"แกจะบอกว่าตั๋วหนังรอบพรีเมียร์ภาพยนตร์สถาปัตยกรรมระดับโลกที่จองยากยิ่งกว่าง้องอนแฟนเก่าใบนี้... ดันมีคนสละสิทธิ์แล้วแกสองคนก็เลยต้องไปดูด้วยกันว่างั้นเถอะ?"
เสียงของมีลากระแทกลงมาบนโต๊ะไม้หินอ่อนในโรงอาหารคณะสถาปัตย์ดังสนั่น จนรินรดาต้องรีบยกมือขึ้นทำSshhhใส่เพื่อนสนิทตัวดี พร้อมกับกวาดสายตาเลิกลั่กมองซ้ายมองขวาด้วยความร้อนรน กลัวว่าร่างสูงของใครบางคนที่เพิ่งเดินพ้นมุมตึกไปเมื่อครู่จะได้ยินเข้า
"เบาหน่อยสยะมีนา! เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดกันหมดหรอก" รินรดาแหวใส่เบาๆ พลางใช้นิ้วเรียวเขี่ยหลอดดูดน้ำในแก้วชาไทยจนพลาสติกแทบจะแบนติดกันด้วยความประหม่า หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่สมองประมวลผลคำว่า *'เดيت'* กับ *'ตะวัน'* ขึ้นมาพร้อมกัน
"อุ๊ย ตายแล้ว! เข้าใจผิดอะไรยะ ก็หลักฐานมันคาตาขนาดนี้" มีนาลอยหน้าลอยตาพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ชั้นเห็นนะยะว่าตั๋วในมือแกมีสองใบ แล้วรุ่นพี่เขตต์คนนั้นก็เพิ่งเดินมาบอกว่าสละสิทธิ์เพราะติดงานดรอปโมเดล... แต่เดี๋ยวก่อนนะ ปกติพี่เขตต์เขาจองเดี่ยวเพื่อจะชวนแกไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ตั๋วมันถึงหลุดมาถึงมือ นายตะวัน วิศวะโยธาข้างห้องคนนั้นได้ล่ะคะคุณขา?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อสิบนาทีที่แล้วที่ยังทำให้เธอมึนงับจนถึงตอนนี้ ก็เพราะความซุ่มซ่ามของเธอนั่นแหละที่ดันทำแปลนโมเดลปลิวไปแปะหน้าอกเสื้อของนายตะวันเข้าพอดีตอนที่เขากำลังเดินถือแฟ้มเอกสารผ่านทางเชื่อมตึก ความอลหม่านจึงบังเกิด และในจังหวะที่เธอกำลังก้มเก็บกระดาษยุ่งเหยิงนั่นเอง มีนาตัวแสบก็ดันโผล่มาจากไหนไม่รู้ ฉวยตั๋วหนังในมือเธอโยนพรวดไปให้พ่อหนุ่มวิศวะหน้านิ่งคนนั้น พร้อมกับประกาศิตเสียงดังฟังชัดว่า *'รินอยากไปดูเรื่องนี้มาก แต่ไม่มีเพื่อนไป ตะวันว่างพอดีใช่ไหมล่ะคะ พาเพื่อนรินไปหน่อยนึงนะ!'*
ให้ตายเถอะ!อยากจะเอาหัวมุดลงไปในท่อระบายน้ำตรงนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด สายตาดุๆ คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาของตะวันในตอนนั้น มองเธอนิ่งนานราวกับกำลังคำนวณโครงสร้างตึกระฟ้าสิบชั้น ก่อนที่เขาจะปรายตามองตั๋วในมือแล้วเอ่ยประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาเธอเข่าแทบทรุด
*'ว่าง... งั้นก็ตามนั้น เดี๋ยวเลิกเรียนไปเจอกันหน้าหอ'*
"ฮั่นแน่! เงียบแบบนี้แปลว่าเขานัดแนะกันเรียบร้อยแล้วสินะคะ" มีนาแซวต่อไม่หยุด มือเรียวตบโต๊ะฉาดใหญ่ด้วยความสะใจ "บอกแล้วไงแก ว่านายวิศวะสายมโนคนนั้นน่ะ เขาไม่ได้ซึมทื่อใส่แกหรอก แต่เขาน่ะเขินจนสมองรวนต่างหากเล่า! เชื่อมือเพื่อนคนนี้เถอะน่า รับรองว่าเดท... เอ้ย การไปดูหนังครั้งนี้ ต้องมีโมเมนต์หวานจนมดขึ้นจอแน่นอน!"
"บ้าสิแก เดทอะไรเล่า เขาเรียกว่าไปเป็นเพื่อนแก้ขัดต่างหากล่ะ" รินรดาเถียงเสียงอ่อย ทั้งที่สองข้างแก้มเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ภาพใบหน้าคมเข้มที่มักจะตีหน้าขรึมใส่เธอตลอดเวลาลอยเข้ามาในหัว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเอ็ดเธอเรื่องชอบเปิดเพลงเสียงดังรบกวนตอนดึกๆ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาจนน่าหงุดหงิด
"จ้า พ่อคนปากแข็งกับแม่คนซึมซับความมโน" มีนาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแชตกลุ่มห้องขึ้นมาให้ดู "อ้อ แล้วก็นะ... เตือนไว้ก่อนเลยว่าวันนี้ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เพราะพ่อหนุ่มวิศวะคนนั้นเขาไม่ได้มาเล่นๆ หรอก ดูนี่ซะก่อน..."
บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความจากแชตส่วนตัวของตะวัน ที่ทักหารินรดาตั้งแต่เมื่อคืนตอนตีสองตรงเป๊ะ—
*[Tawan.V]: พรุ่งนี้เลิกเรียนกี่โมง*
*[Tawan.V]: อย่าลืมกินข้าวเที่ยงด้วย เดี๋ยวเป็นลมคาโรงหนังแล้วจะมาโทษวิศวะไม่ได้*
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ใครจะไปคิดว่าคนเคร่งขรึมอย่างตะวันจะพิมพ์อะไรแบบนี้ด้วย แถมยังใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการกินข้าวอีกต่างหาก
"เห็นไหมล่ะคะคุณขา พ่อคุณเขามีการวางแผนล่วงหน้าด้วยนะนั่น" มีนากระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้กัน "เอาล่ะ แกไม่มีทางถอยแล้วรินรดา ไปแต่งตัวสวยๆ แล้วไปพิสูจน์กันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าตกลงแล้ว... นายตะวันคนนั้นเขาคิดอะไรอยู่กันแน่!"
บรรยากาศในช่วงบ่ายคล้อยของวันไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดสปีด รินรดายืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอน มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำลังจัดระเบียบชายเสื้อเชิ้ตโอเวอร์サイズสีครีมละมุนที่แมตช์กับกระโปรงพลีทยาวสีเอิร์ธโทน เธอบอกตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่านี่ไม่ใช่ 'เดท' แต่มันเป็นเพียงการไปดูหนังกระชับมิตรระหว่างเพื่อนข้างห้องก็เท่านั้นเอง! แต่ทำไมกระจกเงาถึงสะท้อนภาพเธอที่กำลังยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยของผมเผ้าเป็นรอบที่สิบแปดด้วยความกระวนกระวายใจแบบนี้ล่ะ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงจนเกือบทำหวีในมือหล่นพื้น รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ เดินเตาะแตะไปที่หน้าประตูแล้วค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ
ภาพของชายหนุ่มร่างสูงในชุดไปรเวทสบายๆ เสื้อฮู้ดแขนยาวสีเทาเข้มกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ที่ขับให้ไหล่กว้างดูโดดเด่นยิ่งขึ้น กำลังยืนพิงกรอบประตูห้องฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางผ่อนคลาย เส้นผมหยักศกเล็กน้อยตกลงมาปรกหน้าผากนิดหน่อยทำให้เขาดูละมุนกว่าทุกวันที่เจอในชุดช็อปวิศวะ และที่สำคัญ... ดวงตาคมคายคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"ช้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงแววเย้าแหย่เล็กน้อยที่มุมปาก "นึกว่าแต่งหน้าจนจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่หน้ากระจกซะแล้ว"
"ใครช้ากันคะ! นี่นาเพิ่งจะเตรียมตัวเสร็จต่างหากเล่า" รินรดาเถียงกลับทันควัน แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยอัตโนมัติด้วยความเขินอายที่ถูกจับผิด "แล้วก็... ใครบอกให้มารอหน้าห้องเล่า เดินไปเจอกันข้างล่างก็ได้นี่นา"
ตะวันไม่ตอบ เขายืนมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนงอนแก้มป่องใส่เขาด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงกว่าเดิมเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางๆ ชนิดที่นานทีปีหนจะได้เห็นที ร่างสูงขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังก้นชนขอบประตูโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองกำแพงห้องข้างๆ แทน
"ก็กลัวว่าลงไปข้างล่างแล้ว... คนแถวนี้จะแอบหนีไปกับรุ่นพี่เขตต์ซะก่อนน่ะสิ"
คำพูดกวนประสาทที่เจือความจริงจังเล็กๆ นั้นทำเอารินรดาหันขวับกลับมามองค้อนแทบไม่ทัน นายบ้านี่! ยังจะขุดเรื่องพี่เขตต์มาแซวอีกเหรอเนี่ย!
"พูดมากน่า! จะไปดูหนังไม่ใช่เหรอคะ เดี๋ยวก็รอบฉายพอดีหรอก" รินรดาตัดบทด้วยความเขินจัด รีบคว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดสะพายไหล่แล้วเดินนำลิ่วออกไปก่อน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นตัวห้อง มือหนาก็เอื้อมมาคว้าชายแขนเสื้อของเธอไว้เบาๆ ให้หยุดเดิน
รินรดาชะงัก หันกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่พราวระยับไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
"ริน..."
เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอแผ่วเบaจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศ แต่กลับดังชัดเจนอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง ตะวันลดสายตาลงมองพื้นเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ อีกครั้ง ใบหูข้างขวาของพ่อหนุ่มวิศวะโยธาดันขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดจนคนมองต้องแอบอมยิ้มในใจ
"คือว่า..." ตะวันเม้มปากเล็กน้อยเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า "ที่จริง... ชั้นตั้งใจจองตั๋วหนังเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่มันเปิดขายเลยต่างหากล่ะ"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความคาดไม่ถึง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
"หะ... หมายความว่ายังไงคะ?"
"ก็หมายความว่า..." ตะวันเว้นจังหวะหายใจไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคมเข้มหันหนีไปมองทางอื่นแก้เขิน มือใหญยกขึ้นเกบท้ายทอยตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอนิ่งด้วยแววตาที่จริงจังกว่าทุกครั้ง "ที่ชั้นยอมตกลงไปกับเธอวันนี้... ไม่ใช่เพราะว่าพี่เขตต์สละสิทธิ์หรอกนะ แต่เป็นเพราะว่า... ชั้นซื้อตั๋วใบนั้นมาจากพี่เขตต์ต่างหากเล่า! ยัยซุ่มซ่ามเอ๊ย!"
ฉับพลันนั้น โลกทั้งใบของรินรดาก็เหมือนจะหยุดหมุนไปดื้อๆ ข้อความแชตในหัวตีรวนกันมั่วไปหมด นายวิศวะหน้ามึนคนนี้... วางแผนรวบหัวรวบหางเธอตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอเนี่ย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและเขินไปพร้อมกับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 13
เมื่อเพื่อนตัวดีเริ่มยุ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!