เสียงล็อกกลอนประตูรถหรูรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เป็นสัญญาณเด็ดขาดว่าโลกภายนอกที่มีทั้งสื่อมวลชนจอมเสือกและสายตาคมกริบของกรวีร์ได้ถูกตัดขาดออกไปอย่างสิ้นเชิง ภริดาถอนหายใจยาวเหยียด มือเรียวภายใต้เสื้อสูทแบรนด์ดังปลดกระดุมเม็ดบนออกด้วยความหงุดหงิดระคนโล่งอก ดวงตากลมโตคมกริบเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งกอดอกนิ่งอยู่เบาะผู้โดยสาร ท่าทางแบบนั้นไม่ได้ทำให้ดูน่าเกรงขามเลยสักนิด ในทางกลับกัน ลลิลในยามนี้กลับดูเหมือนแมวพยศที่กำลังพองขนใส่เจ้าของหลังจากไปก่อเรื่องแสบๆ ไว้ที่งานเลี้ยงการกุศลเมื่อสองชั่วโมงก่อน
"เลิกทำหน้าเป็นตูดหมึกสักทีได้ไหมคะ คุณเลขาฯ ลลิล" เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของท่านประธานสาวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่มุมปากสวย "หรือว่ายังเสียดายที่ไม่ได้อยู่รับคำชมจากคุณกรณ์เขาต่อหน้าล่ะคะ"
ลลิลหันขวับมาทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เธอยกมือขึ้นกอดอกแน่นขึ้นไปอีกราวกับจะสร้างเกราะกำบัง "ถ้าฉันจะอยู่รับคำชม มันก็เรื่องของฉันค่ะท่านประธาน ไม่ทราบว่าเดือดร้อนส่วนไหนของคุณภริดาไม่ทราบคะ ถึงต้องลากฉันออกมาจากงานท่ามกลางสายตาคนนับร้อยแบบนั้น รู้ไหมคะว่าคนอื่นเขาจะนินทากันไปถึงไหน"
"ให้เขานินทาไปสิคะ ดีเสียอีก พวกเขาจะได้รู้ว่าใครคือนายจ้างและใครคือลูกจ้าง" ภริดาหันมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "อีกอย่าง ฉันไม่ได้ลากคุณค่ะ ฉันแค่... ช่วยพาคุณออกมาจากดงงูเห่าต่างหาก คุณก็น่าจะรู้ดีว่ากรวีร์มันไม่ได้หวังดีอะไรกับคุณ แค่ใช้คุณเป็นเครื่องมือเพื่อมากวนประสาทฉันเท่านั้นแหละค่ะ"
"เครื่องมือเหรอคะ?" ลลิลทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเธอดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ภริดามากขึ้นจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับที่เจือจางความดุร้ายของอีกฝ่ายลงไปบ้าง "อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะคุณภริดา ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเครื่องมือของใคร และแน่นอนว่าไม่ได้คิดว่าคุณกำลังหึงหวงฉันด้วย เชิญเก็บอาการหึงหวงแบบเด็กๆ นั่นไว้ใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ"
คำว่า 'หึงหวง' พุ่งชนเข้ากลางใจของประธานสาวเข้าอย่างจังจนภริดาเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลงด้วยความโกรธระคนเขินอาย เธอยื่นมือไปบีบคางสลักเสลาของลลิลไว้แน่นพอประมาณ ไม่ให้หลบหนีสายตา
"ปากเก่งนักนะคะ ลลิล" ภริดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ระยะห่างระหว่างใบของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "คิดว่าฉันกลัวคุณเหรอคะ? คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรคุณในที่ลับตาคนแบบนี้ใช่ไหม"
"ถ้าคิดจะทำอะไร ก็ลองดูสิคะ..." ลลิลท้าทาย เสียงกระซิบของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความเย่อหยิ่งไว้ครบถ้วน แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพลจนแทบจะทะลักออกมานอกอกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของภริดาลูบไล้อยู่ที่กรอบหน้าของเธอ
ภริดาชะงักไปชั่วขณะ เธอมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดหย่อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากเอาชนะ และความรู้สึกอีกอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์—ความลุ่มหลงในตัวตนที่พยศและไม่ยอมก้มหัวให้ใครของเลขาฯ สาวคนนี้ ก่อนที่สถานการณ์จะเลยเถิดไปมากกว่านั้น ภริดาจึงสะบัดหน้าหนีแล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม
รถยนต์หรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถใจกลางเมืองมุ่งหน้าสู่ชานเมือง ลลิลมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นความมืดมิดของแมกไม้และถนนสายเปลี่ยว ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้งแต่ทว่าอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าที่สถิตอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาจนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปในเขตหมู่บ้านจัดสรรสุดหรูระดับไฮ엔ด์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่างเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน
ประตูรั้วอัตโนมัติเปิดออกเผยให้เห็นบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ผสมผสานความอบอุ่นของไม้สักทอง ตัวบ้านโอบล้อมด้วยกระจกใสบานใหญ่และสวนหย่อมที่จัดแต่งอย่างประณีต ภริดาดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถโดยไม่รอช้า เธอกดรหัสปลดล็อกประตูบ้านแล้วผลักเข้าไปด้านใน ไฟอัตโนมัติสว่างขึ้นทีละดวงเผยให้เห็นการตกแต่งภายในที่หรูหราแต่เรียบง่าย สะท้อนรสนิยมอันเฉียบคมของเจ้าของบ้าน
ลลิลเดินตามเข้ามาด้วยความรู้สึกทึ่งระคนประหลาดใจ เธอมองไปรอบๆ ห้องรับแขกที่มีเตาผิงจำหน่ายความอบอุ่นและโซฟาหนังสีเข้มตัวใหญ่ "นี่คือ..."
"ดินแดนลับแลของฉันเองค่ะ" ภริดาถอดเสื้อสูทรarmaniออกพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวด้านในที่ยับย่นเล็กน้อยจากการนั่งรถ เธอยืนพิงขอบโต๊ะทำงานมองเลขาฯ ของตัวเองที่กำลังเดินสำรวจบ้านราวกับเด็กน้อยตื่นตาตื่นใจ "ไม่มีใครรู้ที่อยู่นהคะ แม้แต่เลขาฯ คนเก่าของคุณ... อ้อ หมายถึง คนก่อนๆ น่ะค่ะ ไม่มีใครเคยเหยียบเข้ามาที่นี่ คุณคือคนแรก"
ลลิลชะงักฝีเท้า หันกลับมามองสบตากับเจ้าของบ้าน "ทำไมต้องพาฉันมาที่นี่ล่ะคะ? กลัวว่าฉันจะเอาความลับบริษัทไปบอกคุณกรวีร์เหรอคะ ถึงต้องพามาคุมตัวไว้ในที่ลับตาแบบนี้"
"ถ้าฉันกลัวคุณเอาความลับไปบอก ฉันคงไล่ออกตั้งแต่สัปดาห์แรกแล้วค่ะลลิล" ภริดาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่มั่นคง จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเลขาฯ สาว "ที่พามาที่นี่... เพราะฉันเบื่อความวุ่นวาย และที่สำคัญที่สุด... ฉันอยากอยู่เงียบๆ กับคุณ"
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับค้อนทุบลงกลางใจ ลลิลรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อภริดาย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ภริดายกมือขึ้นทาบกับผนังทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"คุณภริดา..." ลลิลกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ระเหิดหายไปหมดสิ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
"เรียกฉันว่าริดาสิคะ ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว" เสียงกระซิบของภริดานุ่มนวลขึ้นอย่างน่าประหลาด ปลายนิ้วเรียวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของลลิลออกให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาจนลลิลหัวใจเต้นระรัว
ดวงตากลมโตของลลิลไหวระริก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ฉัน... ฉันยังเป็นเลขาฯ ของคุณนะคะ"
"งั้นก็ถือว่านี่คือโอทีพิเศษก็แล้วกันค่ะ" ภริดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจและเซ็กซี่จนลลิลแทบละลาย เธอก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย "โอทีที่แพงที่สุดในชีวิตของคุณเลยล่ะค่ะ ลลิล..."
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะ ภริดาลดใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลิลหลับตาลงเตรียมรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจร้องเตือนให้ถอยห่างแต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการเอียงใบหน้ารับสัมผัสอย่างเต็มใจ
ทันใดนั้นเอง...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวด้านหลังแผดเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ ภริดาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย แต่เธอยังไม่ยอมผละออก ลลิลลืมตาขึ้นด้วยความตกใจแล้วใช้มือดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง
"โทรศัพท์ดังค่ะ... คุณริดา" ลลิลพูดเสียงสั่น พยายามดึงสติกลับมา
ภริดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "เลขานุการส่วนตัวอีกคน" ที่โทรเข้ามาด้วยเรื่องด่วนที่ไม่คาดคิด ภริดากดรับสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง "มีอะไรคะ... ว่ายังไงนะ!"
น้ำเสียงตกใจและเคร่งเครียดของผู้ช่วยทางปลายสายทำให้ภริดาต้องหันขวับมามองลลิลด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวานซึ้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก
"มีปัญหาใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ค่ะ..." ภริดาวางสายแล้วหันมามองลลิล สีหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย "ข้อมูลลับโปรเจกต์สำคัญถูกแฮก และคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงในเวลานี้... มีแค่ฉันกับคุณเท่านั้นค่ะ ลลิล"
---
สการ์เล็ตโรสหวังว่ารี้ดจะยังไม่หัวใจวายไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 22
ดินแดนลับแลของท่านประธาน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!