กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 12

คำสัตย์สาบาน

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กระบี่วิญญาณเก้าสวรรค์มิได้กรีดผ่านความว่างเปล่า แต่มันกรีดผ่านความตายโดยตรง โลหิตสีชาดสายหนึ่งกระเซ็นต้องเกล็ดหิมะบนยอดเขาเซียนเหมันต์ กลายเป็นหยดเลือดทับทิมที่แต่งแต้มผืนปฐพีให้สะท้านสะเทือน หลี่มู่เฉินยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ร่างกายของเขาสะบสะท้านจากแรงกดดันระดับบรรพจารย์ขั้นไร้ลักษณ์ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายคมกล้าดุจดั่งประกายไฟจากหินเหล็กไฟที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เบื้องหลังของเขาคือเซียนจื่อเหมย นางพญาผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งผู้ไม่เคยโค้งหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับมีร่องรอยความสั่นไหวระคนตื่นตระหนกฉายชัดในดวงตาหงส์คู่นั้น เส้นผมสีเงินยวงของนางปลิวไสวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดจางๆ จากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเมื่อคราวก่อน "มู่เฉิน... เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร?" น้ำเสียงของเซียนจื่อเหมยสั่นเทาเล็กน้อย นางยื่นมือเรียวดั่งหยกขาวออกหมายจะดึงรั้งชายหนุ่มกลับมา "ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเรามิใช่จอมยุทธ์ทั่วไป แต่คือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่ทมิฬ ผู้บรรลุวิถีเซียนมากว่าสามร้อยปี! การที่เจ้าเอาตัวเข้าขวางเช่นนี้... มันไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!" หลี่มู่เฉินมิได้หันกลับไปมอง นางพญาผู้สูงศักดิ์ที่ผู้คนต่างยำเกรงผู้นี้ ในยามนี้กลับมีความเปราะบางซ่อนเร้นที่เขารับรู้ได้เพียงผู้เดียว ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันต่อชะตากรรม ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเงาร่างมหึมาที่กดดันลงมาจากท้องนภา "ตายงั้นหรือ?" เสียงหัวเราะของหลี่มู่เฉินทุ้มต่ำ ก้องกังวานเสียดแทงทะลุเมฆหมอก "ต่อให้ฟ้าดินพิโรธ หรือทัณฑ์สวรรค์จะแผดเผาร่างนี้จนแหลกสลายเป็นจุล... หลี่มู่เฉินผู้นี้ ก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว!" คำกล่าวนี้มิใช่เพียงคำหวานเพื่อเกี้ยวพาราสี แต่มันคือปณิธานอันแน่วแน่ที่หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่ของเขา "อวดดีนัก!" เสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดดังมาจากผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่ทมิฬ ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทลอยคว้างอยู่กลางอากาศ รอบกายรายล้อมด้วยกระบี่นับพันเล่มที่สะท้อนแสงสีเงินยวง เยือกเย็นและฆ่าฟันไม่ไว้หน้า พลังกดดันระดับเซียนขั้นสูงแผ่ซ่านจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยว "ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้วิญญาณกระบี่โง่เขลานี้ ได้ดับสูญไปพร้อมกับนางปีศาจตระกูลเซียนผู้นี้เสีย!" สิ้นเสียงคำราม กระบี่นับพันเล่มก็พุ่งทะยานลงมาราวกับห่าฝนแห่งความตาย ความเร็วของมันเหนือกว่าเสียง และอานุภาพของมันสามารถผ่าขุนเขาให้แยกออกเป็นสองเสี่ยงได้อย่างง่ายดาย ชั่วพริบตานั้น ห้วงเวลาเสมือนถูกยืดให้ยาวนานออกไป หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมลมปราณทั้งหมดในจุดตันtianเข้าสู่กระบี่ในมือ กระบี่วิญญาณเก้าสวรรค์ส่งเสียงคำรามก้องกังวานราวกับพญามังกรตื่นจากการหลับใหล ร่างกายของเขาทะยานขึ้นสู่ท้องนภาสวนทางกับห่าฝนกระบี่นับพันอย่างไร้ความเกรงกลัว "วิชากระบี่เหมันต์... เพลงกระบี่ที่หนึ่ง ฝืนฟ้าทลายพิภพ!" ออร่ากระบี่สีขาวบริสุทธิ์ระเบิดออกรัศมีร้อย丈 แผ่ไอความเย็นยะเยือกที่แช่แข็งแม้กระทั่งสายลม ทว่าภายในความเย็นเยียบนั้นกลับแฝงไว้ด้วยเปลวเพลิงแห่งจิตวิญญาณที่ร้อนแรงดั่งสุริยัน การประสานกันระหว่างหยินและหยางกระบี่ก่อเกิดเป็นคลื่นกระแทกที่น่าตื่นตระการตา ปะทะเข้ากับห่าฝนกระบี่ทมิฬอย่างจัง! *ตูม!ตูม!ตูม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม แผ่นดินบนยอดเขาเซียนเหมันต์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินขนาดมหึมาแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงปะทะของลมปราณทั้งสองสายแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนเซียนจื่อเหมยต้องรีบกางม่านพลังป้องกันตนเอง ถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนซาบซึ้งใจ นางมองแผ่นหลังอันกำยำและเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มที่ยืนหยัดต้านทานพลังของยอดฝีมือระดับบรรพจารย์ไว้ได้เพียงลำพัง เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของหลี่มู่เฉิน หยดลงบนหิมะขาวโพลนทีละหยด... ทีละหยด... แต่อารมณ์ความรู้สึกภายในอกของนางกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ความเย็นชาที่สะสมมานับร้อยปีราวกับถูกหลอมละลายลงด้วยไฟรักและคำสัตย์สาบานที่ไร้คำพูดใดๆ "เจ้า... เด็กเหลือขอ แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่ทมิฬกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น แม้การโจมตีเมื่อครู่จะถูกหลี่มู่เฉินรับไว้ได้หมด แต่กระบี่ในมือของเขาก็สั่นสะท้านจนแทบหลุดร่วง "ข้าบอกแล้วไง..." หลี่มู่เฉินก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายโชกไปด้วยโลหิต แต่วิถีกระบี่ในมือกลับยิ่งแหลมคมและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ดวงตาดำสนิทจ้องมองตรงไปยังศัตรูราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อ "ว่าหากใครต้องการแตะต้องนาง... มันผู้นั้นต้องก้าวข้ามซากศพของข้าไปเสียก่อน!" บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของหลี่มู่เฉินและเสียงหัวใจของเซียนจื่อเหมยที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงหัวเราะเยียบเย็นเยือกก็ดังแว่วมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังเซียนจื่อเหมย เสียงนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันชั่วร้ายที่แม้แต่ผู้อาวุโสสำนักกระบี่ทมิฬยังต้องเปลี่ยนสีหน้า "ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งกินใจเสียจริง... หลี่มู่เฉิน เจ้าปกป้องนางได้ แต่แล้ว... ใครเล่าจะปกป้องตัวเจ้าเอง?" เซียนจื่อเหมยสะดุ้งสุดตัว นางก้มลงมองที่หน้าอกของตนเองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อกระบี่โปร่งแสงเล่มหนึ่ง ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า และจ่อตรงเข้าที่จุดชีพจรหัวใจของนางอย่างแนบเนียน โดยที่ไม่มีใครทันรู้ตัวแม้แต่น้อย! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกระบี่และสายน้ำค้างนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%