แก้วไวน์ทรงสูงในมือของภริดากลวงเปล่ามาได้สักพักใหญ่แล้วค่ะ แต่เจ้าตัวกลับยังคงแกว่งมันวนไปมา ราวกับต้องการหาคำตอบจากหยาดของเหลวสีทับทิมที่แห้งกรังติดก้นแก้ว ความอับอายและอาการหัวใจเต้นรัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความปั่นป่วนไว้ในอก ทว่าบรรยากาศครุกรุ่นในห้องพักส่วนตัวของโรงแรมหรูแห่งนี้กลับยิ่งทวีความอึดอัดขึ้นไปอีก เมื่อกรวีร์ผู้ชายที่เธอจงใจหลบหน้าหลบตามาตลอดทั้งค่ำ กลับโผล่เข้ามาประชิดตัวด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ชวนสะอิดสะเอียนในสายตาของเธอ
“ริดาครับ หลบมาอยู่มุมนี้นี่เอง ผมตามหาคุณเสียทั่วงาน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาใกล้
ภริดาขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ความมึนเมาที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างจากการดื่มไวน์ติดต่อกันหลายแก้วทำให้สติสัมปชัญญะของประธานสาวพราวเสน่ห์ลดทอนลงไปถนัดตา แต่ศักดิ์ศรีและความเกลียดชังที่มีต่ออดีตคู่หมั้นจอมปลอมรายนี้ยังคงพุ่งพล่าน
“ถอยไป, กรวีร์ ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” ภริดาเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเฉียบขาดตามความคุ้นชิน แม้ว่าเรียวขาจะเริ่มสั่นเทาด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“แหม ใจร้ายจังนะครับ เราเคยสนิทกันมากกว่านี้นะริดา อีกอย่าง... หุ้นส่วนโปรเจกต์ใหญ่ครั้งนี้ ถ้าไม่มีผม คุณคิดว่าบอร์ดบริหารจะยอมยกโปรเจกต์ให้คุณถือคนเดียวหรือไง” กรวีร์ยื่นมือหนาหมายจะแตะลงบนไหล่เนียนของเธอ แววตาโลภ and หิวกระหายปิดไม่มิด
ในวินาทีที่ภริดากำลังจะตวัดฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลานั้น ประตูห้องพักส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอเหมาะ ร่างโปร่งบางในชุดสูทเข้ารูปของลลิลปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที เคมีคุกรุ่นและความหึงหวงพุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุดโดยที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ตัว
“ขอโทษนะคะท่านประธาน พอดีฉันได้รับคำสั่งจากคุณมีนตราให้มาตามดิฉันกลับค่ะ... อ้อ แล้วก็ดูเหมือนว่าแถวนี้จะมีหมาบ้าแถวไหนไม่รู้ กำลังพยายามทำตัวรุ่มร่ามกับเจ้านายของชาวบ้านเขาอยู่พอดี”
ลลิลจิกกัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ท่าทางมั่นอกมั่นใจไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อยก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนทันที
กรวีร์หันมามองหน้าเลขาฯ สาวหน้าใหม่ด้วยความไม่พอใจ “นี่คุณ! รู้ไหมว่าผมคุยธุระสำคัญอยู่กับคุณภริดา”
“รู้ค่ะ ถึงได้เข้ามาขัดจังหวะนี่ไงคะ เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกนิด เกรงว่าท่านประธานของฉันอาจจะต้องล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ลิตรหนึ่งเพราะไปแตะโดนตัวคนไร้มารยาทเข้า” ลลิลสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไม่หลบสายตา
ภริดามองแผ่นหลังบางของเลขาฯ ส่วนตัวที่ยืนบังเธอไว้อย่างมิดชิด หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนจังหวะไปเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วอก ความดื้อรั้น ความอวดดี และความปกป้องที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งของผู้หญิงคนนี้... มันช่างน่าหมั่นไส้และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
“ลลิล... พาฉันออกไปจากที่นี่” ภริดากระซิบเสียงพร่า
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียดและไม่อยากมีปัญหายืดเยื้อ กรวีร์จึงจำใจยอมถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยามทิ้งท้าย “ฝากไว้ก่อนเถอะครับคุณภริดา หวังว่าคุณจะยังรักษาฟอร์มนี้ไว้ได้จนถึงวันเซ็นสัญญา”
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวเข้ามาในห้องพักส่วนตัว ภริดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างหมดแรง ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มตีรวนขึ้นมาประท้วง ลลิลถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกก่อนจะหันมามองเจ้านายสาวที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใส
“ไหวไหมคะเนี่ยท่านประธาน ดื่มไปกี่แก้วกันล่ะนั่น ถึงได้ปล่อยให้ผู้ชายแบบนั้นเข้ามาลวนลามเอาได้ง่ายๆ” ลลิลบ่นอุบพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งยองๆ อยู่ตรงหน้า เพื่อสำรวจความเรียบร้อยของคนเมา
ภริดาปรือตามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มร้ายกาจที่มักใช้กดดันคนอื่นหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาวาวโรจน์ที่ซ่อนความเปราะบางเอาไว้ ลลิลในยามนี้ช่างน่ารำคาญ... แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่างดึงดูดสายตาเหลือเกิน
“เธอ... กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน ลลิล” ภริดาเอ่ยเสียงอ้อแอ มือเรียวยื่นออกไปคว้าคอเสื้อสูทของเลขาฯ สาวแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัว จนลลิลเซถลาล้มลงมาทาบทับอยู่บนตักของเธอโดยไม่ทันตั้งตัว
“อุ๊ย! ท่านประธาน...” ลลิลอุทานลั่นด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นไวน์จางๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มจนคนถูกดึงเข้ามานั่งตักรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง
ภริดาหัวسเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีพังทลายลงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และบรรยากาศที่เป็นใจ
“ปากเก่งนักนะ... เป็นแค่เลขาฯ แต่กล้ามาเถียงฉันทุกวัน... รู้ไหมว่าฉันอยากจะไล่เธอออกสักกี่ครั้ง” เสียงกระซิบพร่าandแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก
“ถ้าคิดจะไล่ออกจริงๆ คงทำไปนานแล้วค่ะ ไม่เก็บไว้ให้ปวดหัวจนถึงตอนนี้หรอก” ลลิลเชิดหน้าตอบสวน แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้เธอไม่กล้าขยับตัวหนี
ภริดายกมือขึ้นสัมผัสกรอบหน้าเรียวแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านพวงแก้มเนียนอย่างหลงใหล ความนิ่งและเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจมาตลอดหลายสัปดาห์
“ฉันเกลียดเธอลลิล... เกลียดที่เธอทำให้ฉันต้องไขว้เขว เกลียดรอยยิ้มกวนประสาทนั่น... และเกลียดที่... ฉันดัน... รู้สึกสนใจเธอกว่าใครทั้งหมด”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของประธานสาวทำเอาลลิลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ประโยคที่ซ่อนความรู้สึกอันลึกซึ้งและดุดันในคราวเดียวกันทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่
ก่อนที่ลลิลจะได้กล่าวคำใดโต้แย้ง ภริดาก็ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงซบซบลงกับลาดไหล่บางของเธออย่างหมดแรง ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนตัวโตกว่าเผลอหลับคาอกเธอไปเสียแล้ว
ลลิลนั่งตัวแข็งทื่อ ปลายนิ้วยังคงค้างอยู่กลางอากาศ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันไปมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ขณะที่เธอกำลังจะขยับตัวเพื่อจัดท่านอนให้เจ้านายสาวได้สบายขึ้นนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับลูกบิดประตูที่ค่อยๆ ถูกหมุนเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนจากด้านนอก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของท่านประธานกับเลขานะคะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 10
ห้องพักส่วนตัวยามวิกาล
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!