วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 3

สงครามกำแพงบางๆ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"จะเอาอะไรนักหนากับไอ้เพลงแจ๊สเนิบๆ ของคุณเนี่ย! ห้าทุ่มแล้วนะคะ! คนเขาจะนอน!" รินรดาตะโกนใส่กำแพงห้องคอนโดฯ ฝั่งที่ติดกับห้องของนายวิศวะโยธามาดนิ่งนั่น ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามข่มอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดจนอยากจะกระโดดข้ามระเบียงไปเขย่าตัวอีกฝ่ายให้หายโมโห นี่มันคืนวันศุกร์ที่ควรจะเป็นคืนแห่งการพักผ่อน แต่เสียงแซกโซโฟนที่ดังลอดกำแพงปูนบางๆ เข้ามานั่นทำเอาสมาธิในการร่างแบบบ้านสามชั้นของเธอพังพินาศไม่เป็นชิ้นดี *ตึ้ง!* เสียงเคาะกำแพงจากอีกฝั่งตอบกลับมาสามครั้งเป็นจังหวะ ราวกับกำลังบอกว่า 'ผมได้ยิน แต่ผมไม่สน' รินรดาเบิกตากว้าง ความอดทนที่สั่งสมมาตั้งแต่ตอนที่นิ้วเธอเผลอกด 'ยอมรับข้อเสนอ' ในแชตของตะวันเมื่อหัวค่ำขาดสะบั้นลงทันที นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความใส่หน้าจอโทรศัพท์รัวๆ ด้วยความเร็วแสง [รินรดา: คุณตะวัน! นี่คุณแกล้งกันใช่ไหม? ถ้าเพลงยังไม่หยุด ฉันจะเอาสว่านเจาะกำแพงรูเบ้อเริ่มเลยคอยดู!] [ตะวัน: เจาะเลยครับ ถ้าเจาะโดนโต๊ะเขียนแบบผม... เตรียมรับผิดชอบเป็นค่าอุปกรณ์ชิ้นใหม่ได้เลย] "โอ๊ย! ไอ้คนนิสัยเสีย! ไอ้วิศวะจอมกวนประสาท!" รินรดาโวยวายกับอากาศ เธอโยนปากกาในมือลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง 'ปึก' เธอกระโจนไปที่กำแพงห้องอีกรอบ เอาหูแนบไปกับผนังเย็นๆ พยายามฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากฝั่งนั้น เสียงเพลงแจ๊สที่แสนน่ารำคาญเงียบลงไปแล้ว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าที่เดินไปเดินมาสม่ำเสมอ เหมือนคนกำลังใช้ความคิด รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติ แต่พอเห็นข้อความเด้งขึ้นมาอีกครั้ง เลือดในกายเธอก็พุ่งพล่าน [ตะวัน: แล้วที่กดรับข้อเสนอเนี่ย... จะเริ่มงานเมื่อไหร่? หรือจะเอาแต่โวยวายแก้เขิน?] มือของรินรดาสั่นระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่น ไอ้คำว่า 'แก้เขิน' มันแทงใจดำจนเธออยากจะมุดดินหนี ยิ่งนึกถึงแววตานิ่งๆ ที่ซ่อนความกวนไว้ภายใต้กรอบแว่นของเขาตอนเจอกันที่โถงทางเดินเมื่อวันก่อน เธอก็รู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ [รินรดา: ใครเขินคุณ! หลงตัวเองที่สุด! แล้วเรื่องงาน... ฉันแค่จะเข้ามาดูว่าคุณมีระเบียบวินัยสมคำร่ำลือไหม ไม่ได้สนใจอย่างอื่นหรอกย่ะ!] เธอพิมพ์จบก็กดส่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ เอาหมอนปิดหน้าไว้เพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าว นี่เธอทำอะไรลงไป? การยอมรับโปรเจกต์หอพักร่วมกับเขามันคือการเอาตัวไปใกล้กับ 'ศัตรู' ที่คอยปั่นหัวเธอเล่นชัดๆ แต่นั่นแหละ... กลิ่นอายความอบอุ่นที่แฝงมากับความปากร้ายของเขามันกลับทำให้เธอนอนไม่หลับยิ่งกว่าเสียงเพลงแจ๊สนั่นเสียอีก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องของเธอดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง ก่อนจะมองผ่านตาแมว ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจเธอแทบหยุดเต้น ตะวันยืนอยู่หน้าห้องของเธอในชุดเสื้อยืดสีเทาตัวโคร่งกับกางเกงวอร์ม ผมที่มักจะเซ็ตอย่างดีในเวลาเรียนตอนนี้กลับยุ่งเหยิงนิดๆ ดูมีความเป็นธรรมชาติจนน่าใจหาย เขากำลังถือแก้วโกโก้ร้อนสองแก้วไว้ในมือ "มาทำอะไรคะ..." รินรดาเปิดประตูเพียงนิดเดียว ส่งสายตาจิกกัดตามความเคยชิน "ถ้าไม่อยากให้ผมฟังเพลง... ก็เอาไปดื่มซะ จะได้นอนหลับ" เขาพูดเรียบๆ สายตากวาดมองใบหน้าที่แดงก่ำของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะมุมปากจะกระตุกยิ้มบางๆ "อีกอย่าง... ผมว่าเราควรคุยเรื่องโปรเจกต์กันให้รู้เรื่องตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่ต้องมาเคาะกำแพงใส่กันแบบนี้อีก" "เราไม่มีอะไรต้องคุยกันดึกขนาดนี้ค่ะ!" "งั้นเหรอ?" ตะวันยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังกรูด "แต่เมื่อกี้เห็นในแชต... ใครกันนะที่พิมพ์มาว่า 'จะเริ่มงานเมื่อไหร่'?" "ฉัน... ฉันแค่ถามเฉยๆ!" รินรดาพยายามจะปิดประตู แต่เท้าของตะวันกลับขยับมาขวางไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาคมคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะอ่านใจว่าสิ่งที่เธอคิดอยู่นั้นมันคือความโกรธ หรืออย่างอื่นที่ซ่อนอยู่ "รินรดา..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มกว่าปกติ ทำเอาคนที่กำลังโวยวายชะงักไปชั่วขณะ "ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบที่ผมเปิดเพลงรบกวน แต่นั่นน่ะ... เป็นเพลงเดียวที่ทำให้ผมมีสมาธิทำงาน ถ้าคุณอยากให้ผมเลิกเปิด คุณก็แค่ต้องหาทางทำอย่างอื่นให้ผมมีสมาธิแทนเพลงพวกนั้น... เข้าใจไหม?" เขายื่นแก้วโกโก้ให้อีกฝ่าย รินรดารับมาอย่างมึนงง ความหอมของช็อกโกแลตเข้มข้นช่วยปลอบประโลมความหงุดหงิดในใจได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำเธอยิ่งประหม่าคือท่าทางคุกคามที่ดูอบอุ่นอย่างประหลาดของคนตรงหน้า "ทำไมต้องทำดีด้วย?" เธอถามเสียงสั่น ตะวันไม่ตอบ แต่กลับก้มลงกระซิบข้างหูเธอเบาๆ "เพราะถ้าผมไม่ทำ... คุณก็คงจะเอาแต่พิมพ์ด่าผมผ่านกำแพง แล้วคืนนี้เราคงไม่ได้นอนทั้งคู่... หรือคุณอยากจะลองพิสูจน์ดูไหม ว่าถ้าผมไม่เปิดเพลง แต่เรามานั่งดีเบตเรื่องแบบโครงสร้างห้องหอพักกันแทน... คุณจะกล้าสบตาผมเกินห้านาทีหรือเปล่า?" รินรดาเบิกตากว้าง ความเงียบที่ปกคลุมโถงทางเดินทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว ยิ่งเห็นสายตาที่ท้าทายแกมเอ็นดูของเขาก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของตะวันก็ดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาดู ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากความนิ่งสงบเป็นความเคร่งขรึมทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ เขาจ้องมองรินรดาสลับกับหน้าจอ ก่อนจะถอนหายใจยาว "ดูเหมือนว่า... โปรเจกต์ของเราจะไม่ได้มีแค่เราสองคนแล้วนะ" ตะวันพูดพลางโชว์หน้าจอให้รินรดาเห็น ข้อความนั้นมาจากกลุ่มแชตของภาควิชาที่แจ้งเตือนว่า 'เขตต์' ได้รับการอนุมัติให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษในโปรเจกต์นี้ด้วย รินรดาหน้าซีดเผือด เขตต์... รุ่นพี่ที่คอยขัดขวางงานของเธอมาตลอด! "เตรียมรับมือให้ดีเถอะ รินรดา..." ตะวันลดมือลง สายตาเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "เพราะศึกครั้งนี้... ไม่ได้มีแค่เรื่องของกำแพงห้องแล้ว แต่มันคือการตัดสินว่าเราสองคน... จะได้ทำงานนี้ต่อหรือต้องจบลงตั้งแต่คืนนี้" ความรู้สึกหนาวสั่นแล่นเข้าจับขั้วหัวใจของรินรดา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? สงครามกำแพงเพิ่งจะเริ่ม แต่ทำไมเหมือนมีใครบางคนกำลังจะจุดไฟเผาทุกอย่างทิ้งตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเท้าเข้าหาเขา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความวุ่นวายของคู่กัดคู่นี้นะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%