“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันไล่อุณหภูมิความโกรธขึ้นไปถึงจุดที่เผาคุณเป็นจุล... ช่วยกรุณาลืมตาขึ้นมาแล้วเลิกทำตัวเป็นปลิงเกาะแกะสักทีค่ะ, คุณลลิล!”
น้ำเสียงเย็นเยียบที่กดต่ำจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ รอดผ่านไรฟันของคนพูดมาพร้อมกับแรงสะกิดหนักหน่วงบริเวณหัวไหล่
ลลิลส่งเสียงครางอือในลำคออย่างขัดใจ ใบหน้าเนียนซุกเข้าหาความอบอุ่นที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกรั้นฝังลึกอยู่กับลาดไหล่ภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อนุ่ม กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานความเย็นสบายของน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้เธอไม่อยากลืมตาตื่นจากความฝันอันแสนสบายนี้เลยสักนิด
แต่เดี๋ยวนะ... ความอบอุ่นนี่ไม่ใช่หมอนข้างลายเจ้าหมีบราวน์ในห้องเช่ารูหนูของเธอแน่ๆ
และกลิ่นหอมนี้... มันคือกลิ่นประจำตัวของท่านประธานจอมเผด็จการอย่างภริดา!
ดวงตากลมโตเบิกโพรงขึ้นทันทีราวกับติดสปริง สมองที่ยังประมวลผลได้ไม่เต็มที่สั่งการให้ร่างกายดีดตัวถอยหลังด้วยความตกใจ ทว่าความรีบร้อนทำให้ข้อศอกของเธอไปกระแทกเข้ากับหัวเตียงดัง *ตุ้บ* เต็มแรง จนลลิลต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ พร้อมกับยกมือขึ้นกุมศอกตัวเองป้อยๆ
“โอ๊ย! เจ็บนะ...” เธอบ่นอุบอิบ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความงุนงง
ห้องนอนกว้างขวางโทนสีเทาเข้มและมินิมอลที่คุ้นตา... เตียงนอนคิงไซส์ยับย่น... เสื้อสูทราคาแพงที่พาดอยู่บนโซฟาปลายเตียง... และที่สำคัญที่สุดคือร่างระหงของเจ้าของห้องที่ยืนกอดอกจ้องมองเธออยู่ด้วยสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ภริดายืนอยู่ข้างเตียงด้วยชุดที่ยังคงเนียบกริบ แม้กระดุมเม็ดบนจะถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบเล็กน้อยเพื่อระบายอารมณ์ เส้นผมที่เคยรวบตึงอย่างไร้ที่ติเริ่มมีปอยผมหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าคมคาย แต่แววตาสีเข้มที่จ้องเขม็งมานี่สิ... มันกำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของลลิลทีละนิดเหมือนหนังกรอถอยหลัง... งานเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์... แอลกอฮอล์ที่ไหลเข้าคอราวกับน้ำเปล่า... เสียงท้าทายเรื่องคออ่อนคอแข็งระหว่างเธอกับเจ้านาย... และภาพตัดไปตอนที่เธอกึ่งลากกึ่งจูงภริดามาส่งที่ห้องชุดส่วนตัวแห่งนี้...
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกล้าดียังไงมานอนทับถมบนเตียงเดียวกับท่านประธานแถมยังกอดเขาไว้แน่นราวกับหมอนข้างขนาดนั้นวะเนี่ย!
“ตื่นแล้วเหรอคะ?” ภริดาเปิดฉากขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มุมปากข้างหนึ่งกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ “หรือต้องให้ฉันไปหาฆ้อนมาเคาะหัวคุณอีกรอบ ถึงจะสำนึกได้ว่าที่นี่คือห้องนอนฉัน ไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนไร้บ้าน”
ลลิลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งรับความซวยที่กำลังถาโถมเข้ามา เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แม้ข้างในจะเต้นรัวเหมือนกลองเพลก็ตาม
“แหม ท่านประธานคะ อย่าใช้วาจาเชือดเฉือนกันแต่เช้าเลยค่ะ มันเสียสุขภาพจิต” ลลิลส่งยิ้มหวานหยดแบบที่ชอบใช้กวนโมโหเจ้านาย พลางขยับตัวถอยหลังไปชิดหัวเตียงเมื่อเห็นภริดาก้าวเข้ามาใกล้ “อีกอย่าง... เมื่อคืนฉันอุตส่าห์มีน้ำใจแบกคุณขึ้นมาส่งถึงเตียงนะคะ แทนที่จะขอบคุณฉันสักคำ กลับมายืนเทศน์ยาวเป็นหางว่าวแบบนี้ มันน่าประทับใจตรงไหนคะเนี่ย”
“มีน้ำใจ?” ภริดาทวนคำด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด ดวงตากลมโตคมกริบหรี่มองเลขาตัวแสบหัวจรดเท้า “คุณเรียกว่าการมีน้ำใจเหรอคะ? กับการที่ฉันต้องตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นหมอนข้างจำเป็นให้คุณกอดรัดฟัดเหวี่ยงแถมยังน้ำลายยืดใส่เสื้อเชิ้ตตัวโปรดเนี่ยนะ!”
ลลิลรีบยกมือขึ้นแตะมุมปากตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อเช็คความเรียบร้อย ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีหลักฐานปฏิเสธ
“อุ๊ย... เรื่องน้ำลายยืดนี่ฉันว่าคุณตาฝาดไปแล้วมั้งคะ ระดับฉันแล้ว ต่อให้เมาแค่ไหนก็ไม่มีทางทิ้งคราบอารยธรรมไว้บนเสื้อผ้าคนอื่นหรอกค่ะ” ลลิลเถียงหน้าตาย แม้ในใจจะแอบกรี๊ดสิบตลบเพราะจำได้เลาๆ ว่าตัวเองทำแบบนั้นจริงๆ
ภริดาแค่นเสียง “หึ” ออกมาในลำคอ ร่างระหงก้าวขึ้นมาบนเตียงอย่างไร้ความเกรงใจ เข่าข้างหนึ่งคุกเข่าลงบนที่นอนนุ่มจนฟูกยุบตัวลงไป สร้างแรงกดดันให้คนตัวเล็กกว่าต้องเอนหลังหนีอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ลอยมาปะทะแก้มจนลลิลต้องกลั้นหายใจ
“ปากเก่งจังนะคะ... เมื่อคืนตอนที่คุณร้องไห้งอแงบอกว่าไม่อยากกลับบ้านเพราะกลัวแม่บ่น เสียงยังไม่แจ๋วลื่นหูเท่าตอนนี้เลยนี่นา”
ดวงตาของลลิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ “วะ... ว่าไงนะคะ? ฉันเนี่ยนะร้องไห้งอแง? คุณจำคนผิดแล้วค่ะ ท่านประธานผู้ทรงเกียรติ คนอย่างลลิลไม่มีทางอ่อนแอให้ใครเห็นหรอกค่ะ!”
“จะปฏิเสธเหรอคะ?” ภริดายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ สายตาคู่สวยจับจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง “ตอนที่คุณบอกว่า... *‘ริดาขา ใจร้ายจัง ทำไมต้องดุด้วย’*... อยากให้ฉันเปิดคลิปเสียงที่คุณอัดไว้เตือนความจำไหมคะ ว่าสำเนียงตอนอ้อนวอนมันน่าเอ็นดูขนาดไหน”
ใบหน้าของลลิลร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เลือดสูบฉีดพุ่งขึ้นมารวมกันบนพวงแก้มจนแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะความอับอายจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด!
ให้ตายเถอะ... เธอดื่มจนขาดสติไปขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย ถึงขั้นหลุดปากเรียกชื่อเล่นเจ้านายแถมยังพูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนั้นออกไป!
“ฉัน... ฉันไม่ได้พูด!” ลลิลเสียงแข็งกลบเกลื่อนความรุกรน แม้ว่าใบหน้าที่แดงแจ๋จะทรยศคำพูดทุกอย่าง “คุณต่างหากที่ฝันไป! เลิกมโนแล้วถอยออกไปไกลๆ เลยนะคะ ฉันจะกลับห้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว!”
ลลิลเอื้อมมือหมายจะผลักไหล่บางของภริดาให้ออกห่าง แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ขัดจังหวะการปะทะคารมระหว่างคนทั้งสองอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของลลิลและภริดาเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
“ริดาครับ! คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า? ผมเองนะ... กรวีร์!”
ชื่อของแขกผู้มาเยือนยามวิกาล—เอ๊ย ยามเช้าตรู่—ทำให้ภริดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ในขณะที่ลลิลถึงกับหน้าถอดสี เพราะถ้ากรวีร์เปิดประตูเข้ามาเห็นเธอกำลังนั่งหัวยุ่งอยู่บนเตียงเดียวกับท่านประธานในสภาพนี้ล่ะก็... ข่าวลือเรื่องฉาวโฉ่คงบินว่อนตึกบริษัทเร็วกว่าจรวดแน่นอน!
“ตายแน่...” ลลิลพึมพำเสียงสั่น มือเล็กคว้าแขนภริดาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว “ไอ้คุณกรณ์มาทำบ้าอะไรตอนนี้เนี่ย!”
ภริดาก้มลงมองมือเรียวที่จิกอยู่บนแขนตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเลขาตัวแสบที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ดวงตาคู่คมมีความเจ้าเล่ห์พาดผ่านวบหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างทันท่วงที
“อยากรอดออกไปจากห้องนี้ไหมล่ะคะ?” ภริดากระซิบเสียงพร่าชิดริมหูของลลิล “ถ้าไม่อยากให้ข่าวคุณกับฉันไปนอนหน้าหนึ่งฟอร์เวิร์ดส่งต่อกันทั้งบริษัท... ก็ช่วยเงียบแล้วทำตามที่ฉันสั่ง... ไม่งั้นเราสองคนได้ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งสมใจแน่ค่ะ!”
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้สการ์เล็ตโรสคนนี้เสมอนะคะ
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 11
ตื่นมาพร้อมความทรงจำที่กระเจิง
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!