“ถ้านายกล้าเอาสมุดสเกตช์เล่มนั้นออกมาอ่านออกเสียงกลางโรงอาหารอีกคำเดียว ฉันจะเทปูนซีเมนต์บล็อกทับรองเท้าคอมแบตของนายให้กลายเป็นอนุสาวรีย์ประจำคณะวิศวะแน่ๆ นายตะวัน!”
เสียงกระซิบลอดไรฟันของรินรดา ดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมไปหมายจะตะครุบสมุดสันเกลียวปกสีชมพูพาสเทล ลายเจ้าแมวอ้วนอวบอัดที่กำลังนอนแผ่พุง ซึ่งตอนนี้มันตกไปอยู่ในมือของหนุ่มวิศวะโยธาปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและไร้ความปรานี ทว่า...ความสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรของตะวัน กลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่หลวง เพราะทันทีที่เขายกสมุดเล่มนั้นชูขึ้นเหนือหัว รินรดาก็กลายเป็นเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่พยายามตะกุยอากาศคว้าอากาศอย่างไร้ผลทันที
เหตุการณ์ความวายป่วงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในมุมลับตาคน แต่ดันเป็นใจกลางโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เต็มไปด้วยนักศึกษาหนุ่มกล้ามโตและเสียงช้อนส้อมกระทบจานอลูมิเนียมดังระรัว สายตานับสคู่กำลังจับจ้องมาที่คู่ปรับประจำตึกอย่างไร้ความเกรงใจ โดยเฉพาะเสียงแซวแซยิดจากโต๊ะข้างๆ ที่ดังลอยมาเข้าหูเป็นระยะ
“Oho! นั่นมันสมุดสมมติเทพของยัยสถาปนิกตัวแสบไม่ใช่เหรอวะไอ้ตะวัน? ไหนวะ มึงอ่านให้กูฟังหน่อยดิว่าในนั้นมันจินตนาการถึงมึงว่า เป็นพระเอกซีรีส์เกาหลีแบกปูนสร้างตึกรักหรือเปล่า ถึงได้หวงนักหวงหนา!”
เสียงตะโกนแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นของตะวันที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป เรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่ ทำให้ใบหน้าหวานของรินรดาที่เดิมทีก็แดงก่ำอยู่แล้ว ยิ่งร้อนผ่าวลามเลียไปจนถึงใบหูและต้นคอ ความรู้สึกอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ สมุดเล่มนั้น...คือสมุดที่เธอใช้ระบายความมโนขั้นสุดยอดเกี่ยวกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง และไอ้พฤติกรรมประหลาดๆ ของตะวัน ทั้งเรื่องที่เขาชอบแอบเปิดเพลงรักแนวอินดี้ตอนดึกๆ ทั้งเรื่องที่เขาชอบทำเป็นเดินตรวจงานหน้าห้องเธอทั้งที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ และที่สำคัญที่สุด...คือประโยคสารภาพรักในจินตนาการที่เธอบรรจงเขียนมันลงไปในหน้าสุดท้าย!
“คืนมานะตะวัน! มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ นายไม่มีสิทธิ์มาค้นโต๊ะทำงานฉัน แล้วยิ่งไม่มีสิทธิ์เอามันออกมาประจานแบบนี้ด้วย!” รินรดาแหวใส่เสียงสั่น เธอกัดริมฝีปากล่างพยายามกลั้นความอายสุดขีด มือบางกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่
ตะวันชะงักกึก รอยยิ้มกริ่มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อเห็นว่าแววตาของหญิงสาวไม่ได้กำลังโกรธแบบเล่นๆ แต่เธือกำลังจะร้องไห้จริงๆ ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างเล็กที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธปนอับอาย ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วลดมือที่ถือสมุดลงแนบลำตัว บรรยากาศรอบตัวของพ่อหนุ่มวิศวะโยธาผู้แสนเย็นชาเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที
“ใครบอกว่าฉันค้นโต๊ะเธอ?” ตะวันเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้มหน้าลงมองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนจ้องเขาเขม็ง “เธอลืมไปแล้วหรือไง ยัยสถาปนิกขี้เมา... ว่าเมื่อคืนใครกันแน่ที่เดินมาเคาะห้องฉันตอนตีสอง แล้วยัดสมุดเล่มนี้ใส่มือฉันแถมยังบอกว่า ‘ฝากดูแลหัวใจดวงนี้ด้วยนะคะคุณวิศวะโยธา’ น่ะหึ?”
*กึก!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางหัวของรินรดา สมองที่เคยแล่นฉิวด้วยไอเดียออกแบบตึกระฟ้าหยุดทำงานไปดิ่งสนิท ภาพความทรงจำสีเทาเลือนรางค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว... งานเลี้ยงฉลองส่งโปรเจกต์มิดเทอมที่เธอซัดโซจูไปหลายแก้วกับมีนา... ขากลับที่เดินเซซมซานผ่านหน้าห้องพักฝั่งตรงข้าม... และ... และไอ้ภาพที่เธอจำได้เลือนรางว่า ไปยืนเคาะประตูห้องผู้ชายแล้วพูดอะไรน่าอายออกไปจริงๆ!
*กรี๊ดดดดด! อยากจะตายแล้วเกิดใหม่เป็นรากมะม่วงตรงนี้ซะให้เข็ด!*
รินรดากรีดร้องลั่นอยู่ในใจ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วตอนนี้ร้อนจัดจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ เธออ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทันกับความโป๊ะระดับตำนานที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ
“อะ...ไอ้...ไอ้คนบ้า! ฉันเมาต่างหากเล่า! คนเมาเขาไม่ถือเป็นสาระสำคัญทางกฎหมายหรอกนะ!” รินรดาเถียงเสียงตะกุกตะกัก พยายามจะยื่นมือไปแย่งสมุดเล่มนั้นคืนมาอีกครั้ง แต่ตะวันกลับพลิกข้อมือหลบอย่างรวดเร็ว แถมยังถือวิสาสะเปิดสมุดไปที่หน้าสุดท้าย หน้าที่มีลายมือยุกยิกของเธอเขียนบรรยายความรู้สึกเอาไว้เสียยืดยาว
ตะวันก้มมองตัวหนังสือในสมุด แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ รอยยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์ในตอนแรก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุนที่อบอุ่นจนน่าประหลาดใจ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอ่านข้อความในสมุดออกเสียงเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“‘...ถึงภายนอกพี่ตะวันจะดูเหมือนหุ่นยนต์ติดล้อที่มีแต่ระเบียบวินัย แต่ความจริงแล้ว... แอบรู้มานะว่าเวลาเครียดๆ ชอบแอบกินนมจืดแล้วฟังเพลงคลายเครียด... ถ้าชอบเด็กสถาปัตย์ที่ทั้งโก๊ะทั้งน่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่ลองมาขอเป็นแฟนกันตรงๆ ล่ะคะ?’...”
“หยุดนะ! บอกให้หยุดอ่านไงเล่าไอ้พี่ตะวันคนบ้า!” รินรดาร้อนรนจนสติหลุด เธอพุ่งตัวเข้าไปใช้มือสองข้างปิดปากหนาของเขาไว้ทันที ความนุ่มนวลและไออุ่นจากฝ่ามือที่แนบชิดกับริมฝีปากของชายหนุ่ม ทำให้ทั้งคู่ชะงักค้างไปพร้อมๆกัน กลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านลอยเข้าจมูกของรินรดา ขณะที่ตะวันเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อแพขนตางอนของหญิงสาวอยู่ห่างจากใบหน้าเขาแค่คืบ
เสียงรอบข้างในโรงอาหารที่เคยจอแจราวกับผึ้งแตกรัง คล้ายจะเงียบหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เธอกำลังจะชักมือกลับด้วยความตกใจ แต่ทว่า... มือหนาของตะวันกลับไว1ยิ่งกว่า เขายื่นมืออีกข้างขึ้นมาจับข้อมือบางของเธอเบาๆ ไม่ให้ผละออก พร้อมกับดึงมือเธอออกจากปากของเขาช้าๆ
ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธออย่างไร้การหลบเลี่ยง ความเงียบงันที่โรยตัวอยู่ระหว่างพวกเขามีพลังงานบางอย่างที่ทำให้รินรดาหายใจไม่ทั่วท้อง มันไม่ใช่สายตากวนประสาทแบบทุกที แต่เป็นสายตาที่จริงจัง ลึกซึ้ง และสั่นไหวเล็กน้อยจนเธอสังเกตเห็นได้
“ใครบอกเธอว่าฉันแค่อ่านเพลินๆ...” ตะวันกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “แล้วก็... ใครบอกเธอว่าฉันแค่อยากเป็น ‘หุ่นยนต์’ ในสายตาเธอ...”
ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังไปชนกับเสาปูนของโรงอาหาร ตะวันใช้มือข้างหนึ่งค้ำเสาปูนไว้ กักร่างเธอให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขาทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์จนอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอยิ่งนัก
“ก็...ก็นาย...นายชอบทำหน้าดุใส่ฉันตลอด...” รินรดาเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาข้างนอก มือบางพยายามดันอกแกร่งของเขาไว้ แต่ก็เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปค้ำยันรถบรรทุก
“ก็เพราะมัวแต่ฟอร์มจัด กลัวว่าถ้าเข้าไปจีบตรงๆ แล้วยัยสถาปนิกตัวแสบจะวิ่งหนีหายไปซะก่อนน่ะสิ...” ตะวันเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาพราวระยับด้วยความเขินอายที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม “แล้วอีกอย่าง... เรื่องที่เขียนในสมุดเนี่ย...”
เขาชูสมุดสีชมพูเล่มโปรดขึ้นมาแกว่งไปมาเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอขาวผ่อง ทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“เย็นนี้ เลิกเรียนแล้วไปที่ห้องฉัน... เรามีเรื่องต้อง ‘เคลียร์โปรเจกต์หัวใจ’ กันยาวๆ แน่ รินรดา”
****************************************
ขอขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะมาโบกมือทักทายและเดินทางมาถึงตอนที่ 8 ด้วยกันนะคะ รับรองว่าตอนหน้าความฟินจะทะลุปรอทจนต้องจิกหมอนขาดแน่นอนค่ะ! 💕
*“ที่คั่นหนังสือสีชมพู”*
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 8
คำสารภาพของยัยสถาปนิก
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!