วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 5

กลิ่นกาแฟในยามเช้า

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ปฏิเสธได้นะคะ ไม่ได้บังคับ... แต่ถ้าไม่อยากตกม้าตายคาโปรเจกต์มหาประลัยนี่ ก็เชิญก้าวขาเข้ามาค่ะ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความรำคาญใจนิดๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของหนุ่มวิศวะโยธาผู้ขึ้นชื่อเรื่องหวงอาณาเขตยิ่งกว่าจงអាางหวงไข่ รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองที่ปรกติจะแล่นเร็วจี๋ราวกับติดสปีดเทอร์โบของนักศึกษาสถาปัตย์ กลับชัตดาวน์สนิท ค้างเติ่งอยู่ตรงคำว่า *'ห้องของเขาเอง'* ให้ตายเถอะ นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย! เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เธอยังยืนเถียงกับเขาเรื่องความกว้างของทางเดินหนีไฟจนคอเป็นเอ็นอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้... ตะวันถึงมายืนเปิดประตูห้อง 404 กว้าง 45 องศา พร้อมผายมือเชิญเธอเข้าไปในรังลับที่แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างมีน่ายังไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าไปล่ะคะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ดวงตากลมโตช้อนมองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ในเสื้อยืดสีดำสนิทไร้รอยยับ เธอลังเล—ใช่ค่ะ ลังเลมาก ระหว่างการเดินหนีแล้วกลับไปนั่งเครียดจนผมร่วงเป็นกระจุกที่ห้องตัวเอง กับการเสี่ยงดวงเดินเข้าถ้ำเสือเพื่อแลกกับโมเดลโปรเจกต์ที่อาจจะรอดพ้นจากสายตาพิฆาตของอาจารย์ที่ปรึกษา "ถ้าจะยืนนับมดแถวนี้จนกว่าจะเช้า ก็เชิญตามสบายนะคะ พอดีประตูห้องฉันไม่ได้ติดแอร์ตรงระเบียง เปลืองไฟค่ะ" เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่หมุนตัวกลับมาเลิกคิ้วมอง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างหมั่นไส้ ยัยรินเอ๊ย! จะกลัวอะไรนักหนาคะ แค่ห้องผู้ชาย... แค่ห้องของผู้ชายที่สะอาดสะอ้านจนน่ากลัวและมีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ ลอยเตะจมูกนี่ไงเล่า! พรึบ! ร่างบางตัดสินใจก้าวฉับๆ เดินสวนสนามผ่านไหล่หนาเข้าไปในห้องหมายเลข 404 ทันที โดยพยายามไม่สูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขาให้มากเกินไปนัก เพราะเดี๋ยวสมองมันจะรวนไปกันใหญ่ *โอ้โห...* รินรดาอุทานในใจด้วยความตะลึงพรเพริด สมกับเป็นนายตะวันจอมเนียบค่ะ! ห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดถูกจัดระเบียบไว้อย่างไร้ที่ติ ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง โทนสีห้องเป็นเทาเข้มและไม้ธรรมชาติ ไม่มีฝุ่นละอองแม้แต่น้ำเดียวบนโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง ที่สำคัญคือ... มีกระดาษโน้ตแปะเตือนความจำสีพาสเทลแปะเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนเธอแอบทึ่ง "ยืนทำหน้าเป็นปลาทองขาดออกซิเจนอยู่ได้ วางกระเป๋าแล้วนั่งลงค่ะ ตรงนั้นแหละ" ตะวันชี้นิ้วไปยังเก้าอี้หนังสีดำตัวนุ่มที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ซึ่งมีหน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดโปรแกรมสามมิติคาไว้ "นี่นาย... ชวนฉันมาเพราะสงสาร หรือเพราะรำคาญเสียงโวยวายของฉันกันแน่คะเนี่ย" รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างระมัดระวัง พร้อมกับวางกระเป๋าเป้ใบโตไว้ข้างตัว ดวงตากลมโตแอบเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงแบบแปลนหอพักที่เธอกำลังปวดหัวอยู่พอดี ตะวันไม่ตอบทันที ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในโซนครัวเล็กๆ ด้านหลังห้อง เสียงเปิดตู้เย็น ตามด้วยเสียงกุ๊กกักของแก้วกระทบกันดังเบาๆ ก่อนที่กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจะลอยอวลไปทั่วห้อง ปลุกประสาทสัมผัสที่อ่อนล้าจากการอดนอนติดต่อกันสามวันให้ตื่นตัวขึ้นมาทันที "ดื่มซะค่ะ จะได้เลิกตาขวางใส่ฉันสักที" แก้วเซรามิกสีขาวสะอาดตาถูกวางลงตรงหน้าอย่างนุ่มนวล รินรดากะพริบตาปริบๆ มองไอร้อนที่ลอยขึ้นมาจากผิวกาแฟสีเข้ม ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยฟองนมเนียนนุ่มอย่างปราณีตเกินกว่าฝีมือผู้ชายสายวิศวะโยธาจะทำได้ "กาแฟ... นายทำเองเหรอคะ?" เธอดูดริมฝีปากถามด้วยความประหลาดใจ รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม ไม่ขมโดดจนเกินไป แถมยังมีความหวานมันกำลังดีแบบที่เธอชอบเป๊ะๆ ตะวันชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าคมคายเบือนหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วราวกับกลัวเธอจับพิรุธได้ สันจมูกโด่งเชิดขึ้นนิดๆ ตามฟอร์มของคนปากแข็ง "เครื่องทำกาแฟมันตั้งอยู่ตรงนั้น ใครทำก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ อย่าคิดไปเองว่าฉันใส่ใจทำให้คุณเป็นพิเศษก็แล้วกัน" *แหม... พ่อคุณเอ๊ย พูดจาชวนให้เอาแฟ้มข้อมูลฟาดหัวจริงๆ!* รินรดาแอบเบะปากหมั่นไส้ในใจ แต่กลับซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไว้ไม่มิด ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาจากปลายนิ้วที่กุมแก้วกาแฟอุ่นๆ ลามเลียไปถึงหัวใจอย่างดะดื้อดึง "ค่ะๆ ไม่ได้ใส่ใจก็ไม่ได้ใส่ใจ ขอบคุณสำหรับกาแฟแก้วโปรด... เอ๊ย แก้วธรรมดาๆ ของนายก็แล้วกันนะคะ" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่าแก้วโปรดจนตะวันต้องหันกลับมาค้อนใส่ด้วยหางตา แต่ใบหูข้างที่หันมาทางเธอนั้นกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด *ฮ่าๆ เขินแล้วเงียบสินะ พ่อวิศวะหน้านิ่ง!* รินรดายกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ความเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์มลายหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน เธอก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มอธิบายแนวความคิดเรื่องการจัดวางพื้นที่สีเขียวในโปรเจกต์หอพักร่วมกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความเงียบขรึมและกำแพงความอึดอัดที่เคยมีค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ผ่านบทสนทนาโต้บ๊ะที่ผลัดกันหยอกลัดกันแซวอย่างเป็นธรรมชาติ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกที แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานก็สาดส่องลงมาสะท้อนกับเส้นผมของคนทั้งคู่แล้ว รินรดากำลังตั้งอกตั้งใจสเกッチภาพร่างโครงสร้างบันไดหนีไฟลงบนแท็บเล็ต โดยมีตะวันที่นั่งเท้าคางมองอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ สายตาของเขาไม่ได้มองที่จอภาพ แต่ทอดมองรอยยิ้มจางๆ และท่าทางตั้งอกตั้งใจของคนตัวเล็กกว่าโดยไม่รู้ตัว ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาเหลือบสายตาไปมองนิดหน่อย ปรากฏว่าเป็นข้อความจากมีนาเพื่อนรักที่ส่งรูปมีมตลกๆ มาแซว แต่ในจังหวะนั้นเอง... หน้าจอโทรศัพท์ของตะวันที่คว่ำไว้อยู่ข้างๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาพอดิบพอดี รินรดาลอบมองด้วยความบังเอิญ แต่ทว่า... ข้อความนั้นกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ *[เขตต์]: "ตกลงเรื่องย้ายทีมโปรเจกต์กับอาจารย์ นายโอเคตามนี้นะตะวัน อย่าลืมว่ารินรดามันก็แค่ตัวถ่วง..."* รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาสลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วไปถึงขั้วหัวใจ เธอนิ่งค้างไปทันที สมองประملผลข้อความตรงหน้าซ้ำไปซ้ำมา... ย้ายทีม? ตัวถ่วงงั้นเหรอ? ตะวันที่เพิ่งรู้ตัวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือคว่ำหน้าลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันมาสบตากับเธอที่กำลังนั่งนิ่งงัน "ริน... ฟังฉันก่อนนะคะ เรื่องนี้มัน..." "นายกำลังจะบอกฉันว่าอะไรคะ?" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความไว้วางใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นจากกาแฟอุ่นๆ เมื่อครู่ พังทลายลงในพริบตาราวกับปราสาททรายโดนคลื่นซัด ตะวันลุกขึ้นยืนพรวด เก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังลั่น แววตาของหนุ่มวิศวะผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรนและกระวนกระวายใจอย่างถึงที่สุด เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ยื่นมือหนาออกหมายจะคว้าข้อมือเธอไว้ แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว "อย่าเข้ามานะคะ!" เธอเอ่ยเสียงแข็ง พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ "สรุปว่าที่นายยอมให้ฉันเข้ามาในห้องนี้... ก็แค่เพราะสงสาร หรือเพราะรำคาญที่เห็นฉันพยายามเป็นตัวตลกอยู่ฝ่ายเดียวสินะคะ!" "ไม่ใช่แบบนั้นนะรินรดา! ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นตัวถ่วง!" ตะวันละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนจนผิดวิสัย เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุน "ที่ฉันยอมให้เธอเข้ามาใกล้... ก็เพราะฉัน... เพราะฉันชอบเธอน่ะสิคะ! ยัยบ้าเอ๊ย!" รินรดานิ่งอึ้ง ตาค้างไปสนิท สมองประมวลผลคำว่า *'ชอบ'* วนซ้ำไปซ้ำมาสิบรอบ... นี่เธอหูฝาดไปใช่ไหมคะเนี่ย! --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมความหวานละมุนและร่วมลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%