วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 7

คู่กัดประจำคณะ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกแล้วไงคะว่างานชิ้นนี้ ฉันดูแลต่อเองได้..." น้ำเสียงหวานที่พยายามดัดให้แข็งกรวดของรินรดา ดังแทรกขึ้นกลางห้องสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่ในห้องหันขวับมามองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะร่างสูงของรุ่นพี่ปีสามอย่าง 'เขตต์' ที่กำลังยืนค้ำหัวโต๊ะทำงานของเธออยู่ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบความเย้ยหยันไว้อย่างไม่คิดจะปิดบัง เขากำลังใช้เอกสารขออนุมัติงบประมาณโปรเจกต์หอพักข้างห้อง ม้วนเคาะเบาๆ ลงบนฝ่ามือตัวเอง จังหวะการเคาะนั้นดังเข้ามารบกวนโสตประสาทของคนฟังจนรินรดาต้องแอบกำมือแน่นใต้โต๊ะ เพื่อระงับความสั่นเทาของปลายนิ้วที่เกิดจากความโกรธล้วนๆ "น้องรินอย่าดื้อสครับ... เอ่อ อย่าดื้อเลยน่า" เขตต์เปลี่ยนคำพูดกะทันหันเมื่อเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่กรอบประตูห้อง "พี่แค่จะช่วยดูสเปกวัสดุให้ เพราะเกรดของน้องปีสอง คงยังไม่มีประสบการณ์พอจะรับมือกับผู้รับเหมาจอมเขี้ยวหรอกนะ เดี๋ยวงานจะพังเอาเสียเปล่าๆ" "แต่แบบร่างอันนั้น เป็นไอเดียของรินค่ะ" รินรดายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงของเธอจะต่างจากรุ่นพี่ตัวโตคนนี้อยู่โข แต่แววตาเอาเรื่องที่ส่งกลับไปก็ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย "ถ้าพี่เขตต์อยากได้โครงสร้างแบบนั้น ทำไมไม่ลองไปออกแบบใหม่เองตั้งแต่ต้นล่ะคะ มาจ้องจะฮุบงานคนอื่นแบบนี้ มันไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าไหร่หรอกมั้งคะ" คำพูดตรงไปตรงมาแต่เจ็บแสบจนเขตต์หน้าตึงขึ้นมาทันที เขายื่นมือหนาหมายจะคว้าแฟ้มผลงานของเธอขึ้นมาพลิกดูวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน้าธารกำนัล ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นจะแตะโดนกระดาษแผ่นแรก ข้อมือของเขาก็ถูกใครบางคนคว้าหมับไว้เสียก่อน แรงบิดที่ข้อมือนั้นไม่มากไม่น้อย แต่กลับทำให้เขตต์ต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บจนต้องรีบชักมือกลับทันที "มือไวแบบนี้ ระวังจะโดนข้อหาอนาจารทางสายตาและสัมผัสเอานะครับ... เอ้ย, นะคะ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่จงใจเปลี่ยนสรรพนามเล่นลิ้นดังขึ้น พร้อมกับร่างหนาของ 'ตะวัน' หนุ่มวิศวะโยธาห้องข้างห้อง ที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินรดากับเขตต์ได้อย่างพอดิบพอดี เจ้าตัวอยู่ในชุดช็อปสีเลือดหมูที่พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแกร่งและเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามประสาคนทำงานช่าง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่เก่งกำลังจ้องมองเขตต์นิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบราวกับเปิดแอร์ติดลบสิบองศา รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่กำลังโดนรุ่นพี่หาเรื่องเสียอีก ยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่โทรศัพท์มือถือของตะวันโชว์ชื่อของเธอหรี่อยู่ท่ามกลางความเงียบของคนทั้งห้อง เธอก็แทบอยากจะเอาหัวมุดลงไปใต้พื้นซีเมนต์ตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด "นายเป็นใครวะ? เด็กวิศวะข้ามห้วยมาเกี่ยวอะไรกับงานสถาปัตย์?" เขตต์เค้นเสียงถามด้วยความไม่พอใจ พยายามถูข้อมือตัวเองป้อยๆ เพื่อแก้เก้อต่อหน้าลูกน้องในทีม "ผมไม่ใช่เด็กวิศวะธรรมดาครับ..." ตะวันลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท จงใจเหลือบมองหน้าจอมือถือในมือตัวเองที่เพิ่งกดวางสายไปหมาดๆ ก่อนจะหันมาสบตารินรดาแวบหนึ่งด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "ผมเป็น 'เจ้าหนี้' ของเจ้าของโปรเจกต์นี้ต่างหากล่ะครับ พอดีว่ายัยนี่... เอ้ย น้องรินเขายังติดค้างค่าปั่นงานวิศวะโยธาผมอยู่สามมื้อติดกัน ผมเลยต้องมาทวงคืนในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง" "ฮะ?! ใครติดค้างนายฟะ!" รินรดาหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเองเพื่อซ่อนความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู "ฉันไปติดนายตอนไหน อีตาบ้าตะวัน!" "อ้าวก็นั่นไง ปากบอกว่าไม่ได้ติด แต่เรียกชื่อผมซะสนิทสนมเชียว" ตะวันหันมาเลิกคิ้วใส่เธอด้วยสีหน้าระรื่น ชนิดที่เรียกว่ากวนบาทาที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต "เมื่อกี้ในสายยังเสียงหวานอ้อนให้รีบมาช่วยอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ หรือว่าผมหูแว่วไปเอง" "อีตาตะวัน! นายโกหกหน้าตาย!" รินรดาร้องเสียงหลง หน้าแดงแจ๋จนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้ว เธอไม่ได้โทรหาเขาสسسักหน่อย! ก็แค่... ก็แค่โทรศัพท์มันรันเบอร์ค้างไว้จากเหตุการณ์เมื่อวานต่างหากเล่า! เขตต์ที่ยืนมองหน้าคู่กัดคู่นี้สลับกันไปมาเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นอากาศธาตุขึ้นมาจริงๆ เขากระแอมไอออกมาเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจ "นี่พวกเธอเห็นฉันเป็นตัวอะไรวะ? จะมาจีบกันก็ไปที่อื่น ที่นี่ห้องทำงาน!" "อ๋อ... รู้ด้วยเหรอครับว่าที่นี่ห้องทำงาน" ตะวันหันกลับไปหาเขตต์ด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งไม่ถึงดวงตา "นึกว่าสำนักทรงเจ้าที่คอยมาเจ้ากี้เจ้าการงานคนอื่นเสียอีก ถ้าว่างมากจนไม่มีโปรเจกต์ของตัวเองจะทำ แนะนำให้ไปลงเรียนวิชาพื้นฐานการให้เกียรติคนอื่นใหม่นะครับ รุ่น-พี่" คำว่า "รุ่นพี่" ที่ตะวันเน้นเสียงหนักหน่วงทำเอาเขตต์หน้าชาดิก กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาที่ขมับ แต่พินิจจากส่วนสูงและรัศมีรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวหนุ่มวิศวะโยธาคนนี้แล้ว เขตต์ก็เลือกที่จะกัดฟันกรอด สะบัดหน้าหนีแล้วตวัดเสียงสั่งลูกทีม "เก็บของ! เราไม่เสียเวลากับพวกเด็กเล่นขายของแถวนี้หรอก!" สิ้นเสียงของเขตต์ สมาชิกในทีมของเขาก็รีบเก็บข้าวของแล้วเดินทยอยออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่จึงค่อยๆ คลี่คลายลง เหลือเพียงความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจของรินรดาดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศ รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม เธอมองแผ่นหลังกว้างของตะวันคนที่เพิ่งจะเอ่ยปากปกป้องเธอจากสถานการณ์น่าอึดอัดเมื่อครู่ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ แต่เธอก็ต้องรีบดึงฟอร์มทำเป็นเชิดหน้าใส่ เพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของตัวเอง "ใครใช้ให้นายมาจุ้นจ้านเรื่องของฉันเล่า... ฉันจัดการเองได้น่า" รินรดาบ่นพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมาที่เธอ "ถ้าปล่อยให้จัดการเอง ป่านนี้คงโดนไอ้รุ่นพี่นั่นกลืนลงท้องไปทั้งตัวแล้วมั้งครับ" ตะวันก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไร้ทางหนี ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนได้กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ที่คุ้นจมูกจากห้องข้างห้องลอยมาแตะจมูก "อีกอย่าง... ที่ผมมาเนี่ย ไม่ได้มาฟรีๆ นะครับ" "ตะ... แล้วนายต้องการอะไรล่ะ ค่าจ้างเหรอ เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวต้มมัดหน้าปากซอยก็ได้เอ้า!" รินรดารีบพูดตัดบทด้วยความลนลาน พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่ามือหนาของเขากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนีไปไหน ตะวันไม่ตอบทันที เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอารินรดาตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้แม้แต่นิดเดียว "ข้าวต้มมัดไม่เอาหรอกครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู จนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เปลี่ยนเป็น... ย้ายสัมภาระจากห้องข้างห้อง มานอนห้องผมถาวรเลย... ดีไหมล่ะครับ?" รินรดาเบิกตากว้าง หูอื้ออึงจนแทบจับใจความไม่ได้ เธอกำลังจะอ้าปากโวยวายใส่ความหน้าไม่อายของพ่อหนุ่มวิศวะโยธาคนนี้ ทว่าจังหวะนั้นเอง หน้าจอมือถือบนโต๊ะของเธอก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชทใหม่ที่เด้งขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อนสนิท มีนาส่งข้อความเข้ามาสั้นๆ แต่ทำเอาเธอน้ำตาเล็ด: **"ริน! แกดูระเบียงห้องวิศวะยัง? ตะวันมันติดป้ายประกาศหา 'เมียแต่ง' ไว้หน้าห้องแกแล้วโว้ยยย!"** รินรดาหันขวับไปมองหน้าตะวันทันทีด้วยความตกใจสุดขีด ขณะที่เจ้าของร่างสูงกำลังยืนกอดอกยิ้มกริ่ม ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้เธอนิ่งราวกับจงใจวางแผนรอไว้อยู่แล้ว! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ที่คั่นหนังสือสีชมพู
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%