“ถ้าคิดว่ามาช่วยเพราะสงสาร หรือเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้าน ก็เลิกทำเถอะค่ะ... รินไม่ได้ต้องการความใจดีแบบเสียไม่ได้จากใคร”
รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีจากสายตาคมกริบที่กักขังเธอไว้ระหว่างเสาปูนกับแผ่นอกกว้างของตะวัน หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความเขินอายที่เคยเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่มันคือความรู้สึกโหวงเหวงที่ก่อตัวขึ้นหลังจากประโยคเมื่อครู่ของเขา
ตะวันชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยนุ่มนวลฉายความสับสน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉยที่เย็นชาจนน่าใจหาย เขาถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว สีหน้าของวิศวะหนุ่มกลับสู่โหมดไร้อารมณ์ตามสไตล์คนที่ชอบเก็บงำความรู้สึกไว้ภายใต้ท่าทางที่เย็นชา
“คิดไปไกลจังนะ” เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนายกขึ้นเสยผมที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากฝนที่เพิ่งซาไป “ก็แค่เห็นว่าโปรเจกต์มันสำคัญ แล้วอีกอย่าง... ผมก็ไม่ได้ใจดีขนาดจะมาเสียเวลาช่วยใครฟรีๆ ถ้าไม่เห็นว่ามันน่ารำคาญที่เห็นคนทำพลาดซ้ำๆ ซากๆ”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงบนความรู้สึกของรินรดา เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวังที่เคยจุดประกายในใจว่าเขาอาจจะมีความรู้สึกพิเศษให้กัน ดูเหมือนจะถูกดับวูบลงด้วยความปากแข็งของเจ้าตัว
“งั้นเหรอคะ...” รินรดากลั้นใจถาม เสียงของเธอเบาหวิว “ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกันและกันอีกนะคะ โปรเจกต์ของริน รินดูแลเองได้”
“ดีครับ จะได้ไม่ต้องมีใครมาเสียเวลาด้วยกันอีก” ตะวันตอบกลับทันควันโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธออีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินตากฝนปรอยๆ ออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
รินรดายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น หยดน้ำที่เกาะอยู่บนร่มสีเหลืองที่เธอเพิ่งเก็บขึ้นมาดูหมองหม่นไปถนัดตา เธอรู้ดีว่าตะวันเป็นคนปากแข็ง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำพูดของเขาทำร้ายจิตใจเธอแบบไม่ไว้หน้า และครั้งนี้มันดูเหมือนจะหนักหนากว่าทุกครั้ง
***
(แจ้งเตือนข้อความแชต: Minna_Mina)
มีนา: [ยัยริน! เป็นไงบ้าง แผนที่ฉันบอกเวิร์กไหม? ตะวันใจอ่อนหรือยัง?]
มีนา: [เงียบจัง... หรือว่าโดนงาบไปแล้ว?! รีบมาตอบด่วน!]
รินรดาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาที่พร่ามัว เธอไม่ได้ตอบกลับเพื่อนสนิท แต่กลับกดเข้าหน้าแชตของ ‘ตะวัน’ แทน นิ้วเรียวสั่นเทาขณะพิมพ์ข้อความลงไป
รินรดา: [ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ต่อไปนี้ไม่ต้องลำบากแล้วค่ะ ขอโทษที่ทำให้รำคาญ]
รินรดา: [และที่ผ่านมา... ถ้าทำให้เข้าใจผิดอะไรไป ก็ขอโทษด้วยนะคะ]
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดส่งไปทันที แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้เธออยากยกเลิกมันเสียเดี๋ยวนี้ ยิ่งเห็นสถานะ ‘Read’ ที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีหลังจากส่งข้อความไป เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ก็สั่นรัว สายเรียกเข้าจาก ‘ตะวัน’ ปรากฏขึ้น รินรดาสะดุ้งโหยง เธอรีบกดรับสายด้วยความตื่นตระหนก
“มีอะไรอีกคะ...”
“ลืมของไว้ที่ห้องผมหรือเปล่า?” เสียงทุ้มต่ำถามลอดผ่านสายเข้ามา แต่มันฟังดูเย็นชาเกินกว่าจะเป็นคำถามปกติ “โมเดลจำลองตัวนั้น... ผมเห็นวางลืมไว้ตอนที่ผมเดินออกมา ถ้าไม่อยากให้มันพังคามือคนอื่น ก็รีบมาเอาคืนไปซะ ก่อนที่ผมจะเอาไปทิ้งถังขยะข้างล่าง”
“รินไม่ได้ลืม... รินวางไว้ตรงนั้นเอง!” เธอโต้ตอบอย่างลืมตัว
“งั้นเหรอ? งั้นก็ตามใจ”
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้น รินรดามองโทรศัพท์ด้วยความโกรธปนเสียใจ เขาทำแบบนี้เพื่ออะไรกันแน่? ในขณะที่เธอกำลังจะวางมือถือลง ข้อความใหม่จากตะวันก็เด้งขึ้นมา
ตะวัน: [อย่ามาทำตัวงี่เง่าในแชตเลยรินรดา ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้... ก็แค่ประชด ไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ หรอก]
ตะวัน: [และถ้าอยากรู้ว่าฉันคิดยังไง... ก็ขึ้นมาที่ห้องฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะโยนโปรเจกต์เธอทิ้งลงระเบียงจริงๆ ด้วย]
รินรดาตาโต เธอรีบวิ่งออกจากห้องพักของตัวเองมุ่งหน้าไปทางลิฟต์ทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าที่มุมทางเดินใกล้ๆ กันนั้น มีร่างของ ‘เขตต์’ ยืนหลบอยู่ในความมืด สายตาของเขาจ้องมองผ่านประตูที่แง้มอยู่ของตะวันด้วยความโกรธแค้น
เขตต์ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู พลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก “หึ... ถ้าอยากจะเล่นเกมรักกันนัก เดี๋ยวพี่จะจัดให้แบบลืมไม่ลงเลย ตะวัน”
เขาพิมพ์ข้อความบางอย่างลงในกลุ่มคณะพร้อมกับแนบไฟล์รูปถ่ายที่เขาแอบถ่ายไว้ตอนที่ตะวันกำลังกักตัวรินรดาที่เสาปูน ภาพที่ดูเหมือนการคุกคามมากกว่าความรัก
รินรดาก้าวเท้าไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของตะวัน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะเคาะประตู แต่ก่อนที่มือจะสัมผัสบานประตู เสียงแจ้งเตือนจากโซเชียลคณะก็ดังระงมขึ้นพร้อมกันหลายเสียง รินรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และหัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ภาพหลุดของเธอและตะวันถูกโพสต์ลงในเพจลับของคณะ พร้อมข้อความพาดหัวตัวใหญ่ว่า: *“วิศวะสายมโน... แอบกินตับสถาปัตย์ข้ามห้อง ข่มขู่บังคับให้ช่วยงานแลกกับ...?”*
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าห้องตะวัน ในวินาทีนั้น ประตูห้องก็เปิดออกกว้าง ตะวันยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่สับสน แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าซีดเผือดของหญิงสาวและโทรศัพท์ในมือเธอ เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
“ริน... ฟังผมก่อน...” ตะวันพยายามจะเอื้อมมือมาหา แต่รินรดากลับถอยหลังหนี
“นี่คือสิ่งที่นายอยากจะบอกรินเหรอคะ? ด้วยการปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเนี่ยนะ?”
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 16 นะคะ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะยังคงเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดาและตะวันในตอนหน้านะคะ!
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง•ตอนที่ 16
คำพูดใจร้ายที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์หอพักข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!