ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว•ตอนที่ 26

การเจรจาต่อรองแบบฉลาดแกมโกง

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
"ดูเหมือนว่า... พวกเราจะได้ผู้ชมกลุ่มใหม่มาช่วยสร้างความบันเทิงให้การเดตของเราสนุกขึ้นอีกเยอะเลยนะคะ" เสียงกระซิบที่เจือรอยยิ้มมุมปากของเซนดังแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบศาลาพักผ่อนโบราณแห่งนี้ เรย์ไม่ได้หันไปมองกลุ่มผู้เล่นสวมเกราะเหล็กหนักที่ตราสัญลักษณ์หน้าอกปักรูป ‘หอกไขว้ดาวกระจาย’ ของกิลด์ใหญ่อย่าง *ยุทธภพโลหิต* เธอเพียงแค่ยกถ้วยชาเซรามิกสีนวลขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นเลนส์เวทมนตร์กวาดมองตัวเลขค่าสถานะและพิกัดบนมินิแมปที่กำลังกะพริบเตือนสีแดงฉาน ห้าคน... ไม่สิ เจ็ดคนถ้ารวมมือธนูที่ซุ่มอยู่บนยอดไม้เบื้องบน สำหรับคนทั่วไป การถูกผู้เล่นระดับท็อปจากกิลด์ใหญ่ล้อมกรอบในเขตดันเจี้ยนระดับสูงย่อมเป็นฝันร้าย แต่สำหรับอดีตโปรเพลเยอร์ที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนอย่างเรย์ นี่คือ ‘โอกาสทอง’ ในการบริหารต้นทุนที่ต่ำที่สุดเพื่อผลกำไรที่สูงที่สุดต่างหาก "พวกแกคือเรย์กับเซนสินะ? สลักชื่อในประกาศิตตามล่าหัวข้อประกาศค่าหัวของกิลด์เรา ตั้งใจจะมอบตัวดีๆ หรือจะให้พวกฉันสับเป็นชิ้นๆ แล้วเก็บไอเทมดรอปทีละชิ้นดีล่ะ?" หัวหน้าหน่วยสอดแนมร่างยักษ์ นามว่า *พยัคฆ์ทมิฬ* ก้าวออกมาพร้อมกับขวานยักษ์เรืองแสงสีแดงฉาน แรงกดดันจากสกิลคลาสทหารคลั่งแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวสั่นไหว เรย์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หินอ่อน เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามอง เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่การเจรจาต่อรองบนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย "การจะฆ่าใครสักคนในเขตปลอดภัยระดับกลางแบบนี้... ทางกิลด์ยุทธภพโลหิตได้คำนวณค่าสถานะติดสถานะ 'อาชญากร' และอัตราการดรอปไอเทมสวมใส่ทั้งหมดสามสิบเปอร์เซ็นต์เมื่อถูกวิญญาณอาฆาตเล่นงานไว้แล้วหรือยังคะ?" น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับแฝงไปด้วยตรรกะอันคมกริบจนพยัคฆ์ทมิฬชะงักไปชั่วขณะ "เห ปากดีนักนะอีตัวดี! คิดจะเอาตัวรอดด้วยจิตวิทยาตื้นๆ งั้นเหรอ? ต่อให้ติดสถานะอาชญากร แค่พวกฉันได้หัวของแกไปส่งเควสต์ นายท่านก็ตบรางวัลให้คุ้มค่าความเสี่ยงแล้ว!" พยัคฆ์ทมิฬคำรามลั่น ยกขวานขึ้นพาดบ่า เซนที่นั่งเงียบมาตลอดขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงโปรดปรานในชุดคลุมสีเงินยวดยวงขยับเข้าไปบังมุมอับสายตาของมือธนูบนต้นไม้ให้เรย์โดยธรรมชาติ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นมองตรงไปยังหัวหน้ากิลด์ยุทธภพโลหิตด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองฝุ่นผงไร้ค่า "ถ้าคิดว่าคุ้ม... ทำไมไม่ลองคิดดูใหม่อีกสักนิดล่ะครับ ว่าระหว่างการลากพวกเรากลับไปรับรางวัลเศษเสี้ยว กับการได้ 'ข้อมูลลับ' ที่จะทำให้กิลด์ของพวกคุณผูกขาดดันเจี้ยนชั้นสิบสอง... อย่างไหนมันทำกำไรให้กิลด์ได้มากกว่ากัน?" คำพูดของเซนทำให้บรรยากาศรอบศาลาเงียบงันลงทันตาเห็น บรรดาลูกน้องด้านหลังเริ่มหันหน้าปรึกษากันเอง เรย์ลอบอมยิ้มในใจ เซนรู้วิธีขว้างเหยื่อล่อปลาตัวใหญ่เสมอ การสร้างสถานการณ์ให้ศัตรูลังเลคือหัวใจสำคัญของการเจรจาต่อรองแบบฉลาดแกมโกง เธอยกมือขึ้นห้ามเซนเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดึงดูดใจ "พวกคุณกำลังตามหา ‘กุญแจศิลาแห่งอัคคี’ เพื่อเปิดประตูชั้นลึกสุดของดันเจี้ยนหุบผาเพลิงใช่มั้ยคะ? น่าเสียดายจัง... ที่เบาะแสล่าสุดบอกว่า มันไม่ได้อยู่ในซากปรักหักพัง แต่ดันอยู่ในกระเป๋าของฉันที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะคะ" เรย์เปิดหน้าต่างอินเวนทอรีจำลองให้แสงสีส้มอมแดงของไอเทมระดับตำนานส่องประกายวาววับออกมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปิดลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาของพยัคฆ์ทมิฬเบิกกว้าง ความโลภปรากฏชัดเจนบนใบหน้าหยาบกร้าน "แก... แกได้มันมาได้ยังไง!" "เรื่องนั้นไม่สำคัญค่ะ สำคัญอยู่ที่ว่า... พวกคุณจะเลือกอะไร ระหว่างเข้าปะทะกับพวกเรา เสียเวลา เสียไอเทม และอาจจะมือเปล่ากลับไปแถมโดนกิลด์ใหญ่หักคะแนนความดีความชอบ หรือ..." เรย์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดัน "มาทำ 'สัญญาพันธมิตรชั่วคราว' แลกกับการที่เราจะพาพวกคุณเดินลัดเลาะฝ่าด่านกลไกไปหยิบสมบัติชั้นในสุด โดยที่กิลด์ของพวกคุณไม่ต้องเสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว" นี่คือกลยุทธ์การเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสที่แยบคายที่สุด เรย์ไม่เพียงแต่ใช้เล่ห์เหลี่ยมถ่วงเวลา แต่เธอยังใช้ความโลภและข้อมูลที่พวกมันต้องการมาเป็นเครื่องต่อรองผูกมัดศัตรูให้กลายเป็น "โล่มนุษย์" จำFยอมในคราวเดียวกัน พยัคฆ์ทมิฬกัดฟันกรอด สมองอันน้อยนิดกำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง การปะทะกับนักวิเคราะห์ฝีมือดีและชายหนุ่มลึกลับที่อ่านทางไม่ออก อาจทำให้พวกเขาพังไม่เป็นท่า แต่ถ้าข้อเสนอของเเปรเป็นจริง... ผลงานครั้งนี้จะทำให้เขาเลื่อนขั้นเป็นรองหัวหน้าหน่วยได้อย่างแน่นอน "แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าพวกแกจะไม่ตุกติกกลางทาง?" พยัคฆ์ทมิฬหรี่ตามองอย่างระแวง เรย์หยิบกระดาษสัญญาเวทมนตร์สีทองอร่ามออกมาจากกระเป๋า ยื่นออกไปตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "สัญญาพันธมิตรเลือด... หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตุกติก ระบบจะทำการลดเลเวลลงสิบลดทันที แฟร์พอสำหรับพวกคุณไหมคะ?" เซนมองท่าทีอันเฉียบขาดของเรย์ด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น ความสามารถในการควบคุมเกมการเจรจาโดยที่ตัวเองถือไพ่เหนือกว่าทั้งที่ตกเป็นเป้าหมาย ทำให้หัวใจของ AI ระดับสูงเต้นระรัวอย่างประหลาด... เป็นความรู้สึกที่ประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆ ในขณะที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังจะยื่นมือออกไปจรดปากกาลงบนสัญญาเวทมนตร์ เพื่อยอมจำนนต่อข้อเสนออันชาญฉลาดของเรย์นั้นเอง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมไม่ได้ดังขึ้นที่หน้าจอของเรย์หรือเซน แต่มันดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งทวีปเสมือนจริง จนทำให้ท้องฟ้าเหนือหุบผาเพลิงเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มข้นในพริบตา! [ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้เล่นปริศนา" ที่ทำการปลดผนึกเขตต้องห้ามชั้นที่สิบสามสำเร็จล่วงหน้า] [เตือนภัยระดับ SSS: บอสบรรพกาล "มังกรทมิฬแห่งปฐพี" ได้ตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายแรกในการทำลายล้างของมัน คือพิกัดปัจจุบันของท่าน!] เรย์ชะงักค้าง รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองหน้าจอเรดาร์ที่ตอนนี้ปรากฏจุดสีแดงขนาดมหึมาพุ่งตรงดิ่งมายังศาลาพักผ่อนด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าพายุหมุน! นี่ไม่ใช่แผนการที่เธอคำนวณไว้... และมันไม่ใช่ความผิดพลาดของเธอด้วย! เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าแขนเรย์ให้ถอยหลังไปอยู่ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงมองผืนดินที่กำลังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง "ดูเหมือนว่า..." เซนกระซิบเสียงต่ำข้างใบหูของเรย์ ขณะที่เงาดำมหึมาทาบทับลงมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ "พวกเราคงไม่ได้เล่นสนุกกันตามลำพังแล้วล่ะครับ..." ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%