ก๊อกๆ... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องหมายเลข 404 ดังขึ้นเป็นจังหวะที่สาม รินรดาถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือบางข้างหนึ่งกำลังถือแฟ้มแปลนงานสถาปัตยกรรมชิ้นโบแดงที่เพิ่งแกะแบบเสร็จหมาดๆ ส่วนอีกข้างก็ถือถุงพลาสติกใส่ขนมเปี๊ยะลาวาเจ้าดังที่ซื้อมาติดมือจากหน้ามอ เพราะเกรงใจที่เมื่อคืนเธอเผลอเปิดเพลงเสียงดังจนทำเอาพ่อหนุ่มวิศวะโยธาห้องข้างๆ ถึงกับทุบผนังประท้วง
แต่แปลก... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนข้างใน
"หรือว่าตื่นสาย? เป็นไปไม่ได้น่า คนอะไรระเบียบจัดอย่างกับนาฬิกาปลุกเรือนทอง" รินรดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ปกเวลานี้ ตะวันควรจะกำลังยืนรีดเสื้อเชิ้ตสีขาวเตรียมตัวไปมอแล้วไม่ใช่หรือไง
ดวงตากลมโตช้อนมองป้ายเลขห้อง 404 สลับกับลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อกสนิท มันแง้มเปิดออกไว้เล็กน้อย ช่องว่างแคบๆ นั้นเผยให้เห็นแสงไฟสีส้มสลัวลอดออกมาจากข้างใน พร้อมกับเสียงเพลงบรรเลงเปียโนแผ่วเบาที่คุ้นหู—เพลงแจ่มใสแต่เหงาจับใจที่เธอเคยได้ยินลอดผนังมาหลายครั้ง
ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของนักศึกษาสถาปัตย์ (ที่มักจะล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของชาวบ้านอยู่เรื่อย) รินรดาจึงตัดสินใจใช้นิ้วชี้ดันประตูให้เปิดกว้างขึ้นช้าๆ โดยไม่ส่งเสียง
"ขออนุญาตนะคะคุณวิศวะ..."
เธอเอ่ยเบาหวิวเหมือนกระซิบ เกรงว่าถ้าเจ้าของห้องตัวจริงโผล่มาดุจะได้ชิ่งทัน แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของรินรดาติดขัดไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ห้องพักที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับยกมาจากโชว์รูมอินเด็กซ์ ตอนนี้กลับมีกระดาษร่างแบบโปรเจกต์กองโตกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องนอน ร่างสูงโปร่งของตะวันที่ปกติมักจะใส่เสื้อผ้าเนี๊ยบกริบ ตอนนี้กลับสวมเพียงเสื้อยืดสีดำย้วยๆ กับกางเกงวอร์มสบายๆ เขากำลังนั่งยองๆ อยู่หน้ากองโมเดลตึกสูงที่พังทลายลงมาครึ่งหนึ่ง สีหน้าของพ่อหนุ่มมานิ่งไร้รอยยิ้มคนนั้นกำลังแสดงความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบแดงก่ำจากการอดนอน และที่น่าตกใจที่สุดคือ... นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มกำลังบรรจงใช้กาวตราช้างติดชิ้นส่วนโมเดลที่หักอย่างทะนุถนอม พร้อมกับฮัมเพลงคลอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
*ภาพลักษณ์หนุ่มวิศวะผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาเมื่อวานนี้ปลิวหายไปกับสายลม... นี่มันลูกแมวตกน้ำชัดๆ!*
รินรดาอ้าปากค้าง เผลอกัดริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหมั่นไส้ที่สะสมมานานหลายสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเวทนาแกมเอ็นดูที่พุ่งทะยานขึ้นมาจนล้นปรี่
"เอ่อ... ทำอะไรอยู่งั้นเหรอคะคุณหัวหน้าโปรเจกต์?"
เสียงใสๆ ที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้ตะวันสะดุ้งสุดตัว เขารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนพรวดพราดจนเกือบจะสะดุดกองหนังสือกระเด็น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาบึ้งตึงตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"รินรดา! เธอ... เธอเข้ามาในห้องคนอื่นได้ยังไง! ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!" ตะวันเสียงดังกลบเกลื่อน น้ำเสียงห้วนจัดแต่กลับสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด มือหนาพยายามกวาดกระดาษบนพื้นซ่อนไว้ข้างหลังด้วยความลนลาน
"แหมมม ประตูมันเปิดอยู่นะคะคุณขา อีกอย่าง... รินแค่วิตกกังวลกลัวว่าเพื่อนบ้านจะเสียชีวิตคาห้องเพราะไม่ได้กินข้าวต่างหาก" รินรดาแกล้งแซว ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ก้าวเท้าเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขาอย่างถือวิสาสะ สายตากวาดมองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยร่องรอยความพยายาม
ตะวันหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความอาย "ใครจะไปตายง่ายๆ เล่า ออกไปเลยนะ ห้องฉันรกจะตาย ไม่ต้อนรับสถาปนิกแถวนี้หรอก"
"อุ๊ย! ปากแข็งซะด้วย ดูสภาพโมเดลสิคะเนี่ย... โอ้โห พังไม่เป็นท่าเลย คุณชายวิศวะโยธาผู้คำนวณแม่นยำทุกตารางเมตร ตกม้าตายเพราะรับน้ำหนักโครงสร้างไม่ไหวเหรอคะเนี่ย?" รินรดาเดินเข้าไปใกล้กองโมเดล ย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเขี่ยชิ้นส่วนที่หักอย่างเบามือ น้ำเสียงไม่ได้มีเจตนาเยาะเย้ย แต่มีความห่วงใยเจืออยู่จางๆ จนคนฟังรู้สึกได้
ตะวันชะงักไป เขาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ เธออย่างหมดฟอร์ม ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยเหมือนเด็กชายที่กำลังโดนจับได้ว่าทำการบ้านไม่เสร็จ "มัน... คำนวณพลาดไปมิลลิเมตรเดียวเอง นํ้าหนักจุดศูนย์ถ่วงมันเลยเทไปข้าง A หมด พอโดนลมแอร์ตีเข้าหน่อยก็ร่วงลงมาเละแบบที่เห็นนี่แหละ" น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความหงุดหงิดตัวเองอย่างหนักหน่วง "เหลือเวลาอีกแค่สามวันจะส่งตรวจแบบแล้ว ฉัน... ฉันคงไม่ทันแน่ๆ"
รินรดาแอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่ปกติเอาแต่ทำหน้าดุใส่เธอ ตอนนี้เขากลับดูเปราะบางเสียจนเธอนึกอยากยื่นมือไปโอบไหล่นั้นไว้... ร่างบางพรูลมหายใจออกเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงขัดสมาธิกับพื้นพรมตรงหน้าเขาอย่างไร้การปรุงแต่ง
"ถ้าไม่รังเกียจ... ให้สถาปนิกกวนประสาทคนนี้ช่วยคำนวณโครงสร้างให้ไหมคะ?" รินรดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยาก ดวงตากลมโตเป็นประกายจริงใจไม่มีแววของการประชดประชันแม้แต่น้อย "ถือว่าเป็นการไถ่ถอนความผิดที่เมื่อคืนรินเปิดเพลงรบกวนเวลานอนของคุณก็แล้วกัน"
ตะวันเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง เนิ่นนานจนบรรยากาศในห้องเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงแอร์ทำงานและเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของคนทั้งคู่ แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งและประหลาดใจระคนกัน มือหนาที่ถือหลอดกาวอยู่ค่อยๆ วางลงช้าๆ
"เธอ... จะช่วยฉันจริงเหรอ? ไม่กลัวฉันขโมยผลงานไปส่งอาจารย์คนเดียวรึไง?" ตะวันอดไม่ได้ที่จะแขวะกลับตามนิสัยปากไม่ตรงกับใจ แต่ใบหูแดงแจ๋นั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังเขินจนแทบระเบิด
"ฮ่าๆๆๆ ถ้าคุณกล้าขโมย รินจะเอาคัตเตอร์กรีดโปรเจกต์คุณทิ้งให้หมดเลยคอยดู!" รินรดาหัวเราะร่าเริง บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเคมีอุ่นๆ ที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งสอง
หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะทะเข้ากับจมูก มือเรียวหยิบแปลนกระดาษขึ้นมาพิจารณาอย่างคล่องแคล่ว "ตรงนี้ค่ะ... ที่คุณพลาด ย้ายคานรับน้ำหนักมาทางซ้ายสามเซนติเมตร รับรองว่าต่อให้พายุเข้าตึกหลังนี้ก็ไม่ล้ม"
ตะวันมองตามปลายนิ้วเรียวที่กำลังชี้จุดผิดพลาดบนกระดาษอย่างตั้งใจ กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของรินรดาโชยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของหนุ่มวิศวะกลับมาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง... *ให้ตายเธอก็ไม่ใช่แค่ยายเด็กข้างห้องจอมมโนธรรมดาซะแล้วสิ*
ในจังหวะที่รินรดากำลังก้มหน้าก้มตาอธิบายหลักการกระจายแรง ตะวันเผลอยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วอุ่นจัดกำลังจะเอื้อมไปปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าสวยหวานของเธอออกให้...
ปิ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาผงะตัวถอยหลังด้วยความตกใจ ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกันจนต่างฝ่ายต่างนิ่งค้างไป
หน้าจอโทรศัพท์ของตะวันที่สว่างวาบขึ้นมา ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทที่เด้งขึ้นมาพอดี...
*[เขตต์]: "ไอ้ตะวัน เรื่องโปรเจกต์ร่วม ถ้าแกยังดึงดันจะใช้แบบนั้น ระวังยัยเด็กห้อง 404 จะเอาความลับมาบอกฉันนะเว้ย แกแน่ใจเหรอว่าไว้ใจยัยนั่น?"*
รินรดาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าสวยค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นทัน โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในเสี้ยววินาที ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่สั่นคลอนอย่างรุนแรง
ตะวันหน้าซีดเผือด เขารีบคว้าโทรศัพท์คว่ำหน้าลงทันทีด้วยความลนลาน "ริน... คือว่ามันไม่ใช่..."
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับเรื่องราวของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 12
ความลับในห้องหมายเลข 404
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!