เสียงทุบประตูปึงปังจากด้านนอกยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของภริดา แม้ว่านาทีนี้ความสนใจทั้งหมดของเธอจะถูกดึงดูดมายัง ‘สิ่งมีชีวิต’ ที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอนนุ่มฟูของเธอเองเสียแล้ว
ลลิลในยามนี้ไม่มีเค้าลางของเลขาฯ สาวปากเก่งผู้พร้อมจะต่อปากต่อคำกับท่านประธานอย่างเธอเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเนียนใสยามหลັບใหลดูไร้เดียงสาจนน่าประหลาด เส้นผมสีดำสนิทแผ่สยายอยู่บนหมอนใบโต ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับสนิทไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้... ทว่า สิ่งที่ตรึงสายตาคมกริบของภริดาเอาไว้ ไม่ใช่ท่านอนชวนมองนั้นหรอกนะคะ
แต่มันคือ ‘ร่องรอย’ บางอย่างที่ยังคงทิ้งไออุ่นเอาไว้บนหน้าผากของเธอต่างหาก
ภริดายกปลายนิ้วขึ้นแตะรอยสัมผัสปริศนาบริเวณกึ่งกลางหน้าผากเบาๆ หัวใจดวงที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของประธานสาววัยยี่สิบแปดปีกลับเต้นรัวผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ภาพความทรงจำเลือนรางจากช่วงดึกสงัดไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเธอจำได้เลือนรางว่ามีสัมผัสแผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อแตะลงมา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างริมหู...
*“ฝันดีนะคะ... เจ้านายคนสวย”*
“ยัยเด็กบ้าเอ๊ย...” ภริดาสบพึมพำกับตัวเองเบาๆ พวงแก้มเนียนขึ้นสีเรื่อโดยไม่รู้ตัว เธอรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ทั้งที่ปกติแล้วเธอคือคนที่คุมเกมได้ทุกสถานการณ์ แต่วันนี้เธอกลับเสียศูนย์ให้กับเลขาฯ ตัวแสบที่บังอาจมาขโมยความอบอุ่นไปจากเธอในยามวิกาล
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ลลิล! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ... ผมรู้ว่าริดาอยู่กับคุณที่นี่!”*
เสียงตะโกนและแรงเคาะประตูจากกรวีร์ที่ดังขึ้นอีกระลอก ทำเอาอารมณ์ฟุ้งซ่านเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ภริดาขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนน่ากลัว ผู้ชายคนนี้ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย กล้าดียังไงถึงมาบุกรุกห้องพักส่วนตัวของเธอแถมยังส่งเสียงโวยวายแต่เช้าตรู่แบบนี้
ในขณะที่ภริดากำลังจะก้าวเท้าเดินไปจัดการกับอดีตคู่หมั้นจอมตื๊อ แรงขยับตัวเล็กน้อยจากบนเตียงก็ทำให้เธอต้องชะงัก
ลลิลส่งเสียงครางอือฮือในลำคอ ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างสะลึมสะลือ เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสกับแสงสว่างยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ... ท่านประธาน” เสียงแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนเอ่ยทักทาย พร้อมกับรอยยิ้มงัวเงียที่ส่งมาให้แบบไม่ได้สำนึกเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไหน
“อรุณสวัสดิ์งั้นเหรอ ลลิล?” ภริดากลับมาใช้น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมตามแบบฉบับประธานสาวผู้เย่อหยิ่ง เธอกอดอกมองคนบนเตียงด้วยสายตาดุๆ “เธอช่วยกรุณาอธิบายหน่อยสิคะ ว่าทำไมเธอถึงมานอนอยู่บนเตียงของฉันได้ แล้วไอ้เรื่องเมื่อคืน... มันหมายความว่ายังไง”
ลลิลที่เพิ่งตั้งสติได้ เด้งตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที เส้นผมที่ยุ่งเหยิงยิ่งทำให้เธอดูกวนประสาทขึ้นไปอีกหลายเท่า เลขาฯ สาวกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหันมาสบตากับเจ้านายสาวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“เรื่องเมื่อคืน... เรื่องไหนล่ะคะ ริดาหมายถึงเรื่องที่ฉันยอมเสียสละคอยเช็ดตัวให้คุณทั้งคืน จนไข้ลด หรือว่าเรื่องที่ฉัน... เผลอทำอะไรเกินหน้าที่ไปนิดหน่อยกันแน่คะ?” ลลิลจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า ดวงตาระยิบระยับแพรวพราวไปด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นเจ้านายสาวหน้าตึง
“ลลิล!” ภริดาเสียงEตวาดแหวด้วยความเขินอายที่ถูกจี้จุด เธอไม่ชอบเลยจริงๆ เวลาที่ถูกยัยเด็กนี่มองทะลุปรุโปร่งแบบนี้ “เธอชักจะปากเก่งเกินไปแล้วนะ ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นเจ้านายเธอน่ะห๊ะ!”
“จำได้แม่นเลยค่ะ เจ้านายที่สวยแล้วก็ใจร้ายที่สุดในสามโลก” ลลิลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเข้ามาประชิดตัวภริดาอย่างไม่เกรงกลัว ร่างบางหยุดยืนห่างจากประธานสาวเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของลลิลโชยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนTheอบอ้าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน “แต่ถึงจะดุแค่ไหน... เมื่อคืนคุณก็กอดแขนฉันแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปนอนโซฟาเลยนะคะ”
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ริดา! เปิดประตูให้ผมเถอะครับ อย่าบังคับให้ผมต้องให้ทางโรงแรมเปิดห้องนะครับ!”*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระส่ำเมื่อครู่ให้แตกกระเจิง ภริดาสบถเบาๆ ในลำคอ เธอถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย กรวีร์ชักจะล้ำเส้นเกินไปใหญ่แล้ว
“จัดการปัญหานอกประตูให้เรียบร้อยก่อนเถอะค่ะ ค่อยมาสะสางบัญชีกับฉัน” ลลิลกระซิบกระซอiข้างหูภริดาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบชวนใจสั่น ก่อนจะผละถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมรอยยิ้มท้าทาย “ไม่งั้น... ฉันอาจจะเผลอเล่าให้คุณกรณ์ฟังก็ได้นะคะว่าเมื่อเช้าใครเพิ่งจะโดนฉันขโมยจุ๊บไป”
“เธอ...!” ภริดาถลึงตาใส่ด้วยความคาดโทษ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากต่อปาก ลลิลก็ชิงเดินเลี่ยงไปหยิบกระเป๋าถือของตัวเองหน้าตาเฉย
ภริดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติและความเยือกเย็นกลับคืนมา เธอจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูกับความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้า
มือเรียวบิดกลอนเปิดประตูห้องออกอย่างแรง ใบหน้าสวยเฉียบเปี่ยมด้วยรังสีอำมหิตพร้อมจะเผาผลาญทุกคนที่ขวางหน้า
“คุณกรณ์! คุณมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับห้องของฉ—”
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพียงแค่กรวีร์ผู้ชายหน้าingคนนั้น แต่ยังมีร่างสูงโปรดของใครอีกคนยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมาถึงเธอ
“สวัสดีค่ะ คุณริดา... ดูท่าทางคุณจะต้อนรับแขกได้น่าประหลาดใจดีนะคะ”
ดวงตากลมโตของภริดาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักของเธอพร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต... คือ ‘คุณหญิงวิภาดา’ แม่สามีเก่าในนาม และยังเป็นประธานใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเครือโรงแรมระดับประเทศ... ผู้ที่ไม่เคยเหยียบย่างมาต่างจังหวัดด้วยตัวเองเลยสักครั้ง!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ สการ์เล็ตโรสสัญญาว่าตอนหน้าแซ่บพริกสิบเม็ดแน่นอนค่ะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 18
รอยจุ๊บปริศนาตอนเช้า
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!