"ถ้าคุณยังจ้องฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกวินาทีเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังคุกคามทางเพศนะคะ คุณเลขาฯ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบของภริดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของตึก ลลิลที่กำลังก้มลงจัดเอกสารบนโต๊ะชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของใบหน้าสวยคมที่กำลังนั่งไขว่ห้างมองเธอด้วยสายตาจับผิด
ลลิลไม่ได้หลบสายตา เธอเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทายตามนิสัยที่แก้ไม่หาย "คุกคามเหรอคะ? แหม... ฉันก็แค่กำลังพิจารณาว่าทำไมท่านประธานถึงได้ดูหงุดหงิดตั้งแต่เช้า หรือว่าเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยจนลืมไปว่าวันนี้มีประชุมสำคัญ"
"ฉันไม่ได้ดื่ม" ภริดาวางปากกาด้ามหรูลงบนโต๊ะเสียงดัง 'เคร้ง' ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาลลิลจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายความเย็นเยือกจากตัวอีกฝ่ายทำเอาหัวใจของเลขาสาวเต้นรำไม่เป็นจังหวะ "และฉันก็จำได้ดีทุกอย่างที่เกิดขึ้น"
ลลิลเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกับภริดาเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ 'เกินเลย' เล็กๆ น้อยๆ ในลิฟต์เมื่อเย็นวานมาได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงดี และสัมผัสนั้น... สัมผัสที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเรียวปากมันทำให้ลลิลตระหนักถึง 'กฎเหล็ก' ที่เธอเขียนเตือนตัวเองไว้ในใจ
*ห้ามรักเจ้านาย*
นั่นคือข้อความที่ลลิลย้ำกับตัวเองทุกเช้า แต่ดูเหมือนใจมันจะกบฏไปไกลเกินกว่าจะดึงกลับมาได้แล้ว
"ถ้าจำได้ดี ก็กรุณาทำตัวให้เป็นมืออาชีพด้วยค่ะ" ลลิลพยายามดึงเสียงให้มั่นคงที่สุด "ฉันเป็นแค่ลูกจ้าง ส่วนคุณคือเจ้านาย เราต่างรู้สถานะตัวเองดี ไม่จำเป็นต้องย้ำเตือนด้วยการทำบรรยากาศให้เสียการเสียงานหรอกนะคะ"
ภริดาหรี่ตาลง มองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบนั้นดูเหมือนจะพยายามควานหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่งของลลิล "งั้นเหรอ? หวังว่าที่พูดมาน่ะ จะเป็นสิ่งที่เธอคิดจริงๆ ไม่ใช่แค่คำแก้ตัวเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่นตอนที่ฉันเข้าใกล้"
"คุณก็หลงตัวเองเกินไปแล้วค่ะ" ลลิลแค่นหัวเราะ พลางขยับถอยห่างเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย "ฉันก็แค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่อยากรักษาตำแหน่งงานไว้นานๆ โดยเฉพาะเมื่อเจ้านายมีนิสัยชอบทดสอบขีดจำกัดของพนักงานแบบนี้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดเป็นเส้นได้ ภริดาไม่ได้ตอบโต้ในทันที เธอเพียงแค่จ้องมองลลิลด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าลลิลเล็กน้อยทำให้ภริดาดูเป็นผู้คุมเกมอยู่เสมอ
"ดี" ภริดากล่าวสั้นๆ ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาลลิล "ในเมื่อเธอชัดเจนเรื่องสถานะ เรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่า เอกสารที่ให้ไปเตรียมมาน่ะ... อยู่ไหน"
ลลิลรีบยื่นแฟ้มเอกสารให้ แต่ทว่าในจังหวะที่มือทั้งสองสัมผัสกัน กระแสไฟฟ้าบางอย่างก็วิ่งผ่านผิวหนังจนลลิลต้องรีบชักมือกลับ ราวกับโดนน้ำร้อนลวก ภริดาเห็นอาการนั้นชัดเจน มุมปากของประธานสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ลลิลรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ไปถึงกระดูกสันหลัง
ตลอดช่วงบ่าย ลลิลพยายามโฟกัสกับงานอย่างหนัก แต่สมาธิของเธอกลับกระเจิงไปหมดเมื่อเหลือบเห็นสายตาของภริดาที่มักจะมองมาเป็นระยะจากมุมห้อง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว เธอรู้ดีว่าการเอาใจไปผูกไว้กับเจ้านายที่ทั้งเผด็จการและเอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างภริดานั้นคือหายนะชัดๆ แต่ทุกครั้งที่อีกฝ่ายเผลอทำตัวอ่อนโยน หรือแค่เผลอสบตากันเพียงเสี้ยววินาที กำแพงที่เธอสร้างไว้ก็แทบจะถล่มลงมา
ช่วงเย็น ขณะที่แสงแดดกำลังทอประกายสีส้มสาดส่องเข้ามาในห้อง ลลิลที่กำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านก็ต้องชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ตามมาด้วยการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
"ริดาครับ ผมนำกาแฟเจ้าโปรดของคุณมาฝาก"
กรวีร์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ลลิลเกลียดนักหนา เขาเดินตรงไปยังโต๊ะของภริดาโดยไม่สนใจเธอแม้แต่นิดเดียว ภริดาดูจะประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมรับแก้วกาแฟนั้นไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ
"ขอบคุณค่ะคุณกรณ์ แต่คราวหน้าไม่ต้องลำบากหรอกนะคะ ฉันมีเลขาส่วนตัวอยู่แล้ว"
กรวีร์หันมามองลลิลด้วยหางตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "เลขาส่วนตัว? อ้อ... คนนี้น่ะเหรอครับ ผมก็นึกว่าแค่นักศึกษาฝึกงานที่มาช่วยงานชั่วคราวซะอีก ดูท่าทางยังเด็กมากเลยนะครับ ระวังจะสอนงานไม่ถูกจุดนะ"
ลลิลขบกรามแน่น เธอไม่ชอบที่เขาดูถูกเธอ แต่ที่แย่กว่าคือการที่ภริดานิ่งเงียบราวกับจะรอดูว่าเธอจะตอบโต้ยังไง
"ขอบคุณที่เตือนนะคะคุณกรวีร์" ลลิลเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความคมคาย "แต่ท่านประธานเป็นคนเลือกคนทำงานด้วยตัวเองค่ะ ถ้าฉันไม่มีดีพอ ท่านคงไม่ปล่อยให้ฉันยืนอยู่ตรงนี้ใกล้ชิดท่านถึงขนาดนี้หรอก จริงไหมคะคุณภริดา?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลา ภริดาละสายตาจากกรวีร์มาจ้องมองลลิลที่กล้าดึงเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ด้วย
"คุณกรณ์คะ" ภริดาเอ่ยเสียงเรียบ "รบกวนคุณกลับไปก่อนนะคะ ฉันยังทำงานไม่เสร็จ และฉันไม่ชอบให้ใครมาวิจารณ์พนักงานของฉันในห้องนี้"
กรวีร์ชะงักไป ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปเกือบหมด เขาจำต้องเดินเลี่ยงออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
เหลือเพียงลลิลและภริดาในห้องที่เงียบสนิท ลลิลหอบหายใจแรง เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าเพิ่งทำเรื่องเสี่ยงไปแค่ไหนที่กล้าท้าทายกรวีร์ต่อหน้าเจ้านาย ภริดาลุกขึ้นเดินช้าๆ เข้ามาหาเธอ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนลลิลต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับผนังห้อง
"เธอกล้ามากนะลลิล..." ภริดาขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่าง มือเรียวสวยยกขึ้นวางข้างศีรษะของเลขาสาว กักขังเธอไว้ในวงแขน "กล้าใช้ฉันเป็นเครื่องมือไล่ผู้ชายของเธอเหรอ?"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ใช้คุณนะคะ" ลลิลสั่นไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงซอกคอ
"งั้นเหรอ?" ภริดาก้มหน้าลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับแหบพร่าและเซ็กซี่จนน่ากลัว "งั้นแปลว่าที่เธอบอกว่า 'ใกล้ชิด' เมื่อกี้... เธอหมายความว่ายังไงกันแน่ หืม?"
ทว่า ก่อนที่ลลิลจะได้ตอบโต้ เสียงโทรศัพท์มือถือของภริดาก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ภริดาละสายตาจากใบหน้าแดงก่ำของลลิลแล้วมองหน้าจอ ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
"แม่?" ภริดาพึมพำ ก่อนจะกดรับสาย "ค่ะแม่... หือ? อะไรนะคะ... แต่งงาน?"
ลลิลเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า 'แต่งงาน' หลุดออกมาจากปากของเจ้านายสาวที่กำลังกักตัวเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
สการ์เล็ตโรสหวังว่ารี้ดจะยังไม่หัวใจวายไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 21
กฎข้อที่ห้ามรักเจ้านาย
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!