แสงแฟลชจากสื่อมวลชนที่กะพริบถี่รัวราusingกับพายุฝนฟ้าคะนองด้านนอก ทำเอาลลิลแทบอยากจะย่อตัวหายไปจากตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าสัญชาตญาณของการเป็นเลขาฯ เฉพาะกิจ (ที่ไม่ได้ตั้งใจ) กลับสั่งให้เธอยืนหยัดอยู่ข้างกายท่านประธานสาวผู้กำลังตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่เลขาฯ หนุ่มอย่างที่รายงาน แต่เป็น "กรวีร์" อดีตคู่หมั้นหนุ่มพ่วงตำแหน่งประธานคู่แข่งทางธุรกิจ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ถูกส่งมาให้ภริดานั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนลลิลเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
"บังเอิญจังนะครับคุณริดา ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่งานเลี้ยงส่วนตัวแบบนี้ หรือว่า... แอบมาเดตกับเลขาฯ คนใหม่กันแน่ครับ?" กรวีร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาท สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจลลิลหัวจรดเท้าด้วยความประเมินและเหยียดหยามเล็กๆ
ภริดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งตวัดมองอดีตคู่หมั้นอย่างไม่เกรงกลัว ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปก้าวขึ้นมาบังลลิลไว้ครึ่งตัวโดยอัตโนมัติ
"ถ้าสายตาของคุณยังปกติพอจะแยกแยะออก กรวีร์... นี่คือเวลาทำงาน และฉันไม่มีความจำเป็นต้องมารายงานเรื่องส่วนตัวให้คนที่ 'หมดสิทธิ์' รู้" ภริดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เชือดเฉือนจนคู่สนทนารอยยิ้มค้าง
ลลิลที่ยืนอยู่ด้านหลัง เผลอเม้มปากกลั้นยิ้มให้กับความปากร้ายของเจ้านายตัวเอง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างประหลาดกับความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านขึ้นมาในอก... เมื่อครู่ ท่านประธานปกป้องเธอใช่ไหมนะ?
บรรยากาศในงานเริ่มตึงเครียดขึ้นจนผู้คนรอบข้างต้องถอยร่น แต่ก่อนที่กรวีร์จะได้สวนกลับ ฝนห่าใหญ่ด้านนอกก็เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม พร้อมๆ กับเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ว่าระบบไฟฟ้าในตัวอาคารกำลังมีปัญหาเนื่องจากพายุเข้า
"ดูท่าทางฟ้าดินจะไม่เป็นใจให้เราคุยกันนานแล้วล่ะครับคุณริดา... ระวังตัวด้วยนะครับ ถนนลื่น รถน่าจะติดมหาศาลทีเดียว" กรวีร์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยก่อนจะเดินเลี่ยงหายไปกับกลุ่มบอดี้การ์ด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภายในห้องโดยสารของรถยนต์หรูส่วนตัวของประธานสาว บรรยากาศกลับเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่าง และเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ รถเบนซ์สีดำสนิทติดฟิล์มทึบกำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าทีละนิดอย่างยากลำบากท่ามกลางสภาพการจราจรที่เป็นอัมพาตกลางกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
ภริดานั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหลัง ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงบึ้งตึง มือเรียวถอดแว่นกันแดดออกก่อนจะนวดขมับเบาๆ ความเครียดสะสมจากเรื่องงานและเหตุการณ์เมื่อครู่กำลังรุมเร้า
"ท่านประธาน... ปวดหัวเหรอคะ?" เสียงหวานเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ จากเบาะหน้า ลลิลหันกลับมามองด้วยความกังวล
"ขับรถไปเถอะน่า ยัยตัวแสบ... ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงฉันหรอก" ภริดาตอบเสียงแข็ง แต่น้ำเสียงไม่ได้มีความดุร้ายอย่างที่เคยเป็น
"ก็เห็นหน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้น ใครจะไม่ห่วงล่ะคะ อีกอย่าง... วันนี้ขอบคุณนะคะที่ช่วยพูดตอกหน้าตานั่นให้" ลลิลพูดยิ้มๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟนีออนจากท้องถนนด้านนอก
ภริดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงคู่นั้น เธอดึงสายตากลับแทบไม่ทัน พวงแก้มเนียนแอบขึ้นสีแดงจางๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความร้อนในรถหรือฤทธิ์ของความเขินอายกันแน่
"ฉันไม่ได้ช่วยเธอ ฉันแค่รำคาญตา... คนอะไร เถียงฉานฉอดๆ แต่พอเจอคนแบบกรวีร์กลับยืนแข็งทื่อเป็นหิน" ภริดาเชิดหน้าขึ้นหาเรื่องกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดในอก
"อ้าว! ก็เขาเล่นใหญ่ใส่ซะขนาดนั้น นึกว่าพระเอกมิวสيكวิดีโอเศร้าๆ ซะอีกนี่คะ... ว่าแต่..." ลลิลเว้นจังหวะ หันตัวมามองเจ้านายสาวเต็มตา แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย "...ทำไมคุณริดถึงดูเกลียดคุณกรณ์ขนาดนั้นล่ะคะ? ทั้งที่เมื่อก่อน... เคยเกือบจะแต่งงานกันไม่ใช่เหรอ?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในรถดิ่งลงวูบหนึ่ง ภริดานิ่งเงดไปนานจนลลิลนึกว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบเสียแล้ว มือเรียวที่วางอยู่บนตักบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว
"เธออยากรู้เรื่องชาวบ้านเขาไปซะหมดทุกเรื่องเลยรึไง ลลิล..." ภริดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด มีเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย่อหยิ่ง
"ไม่ได้อยากรู้เรื่องชาวบ้านค่ะ... แต่อยากรู้เรื่องของ 'คุณภริดา' ต่างหาก" ลลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงจังจนน่าตกใจ ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่ภริดาอย่างสื่อความหมาย "เพราะเวลาที่เจ้านายของฉันทำหน้าเศร้า... มันน่ารำคาญลูกตามากกว่าเวลาดุฉันซะอีกนะคะ"
ภริดาหันขวับมามองเลขาฯ สาว หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดธรรมดาๆ แต่กลับทรงพลังและเจาะทะลวงกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปีได้อย่างง่ายดาย
"เธอไม่เข้าใจหรอก... ลิน" ภริดาถอนหายใจยาวออกมาอย่างยอมจำนน เอนหลังพิงเบาะนุ่ม ปล่อยให้ความเปราะบางที่ปิดตายไวรั่วไหลออกมาในความมืดของห้องโดยสาร "ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจที่ต้องเข้มแข็ง... มันเหนื่อยนะ รู้ไหม? ทุกคนมองว่าฉันคือเพชรที่ไม่มีวันแตกสลาย แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า... ข้างในฉันมันร้าวมานานแค่ไหนแล้ว"
ลลิลเม้มปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างตีตั้นขึ้นมาในลำคอ มือเรียวตัดสินใจเอื้อมข้ามคอนโซลกลางไปสัมผัสหลังมือของประธานสาวที่วางอยู่เบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ภริดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือหนี
"ถ้ามันร้าว... ก็ไม่ต้องฝืนถือไว้นะคะ" ลลิลกระซิบเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายฝน "อย่างน้อย... ตรงนี้ก็มีฉันที่เป็นเลขาฯ จอมกวนประสาทของคุณ คอยรองรับความเหวี่ยงวีนของคุณได้ตลอดเวลา... ไม่ว่าโลกใบนี้จะใจร้ายกับคุณแค่ไหนก็ตาม"
ภริดานิ่งงันไป น้ำตาคลอเบ้าอย่างไม่รู้ตัว เธอไม่เคยเปิดใจให้ใครเห็นมุมนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ? ความอบอุ่นจากมือของเด็กสาวตรงหน้ากำลังหลอมละลายน้ำแข็งในใจเธอทีละน้อย ความรู้สึกพุ่งพล่านบางอย่างที่ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความโหยหาและความผูกพัน กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย
ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กันโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างลมหายใจลดลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อน ภริดามองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดก่อนหน้านี้ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววความหวั่นไหวไม่แพ้กัน
หัวใจของภริดาเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องด้านนอก เธอเป็นคนควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้เสมอ แต่ทำไมเวลานี้... เธอกลับควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้เลยสักนิด?
ติ๊ง!
เสียงข้อความมือถือดังขึ้นทำลายความเงียบงันและดึงสติทั้งคู่ออกจากภวังค์สีชมพู ภริดากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะรีบผละออกด้วยความเขินอาย เม้มริมฝีปากแน่นแล้วเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกกระจกที่ฝนยังคงตกหนัก
ลลิลเองก็หน้าแดงก่ำ รีบหันกลับมาตั้งสติจับพวงมาลัยรถแก้เก้อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่า... ในจังหวะที่ลลิลเอื้อมมือไปปรับแอร์เพื่อกลบเกลื่อนความเงียบ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของภริดาที่วางอยู่บนคอนโซลก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด...
ชื่อบนหน้าจอทำเอาลลิลชะงักกึก ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่วับหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง
เพราะชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอนั้น... คือชื่อของ **"มีนตรา"** เพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง! และข้อความแจ้งเตือนไลน์ที่เด้งตามมาติดๆ ยิ่งทำให้ลลิลต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
*[มีน: แก... ฉันยอมรับความจริงแล้ว ว่าคนที่ฉันแอบชอบและพยายามเข้าหามาตลอด... คือท่านประธานภริดาคนนั้นแหละ!]*
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "สการ์เล็ตโรส" เสมอมานะคะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 16
ฝนตก ถนนลื่น และความรู้สึกพุ่งพล่าน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!