“สรุปว่านี่คือการมานั่งทำงานกลุ่ม... หรือการมาเดินชมสวนสัตว์เปิดขนาดย่อมคะนายตะวัน?”
รินรดากัดฟันกรอด ส่งเสียงกระซิบลอดไรฟันขณะพยายามซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ดัดรูปเป็ดน้อยในสวนสาธารณะใจกลางเมือง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของพ่อหนุ่มวิศวะโยธาที่กำลังยืนกดสมาร์ตโฟนหน้าตาเฉย ราวกับว่าอากาศร้อนระดับสี่สิบองศาเซลเซียสรอบตัวเป็นเพียงเรื่องตลก
ตะวันหันมามองเธอนิ่งๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท—ใช่ค่ะ คนเงียบขรึมผู้แสนเคร่งขรึมในสายตาคนอื่นน่ะ เวลาอยู่กับเธอมักจะมีโหมดกวนโอ๊ยแบบนี้โผล่มาเสมอจนเธออยากจะเอาแฟลตช์ฟุตสถาปัตย์ฟาดหัวเขาให้รู้แล้วรู้รอด
“ถ้าเดินชมสวนสัตว์ เธอคงเป็นลิงตัวแรกที่ปีนต้นไม้หนีแดดนะริน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซงขึ้นมาเรียบๆ พลางยื่นขวดน้ำเกลือแร่เย็นเฉียบมาจ่อตรงหน้าเธอ “กินซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มโรงอาหารคณะแล้ว”
“ฉันไม่ได้ซีดเพราะร้อนค่ะ แต่ฉันซีดเพราะข้อความบ้าๆ ในแชตเมื่อคืนต่างหากเล่า!” รินรดาแหวใส่เบาๆ แต่ก็ยอมรับขวดน้ำมาถือไว้ ความเย็นยะเยือกช่วยชีวิตเธอจากพิษไข้แดดได้เปลาะหนึ่ง แต่ไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนบนพวงแก้มของเธอเลยแม้แต่น้อย
ภาพข้อความในหน้าจอเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเป็นลูปนรก นายวิศวะหน้ามึนคนนี้... วางแผนรวบหัวรวบหางเธอตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอเนี่ย! คำว่า *‘ตั้งใจมาติว แต่ตั้งใจมาจีบเธอมากกว่า’* ที่เผลอหลุดออกมาทางแชตก่อนจะถูกลบอย่างลนลาน มันยังติดตรึงอยู่ในสมองส่วนความจำระยะยาวของเธอจนแทบจะสร้างเป็นอนุสาวรีย์ได้อยู่แล้ว
“เรื่องแชตนั้น...” ตะวันกระแอมเบาๆ ใบหูข้างที่หันมาทางเขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด—ฮั่นแน่! พ่อหนุ่มวิศวะผู้ไร้พ่ายคนนี้กำลังเขินจนหูแดงสินะคะ ถึงปากจะบอกว่าไม่มีอะไรก็เถอะ “ฉันแค่พิมพ์ผิด... มือมันลั่น”
“มือลั่นระดับพิมพ์ยาวเป็นพรืดแถมมีสติกเกอร์น้องหมีถือดอกไม้ประกอบเนี่ยนะ ประชาชนทั้งประเทศเขาไม่เชื่อหรอกค่ะคุณตะวัน!” รินรดาหรี่ตามองอย่างจับผิด พลางกอดอกแน่นเพื่อสร้างเกราะป้องกันหัวใจที่เริ่มจะเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกรอบเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่าย
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งอันตรายต่อสุขภาพจิตของนักศึกษาสถาปัตย์ปีสามจริงๆ
วันนี้พวกเขามีนัด (ที่รินรดายังคงเถียงกับตัวเองอยู่ว่าเป็นนัดบังคับหรือนัดเดทกันแน่) ออกมาสำรวจพื้นที่จริงเพื่อทำโปรเจกต์หอพักข้างห้อง ซึ่งเป็นงานโปรเจกต์ใหญ่ประจำภาคการศึกษา แต่แทนที่จะได้ไปห้องสมุดคณะหรือร้านกาแฟแอร์เย็นฉ่ำ ตะวันกลับลากเธอation มากลางไซต์งานก่อสร้างเก่าที่กำลังรีโนเวทเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ โดยอ้างหน้าตายว่า *‘สถาปนิกที่ดีต้องสัมผัสกลิ่นอายฝุ่นปูนและเหล็กเส้น’*
“เลิกเถียงแล้วเดินตามมาน่า ร้อน” ตะวันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของเธอแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามไป
“นี่! อย่ามาฉุดกระชากกันนะคะ ฉันมีขาเดินเองได้!” รินรดาโวยวายแต่ก็ยอมก้าวเท้าตามแรงดึงนั้นแต่โดยดี เพราะถ้าขืนดื้อแพ่งต่อ มีหวังได้โดนแดดเผาจนสุกคาที่แถวนี้แน่ๆ
ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินลัดเลาะผ่านโครงสร้างเหล็กสีดำทึบของอาคารเก่า เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบของไซต์งานที่ยังสร้างไม่เสร็จ เธอหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นข้อความจาก มีนา เพื่อนสนิทตัวแสบ
*(มีนา): แกเป็นไงบ้าง? ถึงไหนกันแล้ว? รวบหัวรวบหางนายวิศวะนั่นหรือยัง หรือโดนเขาจับกินแทนแล้ว รบกวนรายงานสถานการณ์ด่วนค่ะคุณสถาปนิก!*
รินรดาทำหน้ามุ่ย พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้
*(รินรดา): กินอะไรเล่า! เขากำลังพาฉันมาเดินตากแดดจนสมองจะระเหยเป็นไออยู่แล้วเนี่ย ช่วยด้วยยยย*
*(มีนา): โอโห บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ถ่ายรูปคู่ส่งมาอวดหน่อยสิยะ หรือว่าเขินจนมือสั่นกดถ่ายไม่ไหว? อิอิ*
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้พิมพ์ด่าเพื่อนรักกลับไป มือหนาของใครบางคนก็ยื่นมาฉวยโทรศัพท์มือถือไปจากมือเธอหน้าตาเฉย!
“เฮ้ย!” รินรดาอุทานลั่น เบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นตะวันที่ฉวยมือถือเธอไปถือไว้ ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะมุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์—รอยยิ้มแบบที่เธอเกลียดนักเกลียดหนาเพราะมันทำให้ใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะทุกที
“แอบนินทาฉันให้เพื่อนฟังเหรอ หื้ม?” ตะวันเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายแดดและเหงื่อจางๆ ทำให้สติของเธอเตะกระเจิงไปไกลลิบ
“ใครนินทา! คืนมานะ มาก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวแบบนี้มันฟ้องร้องได้นะคะ!” รินรดาพยายามเขย่งปลายเท้าเพื่อแย่งโทรศัพท์คืน แต่ตะวันกลับชูมือขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนสูงของพวกเขาต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำให้เธอทำได้แค่คว้าอากาศเปล่าๆ
“อยากได้คืนเหรอ?” ตะวันเลิกคิ้วท้าทาย ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าที่แดงก่ำของเธอด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด “ถ้าอยากได้คืน ต้องตอบคำถามฉันข้อหนึ่งก่อน”
“คำถามอะไรอีก! เล่ห์เหลี่ยมเยอะจริงๆ นะคุณเนี่ย!”
“เมื่อคืน... ที่ฉันบอกว่าตั้งใจมาจีบ...” ตะวันลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบพร่าต่ำที่ดังแข่งกับเสียงลมร้อนรอบตัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน “เธอคิดว่าฉันพูดจริง... หรือแค่ล้อเล่นล่ะ?”
รินรดาชะงักงัน ลลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนเหลือเพียงแค่ดวงตาสีนิลคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างในนั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังทะลุกรอบอก เธอจะตอบว่าอะไรดีล่ะทีนี้? ถ้าบอกว่าเขาพูดเล่น เธอก็จะกลายเป็นยายโง่ที่คิดเข้าข้างตัวเอง แต่ถ้าบอกว่าเขาพูดจริง... เธอก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเหมือนกัน!
ในจังหวะที่รินรดากำลังอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงหนีความเขินอายนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเสาปูนต้นใหญ่
“อ้าวๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คู่รักข้าวใหม่ปลามันนี่เอง ขยันมาสวีทกันนอกสถานที่ซะด้วยนะ คณะสถาปัตย์เขาสอนให้เอาเวลาเรียนมาเดทกันแบบนี้หรอกเหรอครับคุณรินรดา?”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวผละถอยหลังออกมาทันที เธอหันขวับไปมองตามต้นเสียง แล้วความหงุดหงิดก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเห็นใบหน้ากวนประสาทของ *เขตต์* รุ่นพี่ตัวแสบจากคณะเดียวกันที่เดินยิ้มเยาะเข้ามาพร้อมกับสมุดสเกตช์ภาพในมือ
บรรยากาศละมุนหัวใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของตะวันทันทีที่เห็นหน้าคู่ปรับเก่า
ตะวันเก็บโทรศัพท์มือถือของเธอใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองหน้าตาเฉย ก่อนจะก้าวขามาบังร่างบางของรินรดาลงไปครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองเขตต์ด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนน่ากลัว
“เขตต์... นายมาทำอะไรที่นี่?” รินรดาเอ่ยถามเสียงแข็ง พยายามเดินอ้อมตัวตะวันออกมาเผชิญหน้า
เขตต์ยิ้มเยาะ ยักไหล่กวนๆ “ก็มาตรวจงานเหมือนกันแหละครับ พอดีอาจารย์มอบหมายให้ผมดูแลโซนนี้ด้วย... แหม ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนกำลัง ‘จีบกัน’ จนไม่เป็นอันทำงาน” เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองสำรวจรินรดากับตะวันด้วยรอยยิ้มสมเพชแกมหมั่นไส้ “ระวังหน่อยนะริน ระวังจะได้โปรเจกต์พังคามือ เพราะมัวแต่ไปหลงเสน่ห์เด็กวิศวะตกกระป๋องเข้า”
คำว่า ‘เด็กวิศวะตกกระป๋อง’ ทำเอาเส้นเลือดบนขมับของตะวันเต้นตุบๆ
รินรดารีบยกมือขึ้นห้ามปรามก่อนที่สงครามขนาดย่อมจะปะทุขึ้นตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากด่ารุ่นพี่ปากเสียคนนั้น ตะวันก็ชิงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนคนฟังต้องขนลุกซู่
“เด็กวิศวะตกกระป๋องคนนี้... จะทำให้ดูว่าโปรเจกต์ที่นายเหยียบยิมอยู่นี่แหละ จะเหยียบหัวผลงานของนายจนไม่เหลือชิ้นดีในวันพรีเซนต์” ตะวันก้าวเข้าไปประชิดตัวเขตต์ ช1ายหนุ่มสูงกว่าจนต้องก้มมองลงมาเล็กน้อย “แล้วก็... เลิกยุ่งกับรินสักที ถ้าไม่อยากให้ฉันหมดความอดทน”
เขตต์หัวเราะในลำคอ สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ “แน่จริงก็ลองดูสิครับ ว่าใครจะเหนือกว่ากัน... อ้อ ระวังแฟนเผลอแล้วโดนคาบไปกินนะน้องริน”
พูดจบ เขตต์ก็สะบัดหน้าเดินหนีหายไปในซอกตึก ปล่อยให้บรรยากาศคุกกรุ่นลอยเคว้งอยู่กลางไซต์งาน
รินรดายืนนิ่งค้าง หัวใจยังเต้นรัวด้วยความตกใจและโกรธระคนกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าคือ... เมื่อตะวันหันกลับมาหาเธอ สีหน้าของเขาไม่ได้มีความโกรธหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเงียบงันและแววตาบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ช้าๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาปูนแข็งๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตะวันยกมือขึ้นท้าวแขนกั้นเธอไว้ทั้งสองข้าง กลายเป็นกรงล้อมขนาดย่อมๆ ที่ไม่มีทางหนี
“คุณตะวัน... จะทำอะไรคะ?” รินรดาถามเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
ตะวันไม่ตอบทันที เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มของเธอ ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น
“เรื่องเมื่อกี้...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเบาๆ ราวกับจะสะกดจิตคนฟัง “ที่ไอ้เขตต์มันบอกว่าระวังโดนคาบไปกินน่ะ... ฉันชักจะสนใจไอ้ความคิดนั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ”
รินรดาเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตที่เร็วเกินพิกัดของคนตรงหน้า
“หหา...?”
“ถ้าไม่อยากโดนฉันคาบไปกินจริงๆ... เธอก็ช่วยรับผิดชอบหัวใจฉันด้วยการเป็นแฟนกันซะดีๆ นะคะ รินรดา”
****************************************
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 14
นัดกระชับมิตร (แบบไม่ตั้งใจ)
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!