แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลใจกลางห้องบอลरूमสุดหรู สะท้อนกับเสียงดนตรีแจズคลอเบาๆ ที่ถูกกลบด้วยเสียงหัวoเราะและเสียงแก้วกระทบกันในงานฉลองครบรอบสามปีของบริษัท ภริดายืนไขว่ห้างถือแก้วแชมเปญอยู่ในมุมมืดของระเบียงกระจก สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจับจ้องไปยังฟลอร์เต้นรำด้านล่าง—และเป้าหมายในสายตาของเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเลขาฯ ตัวแสบที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ ทั้งงาน
ลลิลในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงผ่าข้างเผยให้เห็นเรียวขากลึงยาว ยืนถือแก้วค็อกเทลอยู่ท่ามกลางวงล้อมของบรรดาผู้บริหารหนุ่มโสดและแขกวีไอพี รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เจ้าตัวมักจะใช้ยั่วโมโหเธอเวลาอยู่ในห้องทำงาน ตอนนี้กำลังถูกแจกจ่ายให้กับผู้ชายพวกนั้นอย่างสิ้นเปลือง
"คุณลลิลนี่เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะครับ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน แต่ทำเอาหนุ่มๆ ในงานคอแห้งกันเป็นแถบ" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับการปรากฏตัวของกรวีร์ที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาประชิด
ภริดาเหลือบมองอดีตคู่หมั้นด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะจางหายไป "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ กรุณาไปคุยเรื่องโปรเจกต์กับฝ่ายการตลาด ไม่ใช่มา đứng สอดรู้เรื่องเลขาฯ ของดิฉันค่ะ"
กรวีร์หัวเราะในลำคออย่างไม่ใส่ใจกับวาจาเชือดเฉือนนั้น ดวงตาคมปลาบมองตามสายตาของภริดาไปยังจุดที่ลลิลกำลังหัวเราะคิกคักกับชายหนุ่มลูกชายเจ้าของธุรกิจนำเข้าสินค้ารายใหญ่ "ผมแค่หวังดี... กลัวว่าท่านประธานคนสวยจะเสียเพชรเม็ดงามไปให้คนอื่นซะก่อน โดยเฉพาะไอ้คุณนนท์คนนั้น ดูท่าทางจะจีบจริงจังเสียด้วย"
คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ภริดากลืนแชมเปญอึกใหญ่ลงคออย่างหงุดหงิด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก—ไม่ใช่ความหึงหวง... เธอปฏิเสธกับตัวเองทันที แต่มันคือความหมั่นไส้ต่างหาก! เลขาฯ ส่วนตัวของเธอมีหน้าที่จัดการเอกสารและชงกาแฟ ไม่ใช่มาทำตัวเป็นแม่ magnet ดึงดูดผีเสื้อสมุทรกลางงานเลี้ยงบริษัทแบบนี้
ทางด้านลลิลที่แอบชำเลืองมองทางมุมมืดเป็นระยะ เห็นสีหน้าถมึงทึงของท่านประธานสาวแล้วก็ลอบยิ้มสะใจในความสำเร็จ มีนตราที่ยืนอยู่ข้างๆ คอยสะกิดเตือนเบาๆ "แก... ฉันว่าท่านประธานหน้าหงิกจนจะกินหัวแกได้อยู่แล้วนะ ยัยลิน เพลาๆ มือหน่อยเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้โดนใช้งานจนไม่ได้ผุดได้เกิดหรอก"
"ก็ให้มันรู้ไปสิคะมีน ว่าคนสวยอย่างฉันจะยอมก้มหัวให้คนขี้เก๊กแบบนั้น" ลลิลกระซิบตอบเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ก่อนจะหันไปรับคำชมจากชายหนุ่มข้างกายที่เอ่ยปากชวนเธอไปออกสเต็ปบนฟลอร์
"ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับ คุณลลิล"
ทว่า ยังไม่ทันที่ลลิลจะได้ตอบตกลง ร่างสูงโปรสงระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับชายหนุ่มคนนั้นอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี
"ขอโทษนะคะ พอดีเลขาฯ ของฉัน *ไม่ว่าง*"
น้ำเสียงเย็นเยียบราดรดลงกลางวงสนทนาจนอุณหภูมิลดฮวบ ภริดากวาดสายตามองชายหนุ่มผู้โชคร้ายด้วยแววตาพิฆาต จนอีกฝ่ายต้องรีบยกมือขอโทษขอโพยแล้วถอยฉากหนีไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงลลิลที่ยืนกระพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อใส่เจ้านายสาว
"อ้าว ท่านประธาน... ลินกำลังคุยสนุกอยู่เลยนะคะเนี่ย มาขัดจังหวะแบบนี้ เสียมารยาทแย่เลยค่ะ" ลลิลเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย
ภริดากัดกรามแน่น ขยับเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของลลิลไว้แน่น ลากตัวเดินดุ่มๆ ออกจากฟลอร์ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่หันมามองเป็นตาเดียวกัน โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของใครทั้งสิ้น
"โอ๊ย! คุณริดา ลินเจ็บนะคะ ลากมามุมมืดนี่จะปล้นทรัพย์หรือไงคะเนี่ย" ลลิลแกล้งโวยวายเมื่อถูกดึงตัวเข้ามาหลบมุมบริเวณระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบและไร้ผู้คน
ภริดาผลักร่างบางให้ชิดติดกับผนังกระจกใส มือข้างหนึ่งค้ำยันกำแพงกันทางหนีไว้ ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความโกรธปนอารมณ์บางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ "สนุกมากไหมคะกับการไปยืนให้ผู้ชายแทะโลมกลางงานเลี้ยงบริษัทแบบนั้น หน้าที่เลขาฯ นี่รวมถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์ความสวยให้คนอื่นแทะเล็มด้วยหรือไง?"
ลลิลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววคุกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มอีกครั้ง เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่
"หึงเหรอคะ...?" ลลิลกระซิบถามสวนกลับด้วยน้ำเสียงแพรวพราว ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์ใบหน้าสวยเฉียบที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "หรือว่ากลัวคนอื่นจะรู้ว่าท่านประธานคนเก่ง กำลังแอบหวงเลขาฯ ของตัวเองอยู่กันแน่คะ"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าแลบแปล๊บเข้ามาในความรู้สึก ภริดานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง เธอเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ! ฉันแค่รักษากภาพลักษณ์ของบริษัท ไม่ได้มีเวลามานั่งเล่นขายของกับคุณหรอกนะ ลลิล!"
"ปากแข็งจังนะคะ..." ลลิลหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างได้ใจ เธอยื่นมือเรียวขึ้นไปแตะปลายคางมนของภริดาแผ่วเบา เป็นการกระทำที่ล้ำเส้นและอาจหาญที่สุดเท่าที่เลขาฯ คนไหนเคยกล้าทำกับประธานบริษัท "ถ้าไม่ได้คิดอะไร ทำไมต้องรีบเดินเข้ามาลากตัวลินออกมาจากตรงนั้นด้วยล่ะคะ หืม...?"
นิ้วเรียวไล้เบาๆ ที่กรอบหน้าของภริดา ทำเอาหญิงสาวเจ้าของฉายาประธานน้ำแข็งถึงกับตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับความกล้าหาญของคนตรงหน้า
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและหัวใจของทั้งสองคนเต้นรำไปพร้อมกับจังหวะที่ไม่เป็นจังหวะ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงทางเดิน
"ริดา... คุณอยู่นี่เอง ผมตามหาคุณซะทั่ว"
ร่างสูงของกรวีร์ก้าวพ้นมุมตึกออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาคมกวาดมองภาพที่ภริดากำลังยืนครอบงำลลิลติดผนังด้วยแววตาแปลกใจระคนสงสัย
ภริดาสดุ้งสุดตัว รีบผละถอยห่างจากลลิลทันทีราวกับถูกไฟลวก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกใจและอับอายที่เกือบจะหลุดอาการต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจ
**************************************************
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความปากแข็งของท่านประธานกันนะคะ! - สการ์เล็ตโรส
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 9
ปาร์ตี้บริษัทและการปะทะ
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!