วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 6

ทำไมต้องมองหน้ากันนานๆ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถ้าพี่เขตต์ยังเข้ามาวุ่นวายกับแปลนโปรเจกต์ของรินอีกครั้งเดียว รินจะเอาคัตเตอร์กรีดโมเดลทิ้งให้ดูจริงๆ ด้วยนะคะ!" เสียงบ่นงึมงำของรินรดาที่ดังลอดผนังปูนบางเฉียบของหอพัก ทำให้ตะวันซึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาคำนวณโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กบนโต๊ะอ่านหนังสือถึงกับต้องชะงัก ปลายดินสอ 2B ในมือหยุดนิ่ง เขายกมือขึ้นเกาต้นคอเบาๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ผสมผสานระหว่างความเอ็นดูและความเป็นห่วง ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างห้อง 404 ของหนุ่มวิศวะโยธาผู้เคร่งขรึมกับห้อง 405 ของสาวสถาปัตยกรรมจอมมโนเริ่มเปลี่ยนผ่านจาก "เพื่อนบ้านผู้นำความรำคาญมาให้" กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยย่อมๆ ที่ต่างฝ่ายต่างแอบมองหาเวลาที่เหนื่อยล้าจากโลกภายนอก เสียงกุกกักจากห้องข้างๆ เงียบลงไปแล้ว เหลือเพียงเสียงเพลงอินดี้เบาๆ ที่ตะวันเปิดคลอไว้เพื่อสลัดความตึงเครียดทิ้ง แต่ในหัวของเขากลับมีใบยุ่งๆ ของรินรดาตอนกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับโมเดลลอยวนอยู่เต็มไปหมด ร่างสูงจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดหน้าแชตที่คุ้นเคยแล้วนิ้วเรียวก็เริ่มพิมพ์ข้อความหยอกล้อตามนิสัยที่ชอบแกล้งให้เธอโมโหเล่น *[ตะวัน]: เลิกบ่นแล้วไปนอนได้แล้วครับ ยัยสถาปนิกหัวฟู พรุ่งนี้มีส่งโมเดลไม่ใช่เหรอ* *[รินรดา]: นี่! ใครหัวฟูไม่ทราบคะคุณตะวัน! แล้วนี่แอบฟังเสียงรินอีกแล้วนะ โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย!* *[ตะวัน]: ผนังห้องเรามันบาง หรือเสียงคุณมันดังทะลุโลกกันแน่ล่ะครับ ลองใช้ไม้บรรทัดวัดดูไหม* *[รินรดา]: ฮึ! ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะ นายวิศวะปากเสีย!* ตะวันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับหน้าจอ รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขารู้สึกว่าการได้กวนประสาทรินรดาได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไปไม่ได้เสียแล้ว เช้าวันถัดมา ณ ห้องสตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและกลิ่นกาวร้อนที่คละคลุ้ง รินรดากำลังยืนเช็กรายละเอียดความเรียบร้อยของโมเดลหอพักจำลองชิ้นสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทา ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันสามวันเริ่มส่งผล ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอกลุ้มใจยิ่งกว่าคืองานออกแบบที่เธอยังรู้สึกว่ามันขาด "จิตวิญญาณ" บางอย่างไปอย่างอธิบายไม่ถูก "ริน แกดูนั่นสิ..." มีนา เพื่อนสนิทสายปั่นสะกิดแขนเธอเบาๆ พร้อมกับพยักเพยิดไปทางประตูสตูดิโอ ร่างสูงโปรดปรานของตะวันก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารคำ Cals โครงสร้างที่รินรดาเคยขอให้เขาช่วยตรวจทานให้เป็นกรณีพิเศษ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดาที่ยืนกุมมือแน่นอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขาโดยอัตโนมัติ จังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบเหมือนจะหมุนช้าลง ตะวันไม่ได้เดินเข้ามาเอ่ยทักทายเสียงดังเหมือนเคย เขากลับสาวเท้าย่างก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะของเธออย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของรินรดาโดยไม่มีการหลบหลีก สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความกวนประสาทหรือความขี้เล่นเจืออยู่เลย มีเพียงความนิ่งสงบ ความห่วงใยที่ส่งผ่านออกมาเงียบๆ และประกายบางอย่างที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของรินรดากระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ *ทำไมเขาถึงมองนานขนาดนี้นะ...* รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองเศษกระดาษชานอ้อยบนโต๊ะแทน มือไม้เริ่มปัดป่ายทำอะไรไม่ถูก "มองอะไรคะ หน้าฉันมีกาวติดอยู่หรือไงถึงได้จ้องขนาดนั้น" รินรดาแกล้งทำเป็นเฉไฉ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาติดจะสั่นเล็กน้อยจนน่าอาย "เปล่าครับ" ตะวันตอบเสียงทุ้มต่ำ นํ้าเสียงนั้นชิดใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา "แค่มองคนแถวนี้ที่ชอบทำตัวเก่งเกินเบอร์ ทั้งที่ขอบตาดำเป็นแพนด้าอยู่แล้ว" คำพูดกวนๆ ที่ควรจะทำให้เธอฮึดฮัดเหมือนทุกที กลับกลายเป็นว่าในเวลานี้มันทำเอารินรดาใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ระเหิดความเย็นชาออกไปจนหมด ทำให้เธอรู้สึกราวกับมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานแปลกประหลาด ตะวันวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวเลื่อนมันมาตรงหน้าเธอ แต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่ยอมละไปไหน "งานออกแบบของคุณ... ดีมากแล้วนะรินรดา ไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นหรอก" สรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับทรงพลังเหลือเกินในความรู้สึกของรินรดา หัวใจของเธอกำลังพองโตคับอก สมองที่เคยแล่นฉิวเรื่องงานออกแบบกลับขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเลยนอกจากแววตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความเงียบงันชั่วขณะระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยความหมายที่ไม่ได้ถูกเอื้อnเอ่ยออกมาเป็นคำพูด รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง แต่ยิ่งสบตากับตะวันมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งพบว่าตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงสายตาคู่นั้นลึกขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงรบกวนรอบข้างที่ค่อยๆ เงียบหายไปราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวจนควบคุมไม่อยู่ เสียงตบโต๊ะดังปังก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเขตต์ที่เดินเข้ามาแทรกกลางวง "โอ้โห ตรวจงานกันถึงเนื้อถึงตัวเลยเหรอครับ น้องรินรดา งานสถาปัตย์นี่ต้องให้วิศวกรโยธามาคุมเข้มขนาดนี้เลยรึไง หรือกลัวว่างานจะออกมาห่วยแตกจนสู้คนอื่นไม่ได้ล่ะ" เขตต์เหยียดยิ้ม พลางเอื้อมมือจะหยิบโมเดลของรินรดาขึ้นมาดูด้วยท่าทีคุกคาม ตะวันขยับตัวบังหน้าAรินรดาไว้ทันที สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาในเสี้ยววินาที ความอบอุ่นละมุนหัวใจเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยรังสีความเย็นชาที่พร้อมจะปะทะ "ถ้าไม่อยากให้มือหลุดออกจากแขน ก็อย่าเอื้อมมือสกปรกของคุณมาแตะต้องงานของเธอ" ตะวันเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น รินรดายืนอึ้ง หัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากสายตาของตะวันเมื่อครู่ ยิ่งเต้นระรัวหนักขึ้นไปอีกเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนปกป้องเธออยู่ตรงหน้า *ครืน...* เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของรินรดาสั่นขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอหยิบมันขึ้นมาอย่างงุ่มง่ามด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความจากแชทของตะวันที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ แม้ว่าตัวเขาจะยืนอยู่ตรงหน้าเธอห่างไปไม่ถึงคืบก็ตาม *[ตะวัน]: อย่าไปสนใจมันครับ... รินรดาเป็นคนเก่งที่สุดในใจผมอยู่แล้ว... ห้ามหงุดหงิดนะ เดี๋ยวผมพาไปกินบิงซูปลอบใจ* ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของข้อความทันที หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้นเมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เธอคนเดียว ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้พิมพ์ตอบกลับอะไร ประโยคคำพูดต่อมาของเขตต์ก็ทำให้บรรยากาศทั้งหมดพังทลายลง "เหอะ! สนิทกันขนาดนี้ ระวังตัวไว้เถอะนะน้องริน ระวังจะได้วิศวกรสายมโนมาเป็นแฟนโดยไม่รู้ตัว!" เขตต์แค่นหัวเราะเสียงดังก่อนจะเดินกระแทกไหล่ตะวันออกไป รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความเขินอาย นิ้วรีบกดพิมพ์ข้อความปฏิเสธกลับไปรัวๆ ด้วยความลนลานจนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก แต่ความซุ่มซ่ามเจ้าประจำดันทำให้ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปกดปุ่ม **"โทรออกด้วยเสียง"** หาตะวันท่ามกลางความเงียบสนิทในสตูดิโอที่ทุกคนกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว! เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของตะวันที่ดังขึ้นหึ่งๆ ในกระเป๋ากางเกง ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่หันมามองเป็นจุดเดียว ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาทับร่าง เธออยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียเดี๋ยวนี้ ขณะที่ตะวันก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่มีชื่อเธอโชว์หรี่อยู่ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเลื้อที่มุมปากที่ค่อยๆ กว้างขึ้นทีละน้อย... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%