"ถ้าคุณยังเปิดเพลงแนวนี้ผ่านผนังห้องมาอีกรอบ ฉันจะเอาเลื่อยวงเดือนไปผ่าโต๊ะเขียนแบบของคุณทิ้งซะ—ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย!"
รินรดากระแทกสันแฟ้มพอร์ตโฟลิโอลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงดังสนั่น *ปัง!* แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้กระดาษไขร่างแบบปลิวว่อนตกลงไปกองกับพื้น แต่เธอกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววซุกซน ตอนนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความคับแค้นใจ ท่อนแขนเรียวเล็กกอดอกแน่นในชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการนั่งขดตัวปั่นโปรเจกต์ข้ามคืนติดต่อกันมาสามวันเต็ม
เบื้องหน้าของเธอคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทที่มักจะเซ็ตไว้อย่างเป็นระเบียบเสมอ—ตะวัน
หนุ่มวิศวะโยธาปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและใบหน้าที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ตะวันไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีเกรี้ยวกราดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนพิงกรอบประตูห้องพักของตัวเองด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟดำที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่น ส่วนอีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสภาพห้องของรินรดาก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธออย่างนิ่ง
"เสียงเพลงของวง Oasis มันดังทะลุผนังปูนหนาแปดนิ้วเข้ามาในห้องเธอได้ยังไง รินรดา... หรือเพราะประสาทสัมผัสเธอไวเกินไป หรือเป็นเพราะเธอนั่งเอาหูแนบผนังรอฟังเพลงโปรดของผมกันแน่ล่ะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่นิดๆ นั้นทำให้รินรดาถึงกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เธออยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาดังๆ สักสามที ใครกันแน่ที่เอาแต่เปิดเพลงร็อคยุค 90 วนซ้ำไปซ้ำมาจนสมองเธอบล็อก คิดไลน์ตัดsection ของอาคารไม่ออกมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว!
"อย่ามาเพ้อเจ้อนะคะคุณตะวัน! ใครเขาอยากจะไปฟังเพลงของพวกวิศวะสมองเหล็กกัน พื้นที่ห้องเราติดกันก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารสนิยมทางดนตรีอันน่าสยดสยองของคุณจะต้องมารบกวนสมาธิในการออกแบบสถาปัตยกรรมระดับชาติของฉันค่ะ!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง ใบหน้ารูปไข่แดงก่ำด้วยความโมโหจนแก้มใสขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู
ตะวันไหวไหล่เล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีนั้นแทบจะทำให้คนมองหัวใจวาย "ระดับชาติเลยเหรอ... แต่ที่ฉันเห็นเมื่อกี้ คือเธอนั่งขยำกระดาษทิ้งไปสามสิบแผ่นแล้วนะ สถาปนิกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างคุณรินรดา กำลังจนมุมกับโปรเจกต์หอพักนักศึกษาตัวนี้อยู่สินะ"
"ฉันไม่ได้จนมุม!" รินรดาแหวใส่ทันควันพร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเขาโดยไม่ทันระวังตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ จากตัวตะวันลอยเข้าแตะจมูกเธอ ทำให้รินรดารู้สึกชะงักไปชั่วขณะ เธอนึกไม่ถึงว่าพอเข้ามาใกล้ขนาดนี้แล้ว... ไหล่ของเขาจะกว้างและดูอบอุ่นกว่าที่คิด ดวงตาสนุกสนานคู่นั้นไม่ได้มีความน่ากลัวอย่างที่เธอพยายามหลอกตัวเองเลยสักนิด
ตะวันก้มมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา รินรดาต้องแหงนหน้าขึ้นมองเขาด้วยความหงุดหงิดแต่ในขณะเดียวกันก็มีความตื่นตระหนกฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่ใช่เพราะโกรธ... แต่เพราะความใกล้ชิดที่กะทันหันเกินไปต่างหาก
"ถ้างั้น... เรามาทำข้อตกลงกันไหมล่ะ" ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาทันที ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสมองอันยุ่งเหยิงนั่น
รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ถอยหลังหลบออกมาหนึ่งก้าวเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจตัวเอง "ข้อตกลงอะไรของคุณอีก อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันไปช่วยคำนวณโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กให้—บอกไว้ก่อนเลยนะว่าวิชาคอนกรีตฉันได้แค่ซีพลัส!"
"ไม่ใช่เรื่องเรียน... แต่เป็นเรื่องของเรา"
คำพูดนั้นทำให้รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วของนักศึกษาสถาปัตย์ประมวลผลคำว่า 'เรื่องของเรา' วนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนหน้าแดงซ่านไปถึงใบหู ตะวันกระตุกยิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนจะหยิบกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต พร้อมกับปากกาหมึกซึมด้ามโปรดของเขา
"นี่ือกฎสามข้อที่จะทำให้ปัญหาเสียงเพลงและการทะเลาะกันระหว่างเรายุติลงอย่างถาวร" ตะวันเริ่มอ่านออกเสียงทีละข้อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
"ข้อแรก... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกครั้งที่เธอคิดแบบไม่ออกจนต้องมาทุบผนังห้องฉัน เธอจะต้องเดินมาเคาะประตูห้องดีๆ แล้วบอกว่า 'พี่ตะวันขา ช่วยติวสถาปัตยกรรมผสมวิศวกรรมให้หนูหน่อยนะคะ'"
"ห๊ะ! บ้าหรือเปล่าใครจะไปพูดแบบนั้นเล่า! ฝันไปเถอะ!" รินรดาโวยวายลั่นห้อง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก ยัยมีนาเพื่อนสนิทตัวแสบรู้เข้าคงได้แซวเธอจนลืมทางกลับหอแน่ๆ
"ฟังข้อสองก่อนสิ..." ตะวันทำเป็นหูทวนลมแล้วอ่านต่อด้วยน้ำเสียงยียวน "ข้อสอง... ห้ามแอบเปิดเพลงคลาสสิกกลบเสียงเพลงร็อคของฉันตอนตีสอง เพราะมันทำให้ฉันไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเช่นกัน และข้อสุดท้าย... ข้อสามที่สำคัญที่สุด"
ตะวันหยุดเว้นจังหวะไปชั่วครู่ เขาก้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดรดต้นคอทำให้รินรดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมดสิ้น
"ข้อสาม... เธอต้องยอมรับข้อเสนอเป็นพาร์ทเนอร์ทำโปรเจกต์หอพักนี้ร่วมกับฉัน... แบบตัวติดกัน จนกว่าจะส่งงาน"
รินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นี่มันไม่ใช่ข้อตกลงสงบศึกธรรมดา... แต่มันคือการมัดมือชกชัดๆ!
ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำขาดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* รินรดาเหลือบสายตาไปมองเห็นหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาพอดี ชื่อผู้ส่งคือรุ่นพี่ 'เขตต์' หนุ่มหล่อนักเรียนนอกคู่แข่งคนสำคัญที่คอยตามตื๊อเธอไม่เลิก ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาเธอชะงัก:
*"ริน... คืนนี้ไปกินมื้อค่ำปรึกษาเรื่องโปรเจกต์หอพักกับพี่สองต่อสองไหมครับ พี่พอมีเวลาว่างนะ"*
ตะวันเหลือบตามองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอเช่นกัน รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวหนุ่มวิศวะโยธาในทันที ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบหันกลับมาจ้องรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ถ้าเธอกล้ากดรับนัดไอ้เขตต์..." ตะวันเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ "...ฉันจะเปลี่ยนจากกฎสามข้อ เป็นการย้ายสัมภาระของเธอมาไว้ห้องฉันซะตั้งแต่วืนาทีนี้เลย!"
รินรดาอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อนิ้วเรียวของเธอค้างอยู่เหนือหน้าจอโทรศัพท์ระหว่างปุ่ม 'ปฏิเสธ' กับ 'ยอมรับข้อเสนอของตะวัน'
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินปนความกวนประสาทนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ ❤️
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 2
กฎสามข้อของผู้ชายสายวิศวะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!