ติ๊กถูกสีฟ้าสองดวงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบขึ้นมาในความมืดของห้องนอน ราวกับป้ายนีออนประจานความซุ่มซ่ามของฉันในยามดึก
*(Read)*
ให้ตายเถอะ! นี่มันคืออุบัติเหตุทางเทคโนโลยีที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การแอบชอบรุ่นพี่วิศวะข้างห้องเลยนะคะ! นิ้วเจ้ากรรมดันซุกซนไปกดส่งสติ๊กเกอร์แมวอ้วนกำลังเต้นระบำพร้อมข้อความว่า *"พรุ่งนี้ถ้าตื่นทัน เดี๋ยวเค้าทำแซนด์วิชแฮมชีสเผื่อนะตะวันตัวน้อยของริน"* ไปให้เขาได้ยังไงกันคะเนี่ย! ฉันอยากจะเอาหัวโขกกับมุมโต๊ะเขียนแบบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ยิ่งพยายามกดปุ่มยกเลิกข้อความเร็วแค่ไหน ระบบเจือกตาถั่วดันฟ้องขึ้นมาหน้าด้านๆ ว่า *'คุณไม่สามารถยกเลิกข้อความนี้ได้แล้ว'* ซะงั้น!
"กรี๊ดดด มีนา ช่วยด้วยยย ฉันพังแล้ว พังแบบไม่มีชิ้นดีเลยแม่!"
ฉันทิ้งตัวลงนอนดิ้นกับที่นอนลายสนูปปี้อย่างหมดสภาพ มือก็ปัดป้องโทรศัพท์มือถือที่นอนนิ่งสนิทราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดเวลา หน้าจอแชตของนายตะวัน วิศวะโยธาปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบขรึมและระเบียบจัดยังคงค้างเติ่งอยู่แบบนั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่หลังอ่านข้อความบ้าๆ นั่นคะ? เขาจะหาว่าฉันเป็นยัยเพ้อเจ้อโรคจิตที่แอบส่องเขาจากระเบียงห้องหรือเปล่า? หรือเขาจะบล็อกฉันทันทีแบบไม่ลังเล?
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของฉันจนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฉันค่อยๆ หรี่ตามองหน้าจอที่สว่างขึ้นอีกครั้งด้วยความกล้าๆ กลัวๆ
**Tawan:** *'ตัวน้อย? หมายถึงตัวรินเองเหรอครับที่ตัวนิดเดียว หรือหมายถึงแซนด์วิช'*
โอ๊ยยย! พ่อคุณเอ้ย! นี่คือการตอบกลับของคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในภาควิชาโยธางั้นเหรอคะเนี่ย ทำไมมันถึงมีความกวนประสาทซ่อนอยู่หลังมามาดนิ่งๆ ได้เลเวลนี้ล่ะ! ฉันหน้าชาลามไปถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับโดนเตารีดแนบ สมองตื้อตันจนคิดคำแก้ตัวไม่ออก มือไม้สั่นเทาพิมพ์ข้อความตอบกลับไปแบบลนลาน
**Rinrada:** *'มือลั่นค่ะ! มือลั่นจริงๆ นะคะพี่ตะวัน! พอดีแมวมันเดินเหยียบหน้าจอค่ะ แมวข้างห้องเนี่ยแหละ นิสัยไม่ดีเลยชอบพิมพ์อะไรเพ้อเจ้อ!'*
**Tawan:** *'อ๋อ แมวแถวนี้เดินเก่งจังนะครับ พิมพ์ยาวเป็นพรืดแถมสะกดถูกทุกคำด้วย แมวพันธุ์สถาปัตย์นี่ฉลาดดีแท้'*
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บไปหมดเมื่อเห็นประโยคถัดมาที่เขาพิมพ์สวนกลับมาทันควัน ราวกับเขานั่งยิ้มกริ่มอยู่หลังกำแพงห้องฝั่งตรงข้ามนั้นจริงๆ ไอ้บ้าเอ้ย! เขาจับได้คาหนังคาเขาว่าฉันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แถมยังแอบแซะคณะฉันอีกต่างหาก ยัยรินรดาเอ้ย ทำไมแกถึงซุ่มซ่ามได้โล่ขนาดนี้นะ!
เช้าวันถัดมา บรรยากาศรอบตัวฉันอบอวลไปด้วยความอึดอัดและกลิ่นอายความน่าอายจากเหตุการณ์เมื่อคืน มีนาเพื่อนรักนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่ตรงข้ามฉันที่โรงอาหารคณะสถาปัตย์ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแซวไม่หยุดตั้งแต่นั่งลง
"แหมมม ยัยริน นึกว่าเธอจะเป็นสายเรียบร้อยผ้าพับไว้ ที่ไหนได้ เล่นใหญ่รัชดาลัยเธีย터ตั้งแต่ยังไม่ทันคบกันเลยนะยะ! 'ตะวันตัวน้อย' งั้นเหรอ? โอ้โห อีดอก ทองแท้ยังต้องยอมจำนนต่อความเสี่ยวนี้!" มีนาหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานจนฉันต้องเอื้อมมือไปหยิกแขนเพื่อนสาวเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้
"แกเงียบไปเลยนะมีนา! ฉันอยากจะมุดแผ่นดินหนีอยู่แล้วเนี่ย เห็นหน้าเขาครั้งต่อไปฉันจะเอาหน้าไว้ไหนคะซิส" ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะอาหารอย่างปลงตก พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"หนีทำไมล่ะยะ ดูนู่นสิ... คนที่แกอยากมุดดินหนี เดินมานู่นแล้วมั้ง" มีนาสะกิดแขนฉันยิกๆ พร้อมกับพยักเพยิดหน้าไปทางทางเข้าโรงอาหาร
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ทันทีที่เงยหน้าขึ้นและพบว่าร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีกรมท่าคุ้นตา กำลังเดินตรงดิ่งมาทางโต๊ะของเรา กลิ่นอายความสะอาดและน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงเสียอีก ตะวันยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเรียบเฉยตามสไตล์เขา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"อรุณสวัสดิ์ครับ... แมวแถวนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ แต่เล่นเอาเพื่อนสนิทอย่างมีนาสำลักน้ำชานมไข่มุกแทบพุ่ง
ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ อยากจะลุกขึ้นวิ่งหนีให้พ้นรัศมีสายตาคู่นั้น แต่ขาสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"เอ่อ... พี่ตะวัน มาทำอะไรที่คณะสถาปัตย์คะเนี่ย หรือว่า... เดินหลงตึก?" ฉันหาข้ออ้างเสียงตะกุกตะกัก พยายามกลบเกลื่อนอาการประหม่าสุดชีวิต
ตะวันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอีกนิดจนฉันต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ก่อนที่เขาจะวางถุงกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กกลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าฉัน
"เปล่าครับไม่ได้หลง... แค่เอาค่าแซนด์วิชแฮมชีสที่ 'แมว' แถวนี้สัญญาว่าจะทำให้อยู่ในฐานะพรีเซ็นเตอร์โปรเจกต์หอพักข้างห้อง" ตะวันย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับฉัน รอยยิ้มละมุนที่ปรากฏบนใบหน้าเขาทำเอาโลกทั้งใบของฉันเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ "ไหนล่ะครับ... แซนด์วิชตัวน้อยของผม?"
ให้ตายเถอะค่ะ... จากคนรู้จักที่เคยแค่มองหน้ากันผ่านระเบียงหอพัก ตอนนี้ระยะห่างระหว่างเรามันถูกย่นย่อลงจนหัวใจฉันแทบจะกระโจนหลุดออกมานอกอกอยู่แล้วนะคะเนี่ย!
แต่ทว่า... ความหวานละมุนที่กำลังก่อตัวขึ้นในบรรยากาศกลับต้องสะดุดกึกลงทันที เมื่อเงาร่างคุ้นเคยของใครอีกคนก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา พร้อมกับเสียงทุ้มกวนประสาทที่ดังขึ้นจากด้านหลัง
"อ้าว ตะวัน วิศวะโยธา... ขยันเดินมาจีบรุ่นน้องคณะอื่นถึงถิ่นเลยเหรอ ระวังโปรเจกต์หอพักจะพังไม่เป็นท่าเพราะมัวแต่เอาเวลามาจีบสาวนะ"
เสียงของรุ่นพี่เขตต์ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบแฝงด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน เขายืนกอดอกมองหน้าตะวันด้วยสายตาท้าทาย บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากสีชมพูหวานแหววกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในพริบตาเดียว
ตะวันไม่ได้หันไปมองหน้าเขตต์ทันที เขายังคงจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบลอดไรฟันออกมาเบาๆ แต่ทรงพลังพอกลบเสียงรอบข้างทั้งหมดให้เงียบกริบ
"โปรเจกต์หอพักจะพังหรือไม่พัง... ผมไม่รู้หรอกครับพี่เขตต์" ตะวันปรายตามองคู่แข่งคนสำคัญด้วยแววตาคมกริบ "แต่ที่แน่ๆ... คนที่ยืนล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้ามของผมตอนนี้... กำลังจะพังคาตีนผมมากกว่าครับ"
---
*(เชิงอถรรถ/มุมมองนักเขียน)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบกมือทักทายและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ! หวังว่าจะใจเต้นแรงกับความคลั่งรักแบบเงียบๆ ของพี่ตะวันกันถ้วนหน้านะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
- ที่คั่นหนังสือสีชมพู -
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 11
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!