เสียงคำรามของพายุหิมะโหมกระหน่ำดุจเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณนับหมื่นที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์ บนยอดเขาเทียนซานอันรกร้างและถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งนิรันดร์ แผ่นฟ้าและผืนดินราวกับถูกหลอมรวมเป็นสีขาวโพลนผืนเดียวกัน ทว่า ณ ใจกลางความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งวิญญาณเซียนได้ทั้งดวงนั้น กลับคุกกรุ่นไปด้วยไอสังหารที่ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงจากขุมอเวจี
"หลี่มู่เฉิน เจ้ายังดึงดันที่จะเดินไปบนเส้นทางสายนี้อยู่อีกหรือ? เส้นทางที่แม้แต่เงาของตนเองยังทอดทิ้ง!"
น้ำเสียงเยือกเย็นกังวานราวกับเสียงกระบี่กระทบกัน ทว่าแฝงไว้ด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยที่นางพยายามปกปิดอย่างสุดความสามารถ เซียนจื่อเหมยยืนตระหง่านอยู่บนชะง่อนผา ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปลิวสะบัดตามแรงลม เกล็ดหิมะที่โปรยปรายไม่กล้าแม้แต่จะเกาะกุมบนเรือนร่างของนาง รัศมีพลังเซียนขั้นบรรลุอรหันต์แผ่ขยายออกไปรอบรัศมีร้อยลี้ กดดันจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว
ทว่า บุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าของนางกลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
หลี่มู่เฉินกระอักโลหิตสีแดงฉานออกมาคำโต หยาดโลหิตอุ่นร้อนร่วงหล่นลงกระทบกับผืนหิมะสีขาวบริสุทธิ์ เกิดเป็นกลุ่มไอสีขาวพวยพุ่งขึ้นราวดอกเหมันต์สีชาดที่กำลังเบ่งบานอย่างน่าเวทนา ร่างกายของเขาทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการปะทะกับค่ายกลสวรรค์และเงาโลหิตของนิกายมาร ทว่ากระบี่ในมือ—กระบี่หิมะพิฆาตเซียน—ยังคงชี้ตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความลังเล
ดวงตาของจอมยุทธ์หนุ่มคมกริบดุจคมกระบี่ แม้ลมหายใจจะติดขัดและเรียวแรงเริ่มโรยรา แต่ความเย่อหยิ่งทระนงในวิถีกระบี่กลับยิ่งโชติช่วงราวกับดวงตะวันยามอัสดง
"กฎสวรรค์หรือ? หากสวรรค์กำหนดให้ข้าต้องก้มหัวจำนนต่อความอยุติธรรม ข้าผู้นี้... จักใช้กระบี่ในมือผ่าท้องฟ้าให้ขาดเป็นสองท่อนเสีย!"
คำกล่าวอันอาจหาญและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อต้านสะท้อนก้องกังวานกลบเสียงพายุ เซียนจื่อเหมยหลับตาลงชั่วขณะ หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาดยิ่งกว่าถูกกระบี่นับพันเล่มแทงทะลวงผ่านอก ตลอดชีวิตอันยาวนานของการบำเพ็ญเพียร นางยึดมั่นในกฏเกณฑ์และความเยือกเย็นเพื่อปกป้องตระกูลเซียน แต่วันนี้นางกลับยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งวิถีเซียนที่เพียรสร้าง เพื่อแลกกับการได้เห็นบุรุษผู้ดื้อรั้นผู้นี้มีชีวิตรอด
"เจ้าคนโง่..." นางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่งาม ก่อนจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงลงสู่พื้นดิน
"หากข้าเป็นคนโง่... เจ้าก็คงเป็นสตรีที่โง่งงยิ่งกว่าข้าแล้ว จื่อเหมย" หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มเยาะหยันตนเอง มุมปากเปื้อนคราบโลหิต "เหตุใดจึงต้องเอาอนาคตพันปีของเจ้ามาเดิมพันกับจอมยุทธ์เร่ร่อนเช่นข้าด้วย?"
"เพราะวิถีกระบี่ของข้า... ได้มอบให้เจ้าไปตั้งนานแล้ว..."
ยังไม่ทันที่คำพูดของนางจะสิ้นสุดลง บรรยากาศรอบด้านก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิด เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจภาพลวงตา สายฟ้าสีทองคำและอัคคีทมิฬฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ ทัณฑ์สวรรค์ขั้นเก้าสวรรค์พิโรธได้มาเยือนแล้ว! เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น นอกจากร่างที่สะินสะั่นด้วยบาดแผลของหลี่มู่เฉิน
"ระวัง!" เซียนจื่อเหมยอุทานลั่น ร่างเพรียวบางพุ่งทะยานออกไปดุจสายธนู นางกางเขตอาคมเก้าชั้นฟ้าออกปกป้องร่างของเขาไว้ในทันที
ตูーム! (เสียงระเบิดกัมปนาท)
พลังทำลายล้างของทัณฑ์สวรรค์ปะทะเข้ากับเขตอาคมของนางเซียนอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้กระอักโลหิตคำโตออกมาพร้อมกันทั้งคู่ ร่างของเซียนจื่อเหมยเซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าที่เคยงดงามไร้ที่ติบัดนี้ซีดขาวไร้สีเลือด อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตสีชาด ดูงดงาม ทว่าน่าเวทนายิ่งนัก
"จื่อเหมย! เจ้าไม่ควรเอาตัวเข้ามารับ..." หลี่มู่เฉินคำรามด้วยความเจ็บปวด เมื่อเห็นสตรีในดวงใจต้องมารับทัณฑ์สวรรค์แทนตน ความโกรธเกรี้ยวและพลังปราณที่เหลืออยู่ระเบิดออกจนถึงขีดสุด เขาฝืนพยุงร่างที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงขึ้นยืน ตั้งท่ากระบี่หิมะพิฆาตเซียน รวบรวมลมปราณทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในจุดตันtianเข้าสู่คมกระบี่
"ในเมื่อสวรรค์ไม่เมตตา วันนี้ ข้า หลี่มู่เฉิน จะขอท้าทายสวรรค์ด้วยกระบี่นี้เล่มเดียว!"
เขาทะยานร่างขึ้นสู่ท้องนภากลางพายุหิมะ ร่างกายแผ่รังสีดาบที่คมกลาและน่าสะพรึงกลัวจนภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน คมกระบี่ผ่าแหวกมิติและสายฟ้าสีทองคำออกเป็นสองซีก พลังแห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมด้วยความรัก ความแค้น และจิตวิญญาณอันไม่ยอมจำนน พุ่งทะยานเข้าปะทะกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ระลอกสุดท้ายอย่างดุเดือดตระการตา
แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาแผ่ซ่านไปทั่วทั้งยุทธภพ รัศมีพลังแผ่ขยายทำลายล้างยอดเขาเทียนซานจนราบคาบในพริบตาเดียว!
บนพื้นเบื้องล่าง เซียนจื่อเหมยจ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่หยุดเต้น นางเห็นคมกระบี่ของเขาทะลวงผ่านเมฆทมิฬ ทว่าในวินาทีต่อมา ร่างของหลี่มู่เฉินกลับหยุดชะงักกลางอากาศ เลือดสีสดสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะให้กลายเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต ราวกับดอกเหมันต์นับล้านดอกที่กำลังโปรยปรายลงมาพร้อมกัน
ร่างของเขาร่วงหล่นลงมาจากท้องนภาราวกับดาวตกที่ดับแสง...
เซียนจื่อเหมยพุ่งเข้าไปรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้สู่อ้อมแขนสัมผัสได้เพียงความเย็นเฉียบของร่างกายและลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับจะขาดหายไปในทุกขณะ
"มู่เฉิน... มู่เฉิน! ลืมตาขึ้นมามองข้าสิ!" เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างตื่นตระหนก หยาดน้ำตารินไหลอาบแก้มเนียนอย่างไร้การควบคุม
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและพายุหิมะที่เริ่มสงบลง เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ความกดดันระดับมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่แผ่ซ่านเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ
เซียนจื่อเหมยชะงักงัน นางค่อยๆ หันกลับไปมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและรังจิตสังหารที่พุ่งพล่าน เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอกสีขาว...
บุคคลที่ควรจะตายไปนับร้อยปีแล้ว บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกระบี่และสายน้ำค้างนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 16
เลือดหลั่งอาบหิมะ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!