วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 10

ค่ำคืนแห่งการร่างแบบ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกมันไปซะ... ว่าคนดูแลสเกลงานของเธอคืนนี้ มีเจ้าของนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้ว!" ประโยคคำรามลอดไรฟันของนายวิศวะโยธาโต๊ะข้างห้องยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ไม่ใช่สิ... มันดังวนซ้ำอยู่ในหัวของเธอยิ่งกว่าเสียงเครื่องตัดโฟมในสตูดิโอสถาปัตย์เสียอีก เจ้าของเสียงกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงราคาถูกที่เธอไปลากมาจากระเบียง แผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อยืดสีดำสนิทกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ ตามจังหวะลมหายใจ ใบหน้าคมคายนั้นบึ้งตึงจนแทบจะเอาตะปูตอกฝาโลงได้อยู่แล้ว แต่ที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคือดึงดันจะมานั่งเฝ้าเธอเคลียร์แบบโครงสร้างหอพักตอนตีสองครึ่งนี่แหละค่ะ! "รุ่นพี่เขตต์เขาแค่โทรมาถามเรื่องฟังก์ชันห้องพักเฉยๆ หรอกน่า คุณจะอินจัดอะไรเบอร์นั้นเนี่ยตะวัน" รินรดาบ่นงقงง พوลางใช้มือข้างหนึ่งหมุนปากกาหมึกซึมในมือเล่น ส่วนอีกมือก็ขยี้หัวตัวเองจนฟูฟ่องราวกับรังนกกระจาบ "แล้วอีกอย่าง... ใครเป็นเจ้าของฉันไม่ทราบ อย่ามาพูดจาสองแง่สองง่ามแถวนี้เลยนะ หน้าตาก็ออกจะวิศวกรผู้เคร่งขรึม ทำไมชอบทำตัวเหมือนเด็กอนุบาลหวงของเล่นไปได้" ตะวันไหวไหล่เบาๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นสเกลยุ่งเหยิงก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "เด็กอนุบาลอะไรล่ะ ก็เห็นอยู่คาตาว่ารุ่นพี่หน้าหล่อคนนั้นพยายามหยอดคุณทุกครั้งที่มีโอกาส แล้วไอ้ท่าทางเออออห่อหมกของคุณเวลาคุยโทรศัพท์มันก็น่าตีให้ก้นลายเสียจริง รินรดา... นี่คุณเรียนสถาปัตย์จนสมองทึบเรื่องความรู้สึกคนอื่นไปแล้วหรือไง ถึงไม่รู้ว่าไอ้เขตต์มันคิดอะไรอยู่" "แล้วคุณเดือดร้อนอะไรเล่า!" รินรดาแหวใส่ หน้าหวานๆ ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษกาแฟกระป๋องที่ซัดเข้าไปสามกระป๋องติด หรือเพราะคำว่า *'คนดูแลสเกลงานที่มีเจ้าของนั่งหัวโด่'* มันดันไปสะกิดต่อมเขินอายจนเต้นเร่าๆ ในอกกันแน่ "พื้นที่ตรงนี้ก็ห้องฉัน งานก็งานฉัน โปรเจกต์หอพักข้างห้องนี่ฉันต้องส่งอาจารย์วันพรุ่งนี้เช้า เชิญคุณกลับห้องไปนอนกอดหมอนข้างโน่นเลยไป๊ ไม่ต้องมานั่งทำหน้ายักษ์ไล่แขกแถวนี้หรอก" "ไม่กลับ" เจ้าตัวดีตอบหน้าตาย แถมยังเลื่อนเก้าอี้เข้ามาประชิดโต๊ะเขียนแบบจนเข่าแทบจะชนกัน "บอกแล้วไงว่าถ้างานสเกลโครงสร้างไม่ผ่านการตรวจจาก 'วิศวกรโยธาผู้เชี่ยวชาญ' อย่างผม คุณก็ห้ามส่งอาจารย์เด็ดขาด... เอาแบบของคุณมาดูสิ ตรงคานรับน้ำหนักชั้นสี่เนี่ย คุณคำนวณแรงเฉือนผิดไปสิบเปอร์เซ็นต์รู้ตัวไหม" น้ำเสียงจริงจังที่สอดแทรกความห่วงใยแบบเนียนๆ ทำเอารินรดาเถียงไม่ออก หญิงสาวค้อนให้วงใหญ่แต่ก็ยอมกางแปลนพิมพ์เขียวให้เขาดูแต่โดยดี บรรยากาศในห้องนอนเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษ กาวลาเท็กซ์ และกาแฟเย็นชืด กลับเริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงขีดเขียนของดินสอกดและลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ ผ่านไปเกือบชั่วโมง... ความเหนื่อยล้าเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ รินรดาที่อดนอนติดต่อกันมาสองคืนเริ่มตาปรือ ศีรษะเล็กๆ โยกเยกไปมาคล้ายตุ๊กตาหัวด๋อยในรถทัวร์ มือที่ถือยางลบเริ่มไม่มีแรง ประโยคอธิบายเรื่องโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของตะวันค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นเสียง hum hum ในลำคอเหมือนเพลงกล่อมเด็กชั้นดี "ริน..." ตะวันเรียกเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนานผิดปกติ "รินรดา... หลับเหรอเนี่ย" ร่างบางฟุบหน้าลงกับกองกระดาษสเกลแปลนห้องพักอย่างหมดสภาพ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มแผ่สยายเคลียอยู่บนโต๊ะทำงาน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเจ้าตัวเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว ตะวันทอดถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้พลาสติก เดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพิจารณาใบเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อเพราะความเพลีย "ยัยโก๊ะเอ้ย... ดื้อนักนะ บอกให้นอนไม่นอน พอถึงเวลาก็มาหลับคาโต๊ะแบบนี้ทุกที" ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ กลัวว่าเสียงของตัวเองจะปลุกให้คนตัวเล็กตื่น เขาจัดการรวบรวมปากกาและดินสอที่กระจัดกระจายให้เข้าที่อย่างเบามือที่สุด ก่อนจะตัดสินใจช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อย้ายเธอนอนลงบนเตียงนอนนุ่มๆ ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล แต่ทว่า... จังหวะที่เขากำลังจะวางเธอลงบนฟูก รินรดาที่ละเมอเพราะความงจัดกลับคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อยืดสีดำของเขาเต็มแรง! "อ๊ะ...!" ตะวันอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ แรงดึงมหาศาลจากคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงโปร่งเสียหลัก เซถลาล้มลงไปนอนทับบนเตียงนุ่มพร้อมกับเธอทันที! โครม! เสียงสปริงเตียงยุบตัวลงตามน้ำหนัก สติของตะวันกระเจิดกระเจิงในชั่วพริบตา เมื่อพบว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาห่างจากจมูกรันรดารingแค่คืบเดียวเท่านั้น ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นคาเฟอีนอ่อนๆ เป่ารดอยู่ริมฝีปากของเขาอย่างจัง หัวใจดวงแกร่งของนายวิศวะโยธาผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว กลับเต้นรัวเร็วกระหน่ำยิ่งกว่ากลองเพล "อือ... ตะวัน..." เสียงพึมพำละเมอหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อย รินรดายังคงซุกหน้าเข้าหาแผงอกอุ่นของเขาตามสัญชาตญาณความอบอุ่น มือเรียวเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นมาโอบรอบคอเขาไว้แน่นราวกับหมอนข้างใบโปรด "อย่าเพิ่งไป... อยู่เป็นเพื่อนก่อนสิ..." ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังทำร้ายจิตใจคนอ่านหนังสือธรรมะธรรมโมอย่างเขาชัดๆ! ตะวันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายแข็งเกร็งราวกับถูกเทปูนซีเมนต์ทับไว้ทั้งตัว เขานอนนิ่งค้างอยู่ในท่ากึ่งคร่อมกึ่งกอดโดยไม่กล้าขยับเขยื้อンไปไหน กลัวว่าถ้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนนี้ บรรยากาศประหลาดๆ ระหว่างพวกเขาอาจจะพังทลายลง หรือไม่ก็... อาจจะมีใครสักคนหัวใจวายตายไปเสียก่อน ดวงตาคมกริบทอดมองแพขนตายาวที่ทาบลงบนแก้มเนียน ผิวขาวผ่องที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียง ยิ่งขับเน้นให้รินรดายามหลับใหลดูน่าทะนุถนอมจนหัวใจของเขาแทบละลาย ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ พยายามข่มความรู้สึกวูบวาบในอกก่อนจะตัดสินใจขยับแขนโอบกอดร่างบางไว้หลวมๆ เพื่อให้เธอนอนสบายขึ้น ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงบนเส้นผมนุ่มเบาๆ อย่างลืมตัว พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังลอดริมฝีปากในความเงียบ "ก็ได้... คืนนี้จะยอมเป็นหมอนข้างให้คุณสักคืนก็แล้วกันยัยตัวแสบ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะดำเนินไปใน องก์ความหวานละมุนหัวใจ ทันใดนั้นเอง... เสียงสั่นครืดคราดจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของรินรดาที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทำงาน ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นมาในความมืด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตที่เด้งขึ้นมาโชว์หรา *[เขตต์]: "รินครับ พรุ่งนี้เช้าพี่ซื้อกาแฟโบราณร้านโปรดไปฝากนะ ตื่นยังเอ่ยคนเก่ง"* ดวงตาของตะวันที่กำลังเคลิ้มๆ ถึงกับเบิกโพลงขึ้นมาทันที ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวพ่อหนุ่มวิศวะโยธาผู้รักความสงบอีกครั้งในยามตีสามครึ่ง! มือหนาถือวิสาสะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างในอ้อมแขนยังคงหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว ตะวันจ้องมองหน้าจอที่มีข้อความจากคู่แข่งหัวใจด้วยแววตาวาวโรจน์ นิ้วเรียวยาวกดเข้าไปในช่องแชตทันทีด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ *[ตะวัน]: "ไม่ต้องซื้อมาครับ... แฟนเขาชงให้กินตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับรุ่นพี่ พรุ่งนี้เช้าแฟนมันตื่นสายเพราะนอนดึกด้วยกัน ห้ามรบกวน!"* กดยกเลิกไม่ทันแล้ว! นิ้วซุกซนของตะวันกดปุ่ม "ส่ง" ไปเรียบร้อยโรงเรียนวิศวะ พร้อมกับติ๊กถูกสีฟ้าที่ขึ้นโชว์หราทันทีว่า *'Read'* แล้ว! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินและรอยยิ้มในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%