"คิดว่าถือคีย์การ์ดสำรองแล้วจะเท่มากหรือไงคะ คุณกรวีร์"
เสียงทุ้มต่ำของภริดาดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องพักวีไอพีขนาดกะทัดรัด รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าหล่อเหลาของกรวีร์ยังไม่ทันจางหายดี ประธานสาวก็ก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวเขา รัศมีคุกคามแผ่ซ่านจนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศในห้องตอนนี้อึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องประชุมบอร์ดบริหาร ลลิลที่ยืนอยู่ข้างเตียงนอนยправлениеตัวเล็กน้อย มือเรียวกำชายเสื้อสูทของตัวเองแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวกรวีร์จะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์อันล่อแหลมเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะสายตาของภริดาในตอนนี้... มันดุร้ายและทรงพลังเสียจนเธอไม่กล้าสบตา
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณริดา ผมก็แค่..." กรวีร์หัวเราะกลบเกลื่อน พยายามมองข้ามไหล่บางของภริดาไปยังร่างของเลขาฯ สาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลัง "เห็นว่าเอกสารอนุมัติงบโครงการรีสอร์ตมันด่วนมาก กลัวว่าพรุ่งนี้เช้าจะไม่ทันเซ็น ผมเลยหวังดีเอามาให้ถึงมือ... แต่ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าคุณสองคนจะมี 'ธุระด่วน' แบบนี้"
คำว่า 'ธุระด่วน' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำพักน้ำแรงที่จงใจสื่อความหมายไปในทางต่ำทราม ภริดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วชา เธอกวาดสายตาคมกริบมองแฟ้มเอกสารในมือของกรวีร์ ก่อนจะกระชากมันมาถือไว้เองด้วยความรุนแรงจนกระดาษด้านในยับย่น
"รับทราบเอกสารเรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญกลับห้องของคุณไปได้แล้ว" ภริดาเอ่ยไล่เสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "แล้วก็... ครั้งหน้าช่วยเคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่นด้วยนะคะ มารยาทพื้นฐานแบบนี้ หวังว่านักธุรกิจระดับคุณคงไม่ต้องให้ฉันสอนซ้ำ"
กรวีร์หน้าเสียไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนประสาทกระตุกค้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองที่ฉายชัดในแววตา "ปากดีแบบนี้ ระวังจะเสียท่าให้เลขาฯ ตัวเองเข้าสักวันนะครับคุณประธาน... ราตรีสวัสดิ์"
ชายหนุ่มโยนคำพูดทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบ ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปังใหญ่สะเทือนขวัญ
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ภายในห้องพักแคบๆ กลับยิ่งเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ภริดายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แผ่นหลังบางหันมาหาลลิลที่ยังยืนตัวเกร็งอยู่ตรงมุมเตียง
ประธานสาวหันขวับมามองเลขาฯ ของตนด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนและร้อนรุ่มยิ่งกว่า กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโลชั่นบำรุงผิวจากตัวของลลิลลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดนี้ ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของภริดาตื่นตัว
"คุณลิน..." ภริดาเรียกชื่อนั้นด้วยเสียงที่แหบพร่าลงกว่าปกติ ก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือสาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
ลลิลถอยหลังไปเรื่อยๆ จนสะโพกชนเข้ากับขอบเตียงนอนนุ่ม "ค่ะ... ท่านประธาน มองฉันแบบนั้นทำไมคะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็คุณกรวีร์เขาพรวดพราดเข้ามาเองนี่นา"
"ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น" ภริดาหยุดยืนห่างจากร่างบางเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตสีนิลจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของลลิล "ฉันกำลังหมายถึง... เมื่อกี้ ตอนที่เขาก้าวเข้ามา ทำไมเธอถึงต้องตัวสั่นขนาดนั้น กลัวว่าเขาจะรู้ความจริง หรือว่า... กลัวว่าเราจะไม่ได้ทำต่อจนจบเรื่องล่ะคะ"
คำถามยั่วเย้าที่เต็มไปด้วยความถือดีทำให้ลลิลเลือดขึ้นหน้า ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความพยศตามธรรมชาติของเธอ สาวเจ้าเชิดหน้าขึ้นสู้ทันที ไม่ยอมให้เจดีย์ความมั่นของตัวเองต้องพังทลายต่อหน้าผู้หญิงปากแข็งคนนี้เด็ดขาด
"ถ้าฉันจะกลัว... ก็คงกลัวว่าท่านประธานจะเผลอใจไปกับฉันมากกว่ามั้งคะ" ลลิลสวนกลับด้วยรอยยิ้มท้าทาย ปลายนิ้วเรียวแกล้งแตะลงบนปกเสื้อสูทของภริดาอย่างถือวิสาสะ ไล้เบาๆ ผ่านเนื้อผ้าแพรราคาแพงจนคนตัวสูงกว่าต้องสะดุ้งเฮือก "ดูหัวใจคุณตอนนี้สิคะ... เต้นแรงยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องประชุมซะอีกนะ"
ภริดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ นั้นเฉียดผ่านผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้า ความร้อนจากสัมผัสเพียงเล็กน้อยกลับแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง เธอยื่นมือออกไปรวบข้อมือเล็กของลลิลไว้แน่น บีบมันเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่ทว่าแรงกดนั้นกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
"ปากเก่งนักนะ ลลิล..." ภริดากระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนลลิลต้องหลับตาลงด้วยความวาบหวิว "คิดว่าฉันไม่กล้าจัดการเธอใช่ไหม หืม?"
"ถ้าคิดจะจัดการ... ก็ลองดูสิคะ" ลลิลกระซิบตอบเสียงสั่น พลางใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่โอบรอบลำคอระหงของภริดาไว้เป็นหลักยึดเหนี่ยว "แต่บอกไว้ก่อนนะ... เตียงนี้มันแคบมาก และถ้าเราล้มลงไปด้วยกัน ฉันไม่รับประกันหรอกนะคะว่าคุณจะรอดออกไปจากที่นี่สภาพไหน"
ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่านทำให้สติของภริดาขาดผึ่ง กลีบปากอิ่มสีระเรื่ออยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจยิ่งกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดในโลก ปราการอันแข็งแกร่งที่ประธานสาวใช้ปกป้องหัวใจมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา
ภริดาไม่รอช้าอีกต่อไป เธอกดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของลลิลทันทีอย่างเอาแต่ใจ ความนุ่มนวลในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดุดันเมื่อลิลลี่ตอบรับสัมผัสอย่างไม่ยอมแพ้ มือบางจิกทึ้งลงบนกลุ่มผมยาวสลวยของประธานสาว ดึงรั้งให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจระคนความกระเส่าดังคลอเคล้าไปกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งนอกหน้าต่าง ความมืดสลัวในห้องพักวีไอพีขับเน้นให้ทุกสัมผัสชัดเจนและลึกซึ้งจนแทบขาดใจ
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและเคมีที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้งในยามวิกาล พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกัก
"คุณริดาครับ! คุณหลับหรือยัง? เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องควบคุมระบบของรีสอร์ตแล้วครับ!"
เสียงของเลขาฯ หนุ่มอีกคนดังทะลุประตูเข้ามา ทำเอาภริดาและลลิลที่กำลังกอดก่ายกันอยู่บนเตียงต้องผละออกจากกันด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยเฉียบของประธานสาวแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกและอารมณ์ค้างเติング ขณะที่ลลิลรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลาน
ภริดากำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตูและกระชากเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมายจะเอาเรื่องคน1หน้าไหนที่บังอาจมาขัดขวางช่วงเวลาแบบนี้
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อผู้ที่ยืนอยู่ไม่ใช่เลขาฯ หนุ่มอย่างที่รายงาน แต่เป็น...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของสการ์เล็ตโรสเสมอนะคะ
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 15
เตียงเดียวกันมันอันตราย
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!