ไอเย็นยเยือกราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วคูหาลับแห่งยอดเขาจันทราดับสูญ รัศมีกระบี่สีครามเข้มของหลี่มู่เฉินหลอมรวมเข้ากับไอเซียนสีเงินยววงของเซียนจื่อเหมย ถักทอเป็นวงโคจรพลังปราณอันบริสุทธิ์และดุดันจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ในห้วงเวลาแห่งการหลอมรวมจิตวิญญาณเพื่อทะลวงผ่านคอขวดแห่งขอบเขตเซียนแท้จริง ทั้งสองต่างตระหนักดีว่าทุกย่างก้าวของการบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้านี้ คือการเดินอยู่บนคมกระบี่ที่ไร้ซึ่งทางถอยหลัง
“ตั้งจิตให้มั่น... มู่เฉิน ปราณกระบี่ของคุณกำลังแปรปรวนเพราะความเย่อหยิ่งในก้นบึ้งหัวใจ”
เสียงหวานล้ำดั่งระฆังหยกแต่เย็นชาถึงขั้วกระดูกของเซียนจื่อเหมยดังขึ้นเบาๆ นางรักษาสมาธิโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองชายหนุ่ม ทว่าฝ่ามือเรียวดุจหยกสลักกลับส่งกระแสพลังเซียนบริสุทธิ์เข้าสู่จุดตันTIANของหลี่มู่เฉินอย่างแม่นยำ ช่วยกดข่มคลื่นพลังอันพายุซัดสาดในร่างของเขาให้สงบลงอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหึ in your throat ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอประกายดื้อรั้น เขามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนางพญาผู้ไร้ใจซึ่งงดงามราวภาพวาดแต่กลับเย็นชากับทั่วหล้า เว้นไว้แต่เขาเพียงผู้เดียวที่ได้รับความอบอุ่นอันหาได้ยากยิ่งนี้
“ข้าไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แม้แต่สวรรค์ยังไม่อาจกำหนดวิถีกระบี่ของข้าได้ นับประสาอะไรกับอุปสรรคตรงหน้า”
น้ำเสียงของเขาทรงพลังและเปี่ยมด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่อย่างถึงที่สุด กระบี่โลหิตเหมันต์ที่วางอยู่บนตักสั่นระริกส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่พุ่งพล่าน
ทว่า ในวินาทีที่วงโคจรปราณกำลังจะบรรจบครบสี่สิบเก้าวิถี บรรยากาศภายในคูหาลับก็แปรเปลี่ยนเป็นอัสดงสีเลือดอย่างฉับพลัน!
*เปรี้ยง!*
ม่านอาคมป้องกันเก้าชั้นฟ้าที่เซียนจื่อเหมยร่ายไว้โดยรอบแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกบางๆ แรงระเบิดสะท้อนย้อนกลับรุนแรงจนร่างของนางพญาเซียนกระตุกวูบ กระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต หยดลงบนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับดอกเหมยหลงฤดู
“จื่อเหมย!”
หลี่มู่เฉินแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล สัญชาตญาณดิบของจอมยุทธ์ผู้ฝึกฝนวิถีกระบี่สั่งให้เขวี้ยงร่างพุ่งเข้าโอบรับเอวบางของนางไว้ในอ้อมแขนทันที ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม
“พวกมันมาแล้ว...” เซียนจื่อเหมยเอ่ยเสียงแผ่วเบา มุมปากประดับด้วยคราบโลหิตสีชาด แต่นางกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาเย็นยะเยือกที่กวาดมองไปยังความมืดเบื้องหน้า
เบื้องนอกคูหาลับ ไอสังหารสีดำสนิทแผ่พุ่งปกคลุมท้องนภากลางวันจนมืดมิด ท่ามกลางหมู่เมฆทมิฬปรากฏร่างของบุคคลสี่ร่างสวมชุดเกราะทองคำลายอัคคีสวรรค์ ยืนตระหง่านอยู่บนกระบี่บินนับพันเล่มที่ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ที่สิ้นสุด พลังกดดันระดับเซียนแท้จริงขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่ายกดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
“หลี่มู่เฉิน... เซียนจื่อเหมย พวกเจ้าช่างกล้าหาญนัก ฝืนลิขิตฟ้าแอบลักลอบหลอมรวมพลังหยินหยางเพื่อทะลวงขอบเขต ถือเป็นการท้าทายกฎเหล็กแห่งแดนสวรรค์อย่างอุกอาจ!”
เสียงประกาศิตก้องกังวานราวกับฟ้าผ่าจากบุรุษวัยกลางคนผู้ยืนอยู่หน้าสุด ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาสะท้อนประกายอำมหิต ถือครองกระบี่เพลิงสวรรค์ที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองคำขาว
หลี่มู่เฉินค่อยๆ ประคองเซียนจื่อเหมยให้ยืนหยัดอย่างมั่นคงด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับทูตสวรรค์ทั้งสี่ด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่งและเหยียดหยาม ร่างกายของเขายังคงมีบาดแผลจากการสะท้อนกลับของพลัง แต่วิญญาณกระบี่ในร่างกลับแผ่พุ่งเสียดแทงฟ้าดินจนหมอกควันสลาย
“กฎสวรรค์งั้นหรือ? หากสวรรค์มันโง่เขลาและอยุติธรรมถึงเพียงนี้ มีหรือที่ข้า ‘หลี่มู่เฉิน’ จะต้องก้มหัวให้!”
ชายหนุ่มหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่โลหิตเหมันต์ที่ปักอยู่บนพื้น แรงกดดันจากวิถีกระบี่ที่ซื่อตรงและเด็ดเดี่ยวระเบิดออกเป็นเสาแสงสีโลหิตพุ่งทะยานเสียดฟ้า แข่งกับรัศมีอัคคีสวรรค์ของเหล่าผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว
เซียนจื่อเหมยปาดคราบโลหิตที่มุมปากออกช้าๆ แววตาของนางทอประกายความอ่อนโยนเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นที่รัก ก่อนที่แววตานั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งหมื่นปี มือเรียวขาวยกขึ้นประสานอินทร์ลับ รัศมีกระบี่เหมันต์นับหมื่นเล่มผุดขึ้นจากพื้นดินรอบตัวนาง พร้อมที่จะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่เว้นแม้แต่เทพยดา
“ในเมื่อพวกมันรนหาที่ตายเพื่อเป็นหินลับกระบี่ให้กับเรา...” นางพญาเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจสะท้านภพ “มู่เฉิน... วันนี้เราจะใช้โลหิตของทูตสวรรค์เหล่านี้ สังเวยเส้นทางสู่จุดสูงสุดของวิถีกระบี่ร่วมกัน”
ทูตสวรรค์ผู้เป็นหัวหน้าหรี่ตามองคนทั้งสองด้วยความตกตะลึงระคนดูแคลน มันแค่นเสียงเย็นชา “ช่างไม่เจียมตัว มดปลวกกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้... ลงมือ! สังหารพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่ดวงจิตวิญญาณ!”
สิ้นเสียงคำราม ท้องฟ้าเหนือหุบเขาจันทราดับสูญก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น กองทัพกระบี่เพลิงสวรรค์นับหมื่นเล่มพุ่งดิ่งลงมาประหนึ่งสายฝนแห่งเพลิงอัคคีที่พร้อมจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่งในพริบตาเดียว!
หลี่มู่เฉินไม่หลบเลี่ยง มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาเป็นประกายคมปลาบ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก
...ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่เพลิงสวรรค์พุ่งเข้าประชิดผิวเนื้อ ปลายกระบี่โลหิตเหมันต์ในมือของเขาก็ถูกชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมๆ กับที่เสียงกระซิบอันเย็นเยือกของเซียนจื่อเหมยดังขึ้นข้างหูเขาว่า... *“ระวัง... ข้างหลังของท่าน!”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านห้วงกระบี่และโลหิตนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 20
การตอบโต้จากผู้เฝ้ามอง
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!