เสียงกระแทกแฟ้มงานลงบนโต๊ะไม้สนอัดลายเรียบๆ ดังปึก สะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนขนาดกะทัดรัดที่เต็มไปด้วยโมเดลกระดาษชานอ้อยและกลิ่นกาวร้อนจางๆ
"ไหนคะ ประโยคที่บอกว่า *‘เรามีเรื่องต้องเคลียร์โปรเจกต์หัวใจกันยาวๆ แน่’* เนี่ย... ไหนล่ะความยาวที่ว่า หรือยืนเก๊กหน้าประตูห้องฉันเฉยๆ แค่นี้จะหมดเวลาไปครึ่งชั่วโมงแล้วนะยะ!" รินรดาแหวใส่ร่างสูงที่ยังคงยืนกอดอกพิงวงกบประตูห้องเธอด้วยท่าทางกวนประสาทเป็นที่สุด
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องเขม็งไปยังพ่อหนุ่มวิศวะโยธาห้องข้างๆ ที่วันนี้ลงทุนสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรงที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวผ่านการยกดรอว์เทอร์และปูนซีเมนต์มาอย่างโชกโชน ตะวันไหวไหล่เบาๆ ก้าวขาขายาวเดินเข้ามาในห้องของเธอราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่เสียเอง แถมยังถือวิสาสะหยิบโมเดลหอพักนักศึกษาที่เธอเพิ่งนั่งอดหลับอดนอนทำมาพลิกดูด้วยปลายนิ้วเรียวยาว
"ก็รอให้เธอตั้งสติจากการโวยวายอยู่ไงรินรดา หน้าเธอนี่เหมือนปลาทองอ้าปากพะงาบๆ ตอนเห็นฉันพูดประโยคเมื่อกี้ ตั้งแต่เด็กจนโตเธอนี่พัฒนาการความโก๊ะไม่เคยตกหล่นเลยนะ" ตะวันว่าพลางส่งยิ้มมุมปากที่เห็นแล้วชวนให้อยากหยิกเนื้อแถวซี่โครงสักทีสองที
"นี่! ปากแบบนี้เหรอที่จะมาช่วยฉันแก้สเกลงานสถาปัตย์หลักสูตรอินเตอร์เนชั่นแนลน่ะ ห๊ะ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าสเกลโมเดลหอพักตัวนี้พังลงมาเพราะมือหนาๆ ของนายล่ะก็ ฉันจะฟ้องมีนาให้เอาชีทสรุปแคลคูลัสไปซ่อนไม่ให้สอบจริงด้วย!" รินรดาขู่ฟ่อ พยายามก้าวเข้าไปแย่งโมเดลคืน แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมหลบ มือหนาชูโมเดลขึ้นเหนือหัว สูงเสียจนรินรดาที่สูงแค่ระดับไหล่เขาต้องกระโดดเหยంగుๆ คว้าอากาศเล่นเหมือนแมวตะครุบเหยื่อ
"เตี้ยแล้วยังใจร้อนอีก ร่างกายเธอนี่ถูกสร้างมาด้วยระบบเซ็นเซอร์ความโลภหรือไง ยื่นมือมาก็ไม่ถึงหรอกยัยเตี้ย หยุดกระโดดเถอะ เดี๋ยวข้อเท้าพลิกฉันต้องแบกไปห้องพยาบาลอีกรอบ น่ารำคาญเปล่าๆ" น้ำเสียงของตะวันแม้จะเจือแววเย้าแหย่ แต่ทว่าแววตาคู่คมที่ก้มลงมองเธอนั้นกลับไหววูบไปชั่วขณะ ยามที่รinรดาเสียหลักพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก รินรดานิ่งค้างไปในอحาล 1 วินาทีเต็ม ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อรู้ว่าตอนนี้ปลายจมูกของเธอเกือบจะชนกับกระดุมเสื้อเม็ดที่สองของเขาอยู่รอมร่อ ระยะห่างระหว่างกันมันน้อยเกินไป น้อยเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงแอร์ในห้อง
"อะ... ออกไปห่างๆ เลยนะนายตะวัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพุ่งชนสักหน่อย พื้นห้องฉันมันลื่นต่างหาก!" รินรดาแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก รีบดันอกแกร่งออกแล้วถอยหลังกรูดไปจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะเขียนแบบ
ตะวันไม่ได้เอ่ยปากแซวต่ออย่างเคย ชายหนุ่มเพียงแต่ก้มลงมองรอยยับย่นเล็กๆ บนกระดาษสเกตช์แปลนห้องพัก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วดึงเก้าอี้สำופןมานั่งลงตรงหน้าคอมพิวเตอร์พกพาของเธอ นิ้วเรียวยาวกดคลิกเมาส์เปิดไฟล์โปรแกรมเขียนแบบขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว
"เอาล่ะ เลิกเล่นเป็นเด็กอนุบาลแล้วมาดูนี่ สถาปนิกฝึกหัด... ที่เธอบ่นว่าสเกลความกว้างของห้องพักกับระยะร่นระเบียงมันคำนวณผิดเพี้ยนจนโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ได้น่ะ เธอพลาดตรงจุดเซ็นเตอร์ของคานรับน้ำหนักชั้นสามรู้ตัวไหม"
น้ำเสียงของตะวันเปลี่ยนโหมดจากหนุ่มกวนประสาทกลายเป็นวิศวกรหนุ่มผู้จริงจังและมีความเชี่ยวชาญทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขยั้วเยี้ยบนหน้าจอด้วยความรวดเร็ว รินรดาที่เมื่อครู่ยังฮึดฮัดโกรธเคือง ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงแล้วชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดูหน้าจอตามที่เขากำลังชี้แนะ ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นละมุนละไมอย่างน่าประหลาด
"ตรงนี้เหรอ... แต่มีนาบอกว่าระยะร่นแค่นี้มันกำลังสวย ได้ฟีลห้องพักสไตล์มินิมอลเกาหลีดีออกนะ" รินรดาเถียงเบาๆ เอียงคอมองจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่ยอมแพ้
"มินิมอลเกาหลีอะไรของเธอกันรินรดา ถ้าแผ่นดินไหวขึ้นมาหรือมีนักศึกษายกตู้เสื้อผ้าไม้สักหนักๆ เข้าไปวางชิดผนังฝั่งนั้นนะ ห้องเธอจะพับฐานกลายเป็นแซนด์วิชทูน่าทันทีโดยไม่ต้องรอให้อาจารย์มาตรวจแบบเลยแหละ" ตะวันหันมามองหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรดแก้มใส
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน หัวสมองที่เคยแล่นฉิวเรื่องงานดีไซน์ตอนนี้กลับขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเลยสักอย่างนอกจากความหล่อเหลาที่ฉายชัดอยู่ในระยะประชิดนี้ ตะวันเองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีเรื่อด้วยความประหม่า ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน
"เขินเหรอยัยเตี้ย หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกขนาดนี้ หรือว่ากำลังคิดอกุศลอะไรกับวิศวกรหล่อๆ อย่างฉันอยู่ล่ะเนี่ย"
"ใครเขินนายกันยะ! หลงตัวเองที่สุด! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะตะวัน!" รินรดาโวยวายกลบเกลื่อน ยื่นมือไปผลักไหล่กว้างของเขาแรงๆ แต่ตะวันกลับคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันด้วยมือเดียว รั้งตัวเธอเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนแทบจะเกยตัก
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลง มีเพียงเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากลำโพงบลูทูธที่เปิดทิ้งไว้ ตะวันมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ สายตาที่มักจะซ่อนความกังวลและความดื้อรั้นเอาไว้บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวั่นไหวที่ปิดไม่มิด
"ที่ยอมมาช่วยเนี่ย... ไม่ได้แปลว่าว่างนะรินรดา แต่เพราะเป็นห่วงหรอกกลัวว่ายัยเด็กโก๊ะแถวนี้จะร้องไห้ขี้มูกโป่งเวลาโดนอาจารย์คอมเมนต์งานยับต่างหากล่ะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาเบาราวกับเสียงกระซิบ ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกจนต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอายขั้นสุด
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้หาคำพูดอะไรมาเถียงกลับเพื่อกู้หน้า เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น *‘Ping!’* ขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นเสียก่อน
รินรดาเหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับชื่อผู้ส่งที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอค้างเติ่งไปทันที—**‘พี่เขตต์ วิศวะโยธา’** ข้อความสั้นๆ แต่ทว่าทิ่มแทงหัวใจส่งตรงเข้ามาว่า: *‘น้องรินครับ คืนนี้ถ้าโปรเจกต์ไม่ไหว บอกพี่ได้นะ เดี๋ยวพี่ช่วยติวเรื่องสเกลโครงสร้างให้อย่างเป็นกันเองเลยครับ’*
บรรยากาศละมุนละไมเมื่อครู่พลันมลายหายวับไปกับตา เมื่อตะวันหันไปเห็นข้อความนั้นพอดิบพอดี ดวงตาคมกริบของพ่อหนุ่มวิศวะห้องข้างๆ หรี่แคบลง รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
"หืม... ไอ้นั่นมันกล้าดียังไงมาเสนอตัวติวให้เธอตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้วะ รินรดา..." ตะวันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันตาเห็น มือหนาที่ยังคงกุมข้อมือเธออยู่บีบกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง
"บอกมันไปซะ... ว่าคนดูแลสเกลงานของเธอคืนนี้ มีเจ้าของนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้ว!"
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 9
งานกลุ่มที่ต้องง้อ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!