กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบมานาเข้มข้น ลอยอวลอยู่เหนือลานน้ำพุตรากิลด์หลวงแห่งเซเรเนีย เมืองหลวงของเกม *Aethelgard Online* ที่ควรจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายและการรวมตัวของผู้เล่น กลับเนืองแน่นไปด้วยบรรยากาศอันน่าอึดอัด แรงกดดันระดับสูงจากกลุ่มผู้เล่นลำดับต้นๆ ของเซิร์ฟเวอร์แผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นความร้อนที่บิดเบือนอากาศให้สั่นไหว
“เด็กใหม่ไร้นามอย่างแก คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าอาจหาญเดินเข้าออกห้องคลังแสงลับของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬได้ตามอำเภอใจ?”
เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากร่างสวมเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิท ประดับลวดลายเสือดาวคำราม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้เล่นระดับท็อป 100 ของเซิร์ฟเวอร์ นามว่า ‘กรอฟ’ รองหัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬ เขาจ้องมองเรย์ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังพิจารณาแมลงตัวเล็กๆ ที่บังเอิญไต่ขึ้นมาบนโต๊ะอาหารหรู
เรย์ยืนนิ่งสงบ มือเรียวบางข้างหนึ่งไขว้ไว้ด้านหลัง ขณะที่ดวงตาสองสีคู่คมกริบกวาดมองกลุ่มผู้เล่นนับสิบคนที่ยืนล้อมวงเข้ามา ปิดตายทุกเส้นทางถอยหนีในรัศมีสิบเมตร ความนิ่งเงียบของเรย์ไม่ได้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกรงกลัว กลับยิ่งจุดเพลิงโทสะในใจของพวกผู้เล่นเก่าให้ลุกโชนขึ้นไปอีก เพราะในสายตาของคนที่เล่นเกมนี้มาตั้งแต่ช่วงอัลฟาเทสต์ ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งล็อกอินเข้ามาไม่กี่วันแต่กลับสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่จับ T ของระบบ ถือเป็น ‘หนามยอกอก’ ที่ต้องรีบกำจัดให้สิ้นซาก
“ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมไล่จับเด็กอนุบาลหรอกนะคะ ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ขอตัวค่ะ” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แฝงความเย็นชาไว้เบาบาง แต่ทุกคำพูดกลับชัดเจนและบาดลึกถึงกระดูกดำ
“ปากดีนักนะ! แกคิดว่าการที่พวกผู้เล่นสายซัพพอร์ตหรือพวกบอสระดับล่างยอมก้มหัวให้ในดันเจี้ยนเขตชายแดน จะทำให้แกผยองในเมืองหลวงแห่งนี้ได้งั้นเหรอ?” กروفก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว ดาบใหญ่ในมือของเขาถูกลากครูดไปกับพื้นหิน ส่งเสียงแสบแก้วหูเรียกความสนใจจากผู้เล่นรอบข้างที่เริ่มหยุดเดินและหันมามุงดูเหตุการณ์
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกะพริบวาบขึ้นที่มุมขวาบนของสายตาเรย์—*‘ผู้เล่น [กรอฟ] ทำการส่งคำท้าดวลอย่างเป็นทางการ (PVP Arena Rule: อาณาเขตเมืองหลวง) หากปฏิเสธ จะถูกลดค่าชื่อเสียงลง 30% และถูกจำกัดสิทธิ์เข้าใช้งานตลาดประมูลเป็นเวลา 72 ชั่วโมง’*
นี่ไม่ใช่การท้าทายด้วยความคะนอง แต่มันคือ ‘การกลั่นแกล้งเชิงระบบ’ ที่วางแผนมาอย่างแยบคาย เพื่อบีบให้เรย์ต้องเสียชื่อเสียงไม่ว่าจะเลือกทางไหน
เซน ซึ่งยืนพิงเสาหินอ่อนห่างออกไปไม่ไกลนัก ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีเข้มหรี่ลง รังสีอำมหิตที่กดดันจนอากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างของกิลด์มาสเตอร์หนุ่ม แต่ก่อนที่เซนจะได้ก้าวเท้าเข้ามาแทรกแซง เรย์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม พร้อมกับส่งสายตาปรามที่สื่อความหมายว่า *‘ฉันจัดการเองได้’* ไปยังคู่คิดหนุ่ม
เรย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับกรอฟอีกครั้ง มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาความอบอุ่นไม่ได้
“การลดค่าชื่อเสียงและปิดกั้นตลาดประมูล... เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไร้ซึ่งชั้นเชิงเอาเสียเลยนะคะ สำหรับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เล่นระดับสูงรุ่นบุกเบิก” เรย์เอ่ยพางเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากการประมวลผลข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว
“แกกล้าดูถูกพวกฉันงั้นเรอะ!” กروفคำรามลั่น เงื้อดาบใหญ่ขึ้นพาดบ่า กล้ามเนื้อที่พอกพูนด้วยไอเทมระดับตำนานเกร็งนูน
“ไม่ได้ดูถูกหรอกค่ะ แค่พูดตามข้อเท็จจริงที่คำนวณจากสถิติ ความสามารถในการต่อสู้ของพวกคุณในตอนนี้... อยู่ในระดับที่เรียกว่า ‘ถดถอยตามกาลเวลา’ ต่างหากล่ะคะ” เรย์ก้าวเท้าเดินวนรอบตัวกรอฟช้าๆ ราวกับนักล่ากำลังสำรวจเหยื่อ “ใช้เวลาสามปีในเกมนี้เพื่อสะสมไอเทมระดับสูง แต่กลับไม่มีปัญญาคิดค้นคอมโบสกิลใหม่ๆ อาศัยแค่พลังดิบจากสเตตัสและบาเก็ตจากกิลด์ใหญ่คอยหนุนหลัง แบบนี้เขาไม่เรียกว่าโปรหรอกนะคะ... เขาเรียกว่า ‘ไดโนเสาร์รอวันสูญพันธุ์’ ต่างต่างหาก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนรอบข้าง หลายคนปิดปากกลั้น3เสียงหัวเราะ ส่วนพวกพ้องของกรอฟต่างหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดปูดโปน
“ปากดีนักนะ แกคิดว่ามีดีแค่ไหนเชียว ถึงกล้าท้าทายกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ!” กروفตวัดดาบชี้หน้าเรย์ “ถ้าแน่จริง รับคำท้าดวลแบบเดิมพันไอเทมซะ! ถ้าแกแพ้ ต้องคุกเข่าขอโทษกลางลานเมือง และทิ้งอาวุธทั้งหมดที่มีให้พวกฉัน!”
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงชั่วขณะ แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่ร่างของเรย์จากทุกทิศทาง ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของอดีตโปรเพลเยอร์สาวกลับยิ่งเด่นชัดขึ้น ความตื่นเต้นเร้าใจที่ไม่ได้สัมผัสมานานกำลังสูบฉีดไปทั่วร่าง
“เงื่อนไขน่าสนใจดีนี่คะ...” เรย์เอ่ยพร้อมกับกดปุ่มยอมรับคำท้าดวลผ่านหน้าต่างระบบ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นคลุมร่างของทั้งสองคน บ่งบอกว่าเขตอาคมการประลองแบบยุติธรรมถูกเปิดใช้งานแล้ว “แต่ถ้าฉันชนะ... ฉันไม่ได้ต้องการไอเทมไร้ค่าของพวกคุณหรอกนะคะ”
กรอฟขมวดคิ้ว “แล้วแกต้องการอะไร?”
เรย์ก้าวถอยหลังไปสามก้าว จัดปกเสื้อคลุมให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายตรงๆ ด้วยแววตาสمบูรณ์แบบไร้ช่องโหว่
“ฉันต้องการสิทธิ์ขาดในการเข้าถึงฐานข้อมูลลับทั้งหมดของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ... และคำขอโทษผ่านประกาศเซิร์ฟเวอร์จากหัวหน้ากิลด์ของคุณ ว่าพวกคุณมันก็แค่ ‘ผู้เล่นเก่าที่ไร้น้ำยา’”
สิ้นคำพูดของเรย์ เสียงระฆังเตือนการเริ่มการประลองก็ดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งจัตุรัสกลางเมืองหลวง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ดาบยักษ์ของกรอฟจะเหวี่ยงลงมาสัมผัสพื้น... หน้าจอระบบของเรย์และเซนกลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีทองอร่ามขึ้นพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ—*‘[System Alert]: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดลับจากภายนอก ผู้เล่น [เรย์] ได้ปลดล็อกเงื่อนไขลับสุดยอด [ประตูมิติแห่งบรรพกาล - ชั้นที่ 0] ดันเจี้ยนระดับ SSS ที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์กำลังจะเปิดฉากขึ้น ณ เบื้องล่างใต้เท้าของพวกท่านในอีก... 3... 2... 1...’*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว•ตอนที่ 8
การดูถูกของเหล่าผู้เล่นเก่า
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!