"ถ้าคุณจะมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนอยากจะกลืนกินฉันเข้าไปขนาดนั้น ก็ช่วยหยิบมีดมาปาดคอให้จบๆ ไปเลยดีกว่าไหมคะท่านประธาน?"
ลลิลเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว แสงเทียนสีส้มสลัวที่เธอจุดไว้บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของภริดาทำหน้าที่สร้างบรรยากาศที่ ‘อันตราย’ เกินกว่าจะเรียกว่าการทำงานล่วงเวลาปกติ ภริดาวางปากกาในมือลง ช้าๆ ทว่าหนักแน่น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเธอยังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังเชิดขึ้นท้าทาย
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ ลลิล" ภริดาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าไปเพียงเล็กน้อย เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมหรูหราจางๆ บนตัวคนตรงหน้าผสมผสานกับกลิ่นขี้ผึ้งเทียนหอม มันเป็นกลิ่นที่ทำให้สติสัมปชัญญะของภริดาสั่นคลอน
"ก็เพราะคุณชอบแบบนี้ไม่ใช่หรือไงคะ?" ลลิลขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะกัน "ชอบคนเถียง ชอบคนรั้น... หรือจริงๆ แล้วท่านประธานแค่ชอบความพ่ายแพ้กันแน่คะ?"
ภริดาชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะงานที่มั่นคงกลับรัวเร็วเหมือนกลองชุด ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างใน—สิ่งที่เธอพยายามกดทับไว้ภายใต้มาดบอสสาวผู้เย็นชา—กำลังจะล้นทะลักออกมา เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่รวบรวมความกล้าไว้เต็มเปี่ยม ปากของเธอกำลังจะขยับขยายความในใจ สิ่งที่เธออยากบอกว่า ‘มันไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือการยอมจำนนให้แก่คุณเพียงคนเดียว’
"ลิน..." ภริดาเรียกชื่อนั้นเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากส่วนลึกของหัวใจ มือเรียวสวยของเธอเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทำให้อีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
"คะ...?" ลลิลขานรับ เสียงของเธอก็สั่นพร่าไม่ต่างกัน แววตาของเธอวูบไหวเมื่อเห็นแววตาที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดของภริดา
"ฉัน... ฉันแค่..." ภริดาหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ความฟอร์มจัดที่สั่งสมมานับปีเป็นกำแพงที่พังทลายลงได้ยากกว่าที่คิด เธอกำลังจะหลุดปากบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไป แต่มือที่สั่นเทาของเธอกลับกำแน่นขึ้นเพื่อดึงสติกลับมา "ฉันแค่กำลังจะบอกว่า... กาแฟที่คุณชงมาวันนี้มันรสชาติแย่กว่าทุกวัน ถ้าพรุ่งนี้ยังทำรสชาตินี้อีก ก็ไม่ต้องหวังว่าจะได้โบนัสสิ้นเดือน"
ลลิลผงะถอยหลังราวกับถูกตบหน้า ความโรแมนติกที่เพิ่งจุดติดขึ้นเมื่อครู่ดับวูบลงทันทีพร้อมกับความรู้สึกที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความใจหายที่เกือบจะเต้นผิดจังหวะไปเมื่อครู่
"โบนัสเหรอคะ?" ลลิลยิ้มเยาะ มือที่เพิ่งโดนสัมผัสเมื่อครู่ถูกกำแน่น "เรื่องของกินเรื่องใหญ่ แต่เรื่องปั่นประสาทฉันเนี่ย... ถนัดนักนะคะท่านประธาน ถ้ากาแฟไม่ถูกปาก งั้นคืนนี้ก็ดื่มแค่บรรยากาศไปคนเดียวแล้วกันค่ะ ฉันขอตัว"
ลลิลหันหลังกลับหมายจะเดินออกจากห้อง แต่ภริดากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบที่สื่อถึงความสับสนและความต้องการที่ไม่ยอมให้ไปไหน
"เดี๋ยวสิ" ภริดาเอ่ย รั้งคนตรงหน้าไว้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจซ่อนความร้อนรนไว้ได้ "ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้ไป"
"เราไม่ได้อยู่ในเวลางานแล้วนะคะคุณริดา" ลลิลหันกลับมาสะบัดมือออกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ "ถ้าคุณมีแต่คำถากถางจะมอบให้ ก็เก็บไว้ใช้กับกรวีร์เถอะค่ะ เขาอาจจะชอบฟังคำดูถูกของคุณมากกว่าฉัน"
ชื่อของคู่แข่งทางธุรกิจที่ภริดาเกลียดแสนเกลียดถูกหยิบยกขึ้นมา ทำให้คนฟังถึงกับนิ่งไป ภริดาขบกรามแน่น ความอิจฉาเล็กๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นแล่นริ้วขึ้นมาในใจ
"อย่าเอาผู้ชายคนนั้นมาเปรียบกับคุณ"
"ทำไมคะ? เพราะเขาดีกว่า หรือเพราะคุณ...?"
ยังไม่ทันที่ประโยคคำถามของลลิลจะจบลง เสียงเคาะประตูห้องทำงานที่ดังขึ้นอย่างแรงก็ขัดจังหวะทุกอย่างเสียก่อน บานประตูเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงของกรวีร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่ดูมั่นใจเกินควร
"ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับคุณริดา พอดีผมมีเอกสารสำคัญที่ต้องการให้คุณเซ็นด่วนน่ะ... อ้าว ลลิล ก็อยู่ด้วยเหรอ?"
กรวีร์กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาที่แฝงความนัยบางอย่าง เขาเดินตรงมาที่โต๊ะทำงาน วางเอกสารปึกหนาลงตรงหน้าภริดา ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้จนเกือบจะชิดกับไหล่ของเธอ ภริดาขยับถอยห่างอย่างรังเกียจโดยสัญชาตญาณ ขณะที่ลลิลยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"เซ็นสิครับคุณริดา ยิ่งช้า ธุรกิจของเรายิ่งมีปัญหา" กรวีร์เอ่ยยิ้มๆ พลางส่งสายตาเยาะเย้ยไปยังลลิล
ภริดาหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจะเซ็น แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นลลิลที่กำลังก้าวถอยหลังเตรียมจะเดินออกไปจริงๆ ใจของภริดากระตุกวูบ เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่คาดคิด
"ไม่ต้องเซ็นแล้ว" ภริดาโยนปากกาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง "คุณกลับไปได้แล้วกรวีร์ ฉันไม่มีอารมณ์จะคุยเรื่องงานกับคนไม่มีมารยาทในเวลานี้"
"คุณริดา! คุณทำแบบนี้มันไม่เป็นมืออาชีพเลยนะครับ" กรวีร์เสียงเข้มขึ้น
"ฉันเป็นเจ้าของบริษัทนี้ ฉันจะเลือกคุยกับใครตอนไหนก็ได้" ภริดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "และตอนนี้... ฉันมีธุระสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ"
ภริดาเดินผ่านกรวีร์ไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะคว้าแขนลลิลที่ยืนงงอยู่ตรงประตูแล้วลากออกไปนอกห้องทันที ทิ้งให้กรวีร์ยืนกำหมัดแน่นอยู่ในห้องทำงานที่เหลือเพียงแสงเทียนที่กำลังมอดดับลง... ลลิลถูกลากออกมาถึงมุมมืดของระเบียงทางเดิน ภริดาผลักร่างของเธอเบาๆ ให้แผ่นหลังแนบไปกับผนังเย็นเฉียบ ก่อนจะทาบทับร่างของตัวเองเข้ามาใกล้จนลลิลหนีไปไหนไม่ได้อีก
"คุณจะทำอะไร..." ลลิลถาม เสียงสั่นด้วยความประหม่าที่พุ่งขึ้นสูงกว่าครั้งไหนๆ
ภริดาไม่ตอบ แต่สายตาของเธอมืดสนิทและเต็มไปด้วยเปลวไฟที่เผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า เธอโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อยของคนตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวในความมืด
"คำสารภาพที่ฉันบอกว่ากาแฟแย่น่ะ..." ภริดากระซิบชิดริมฝีปาก "ฉันโกหก"
สการ์เล็ตโรสหวังว่ารี้ดจะยังไม่หัวใจวายไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 23
คำสารภาพที่เกือบหลุดปาก
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!