีส ราวกับเสียงกัมปนาทที่ฟาดลงกลางหน้าของคนที่เคยเหยียดหยามรินรดาให้จมดิน แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตสาดส่องไปยังรันเวย์ที่ถูกเนรมิตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทว่าสายตาทุกคู่กลับไม่ได้มองเพียงแค่เสื้อผ้าชั้นสูงที่นางแบบสวมใส่ แต่พวกเขากำลังจดจ้องไปยังหญิงสาวร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ปลายรันเวย์ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“เหลือเชื่อ… นี่คือผลงานของดีไซเนอร์เอเชียที่แทบไม่มีใครรู้จักมาก่อนจริง ๆ หรือ?”
เสียงกระซิบจากบรรณาธิการบริหารนิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับโลกดังขึ้น ท่ามกลางความฮือฮาของเหล่ากูรูแฟชั่นแถวหน้าที่ต่างพากันก้มลงมองแท็บเล็ตในมือเพื่อเช็กประวัติของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนหน้าจอสื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่พาดหัวข่าวตัวโตด้วยความตื่นตะลึง—*[รินรดา: อัจฉริยะคนใหม่ที่วงการแฟชั่นโลกต้องกราบกราน]*
รินรดากวาดสายตามองความสำเร็จเบื้องหน้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสะใจ ตื้นตัน และหยาดน้ำPแห่งความภาคภูมิใจที่เอ่อคลอหน่วยตา เธอยังจำความรู้สึกในวันที่ถูกศิรินทร์เพื่อนรักหักหลัง ขโมยผลงานดีไซน์ทั้งหมดไปจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง และขับไล่เธอออกจากบริษัทอย่างไม่ใยดีได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ในวันนั้น… เธอกลายเป็นตัวตลกในสายตาของสังคมไฮโซ เป็นผู้หญิงตกอับที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวซด
แต่ในวันนี้… รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของรินรดาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยทรงอำนาจ เธอก้าวถอยหลังลงจากเวทีเพื่อเตรียมตัวให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ทว่าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทกลับสั่นเตือนเบา ๆ
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก แต่รินรดารู้ดีว่าเป็นใคร เพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ตารางเวลาของเธออย่างแม่นยำยิ่งกว่านาฬิกาชีวิต
“ฉันหวังว่าคุณคงไม่ได้กำลังร้องไห้เพราะดีใจจนสำลักน้ำตาอยู่หรอกนะ, คุณรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำ นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดดังขึ้นทันทีที่เธอกดรับสาย คีย์รินทร์ไม่ได้เอ่ยคำยินดีแบบคนทั่วไป แต่ประโยคกวนประสาทนั้นกลับทำให้รินรดาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณนี่มัน… หาจังหวะกวนโอ๊ยเก่งเป็นที่หนึ่งจริง ๆ นะคะคุณคีย์รินทร์” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลิงเอามือทาบอกเพื่อปรับจังหวะการหายใจ “ฉันแค่อิ่มเอมกับความสำเร็จก้าวแรกค่ะ… ก้าวที่พวกเขาลืมตาดูไม่ขึ้นต่างหาก”
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจะดังลอดเข้ามา “ก้าวแรกงั้นหรือ? สำหรับผม… นี่มันแค่การเริ่มต้นไต่สวนพวกมดปลวกต่างหากล่ะ หันไปมองข้างหลังคุณสิ… สื่อไทยเพิ่งรายงานข่าวสด ๆ ร้อน ๆ พร้อมกับหน้าตาของยัยเพื่อนรักทรยศของคุณที่กำลังเขียวคล้ำจนน่าสมเพช”
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอหันกลับไปมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่หลังเวทีที่กำลังฉายภาพบรรยายสดส่งตรงจากประเทศไทย
ภาพของศิรินทร์ที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่หน้าจอโทรทัศน์ในงานเลี้ยงรับรองไฮโซชื่อดัง ปรากฏชัดเจนขึ้นในสายตา มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนชุดราตรีราคาแพง เมื่อนักข่าวในสตูดิโอเมืองไทยประกาศกร้าวออกอากาศสด ๆ ว่า—ผลงานคอลเลกชันระดับโลกที่ศิรินทร์เคยอ้างว่าเป็นของเธอนั้น แท้จริงแล้วถูกดีไซเนอร์ตัวจริงอย่าง ‘รินรดา’ ฟ้องร้องลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ และทางผู้จัดงานแฟชั่นวีคที่ปารีสก็ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า รินรดาคือเจ้าของผลงานตัวจริงแต่เพียงผู้เดียว!
“กรี๊ด! ไม่จริง! พวกแกโกหก!”
เสียงกรีดร้องสติแตกของศิรินทร์ดังทะลุจอออกมาผ่านการรายงานสด ภาพความพังทลายของสังคมไฮโซจอมปลอมที่เธอไขว่คว้ามาทั้งชีวิตพังครืนลงในพริบตาเดียว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ไม่มีใครกล้าสบตา ทุกคนถอยห่างจากเธอราวกับเธอเป็นโรคระบาด
รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความโกรธแค้น มีเพียงความว่างเปล่าและความสะใจที่อัดแน่นอยู่เต็มอก มันคือการล้างแค้นที่หอมหวานที่สุด… การปล่อยให้ปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุด แล้วถีบตกลงมาให้เจ็บปวดที่สุด
“เห็นไหมล่ะครับ” เสียงของคีย์รินทร์ดังขึ้นอีกครั้ง ดึงสติเธอกลับมา “ผมบอกคุณแล้วว่า เกมนี้… ผมถือไพ่เหนือกว่าเสมอ”
“คุณคีย์รินทร์นี่มันร้ายกาจเสียจริงนะคะ” รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ “จงใจปล่อยข่าวให้ชนกับเวลาที่ฉันเดินแบบเสร็จพอดีสินะคะ?”
“ผมแค่วางแผนธุรกิจตามความเหมาะสม… และเพื่อเป็นของขวัญแสดงความยินดีให้คุณ” คีย์รินทร์เว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น “เตรียมตัวให้พร้อมนะรินรดา… เพราะอีกสิบนาทีข้างหน้า เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของผมจะแลนดิ้งลงบนดาดฟ้าตึกที่คุณอยู่ จงเก็บบัตรเชิญดินเนอร์ส่วนตัวกับนักลงทุนระดับโลกใส่กระเป๋า แล้วขึ้นมาหาผม… เรามีเรื่องต้องฉลองกันยาว ๆ”
สายถูกตัดไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างท้าทาย พลางหยิบบัตรเชิญสีดำทองขึ้นมาถือไว้ในมือ เรียวขาภายใต้กางเกงสูทเข้ารูปก้าวเดินอย่างมั่นคงมุ่งหน้าสู่ลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้า
ทว่า… ในขณะที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอก็ดังขึ้นจากสุดทางเดิน
“คุณรินรดาคะ! เดี่ยวก่อนค่ะ!”
รินรดาชะงัก เธอกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์ค้างไว้ แล้วหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความแปลกใจ ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหรา วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเพิ่งไปเจอผีกลางวันแสก ๆ มา
“คุณคือ… ตัวแทนจากกลุ่มทุนเอ็มไพร์โฮลดิ้งส์ใช่ไหมคะ?” รินรดาจำได้เลา ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่พยายามจะเข้ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ผลงานเธอด้วยราคาถูกแสนถูกเมื่อสัปดาห์ก่อน
หญิงสาวหอบหายใจถี่รัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ “คะ… คุณรินรดาคะ ช่วยด้วยค่ะ! คือว่า… ท่านประธานใหญ่ของเอ็มไพร์โฮลดิ้งส์… ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทที่เรากำลังเจรจาด้วย… เขา… เขาเพิ่งสั่งระงับสัญญาซื้อขายทั้งหมดของบริษัทเราค่ะ!”
รินรดายกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก เธอกอดอกพิงผนังลิฟต์ด้วยท่าทีสบาย ๆ ผิดกับอีกฝ่ายที่กำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ? ในเมื่อพวกคุณเคยบอกว่าผลงานของฉันมันไร้ค่าไม่ใช่หรือไง?”
“ทะ… ไร้ค่าอะไรกันล่ะคะ! ตอนนี้ท่านประธานใหญ่โกรธมากที่บริษัทของเราเคยดูถูกคุณ เขาประกาศกร้าวกลางที่ประชุมใหญ่ว่า… ใครก็ตามที่กล้าหาญชาญชัยมาเหยียดยามว่าที่ภรรยาของเขา จะต้องถูกฟ้องล้มละลายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!”
รินรดานิ่งงั้นไปทันที สมองประมวลผลคำว่า *‘ว่าที่ภรรยาของเขา’* อย่างรวดเร็ว
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของหญิงสาวคนนั้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระล่วมกับออร่าความเย็นชาและทรงอำนาจที่แผ่ออกมา ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น
คีย์รินทร์ปรายตามองตัวแทนสาวคนนั้นด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะหันมาสบตากับรินรดาที่ยืนอึ้งค้างอยู่ในลิฟต์
เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ ท่ามกลางความตกตะลึงพรืดของทุกคนในบริเวณนั้น
“ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะครับ… ว่าที่ภรรยา?” คีย์รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สะท้อนก้องในความเงียบ “เฮลิคอปเตอร์รออยู่แล้ว… หรืออยากจะอยู่ที่นี่ฟังเสียงหมาเห่าแถวนี้ต่อล่ะ?”
— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนเค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
ความสำเร็จก้าวแรก
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!