โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบผืนน้ำแข็งใสราวกระจก เกิดเป็นเสียงหยดน้ำก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงัน
“เจ้ายังดึงดันใช้เคล็ดกระบี่โลหิตกลืนดาราเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าเส้น
ปราณทั่วร่างคงแหลกสลายก่อนที่ฟ้าดินจะทันได้ลงทัณฑ์เสียอีก”
น้ำเสียงราบเรียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์เอ่ยขึ้น ทว่าแฝงความสั่นพร่าเล็กน้อยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้ร่มผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์
เซียนจื่อเหมยยื่นมือเรียวระหงที่สวมปลอกเล็บหยกสลักลายพฤกษาออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนจุดชีพจรบริเวณหัวไหล่ของหลี่มู่เฉินอย่างแผ่วเบา ไอร้อนระอุที่แผดเผาจากบาดแผลฉกรรจ์จากการฝืนใช้พลังฝืนลิขิตฟ้าเมื่อค่ำคืนก่อน ปะทะเข้ากับความเย็นเยือกแห่งปราณเหมันต์ร้อยปีของนาง เกิดเป็นกลุ่มไอสีขาวจางๆ ลอยคละคลุ้งขึ้นมาราวกับภาพลวงตา
หลี่มู่เฉินกัดฟันแน่น ใบหน้าคมคายซีดเผือดไร้สีเลือด แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายเย่อหยิ่งดื้อรั้นราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใด เขาสะบัดไหล่เล็กน้อยเพื่อปฏิเสธความช่วยเหลือ แม้การกระทำนั้นจะทำให้รอยแผลปริแตกและเลือดไหลซึมออกมาอีกรอบก็ตาม
“ความเจ็บปวดระดับนี้ยังน้อยกว่าเศษเสี้ยวความอัปยศที่ข้าได้รับจากสำนักกระบี่สวรรค์” จอมยุทธ์หนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำจุนกระดูกสันหลังทุกข้อ “นางพญาเซียน... ท่านไม่ต้องมาเวทนาข้า วิชาของข้า เส้นทางของข้า ข้ากำหนดเองได้ ต่อให้สวรรค์ต้องการชีวิตข้า มันก็ต้องเอาไปต่อหน้าคมกระบี่ของข้าเท่านั้น”
เซียนจื่อเหมยชะงักปลายนิ้วที่ค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของบุรุษตรงหน้า หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้นและภาระอันหนักอึ้งของตระกูลเซียนมานานนับร้อยปี กลับไหววูบราถูกคบเพลิงร้อนระอุสัมผัส
นางเกลียดความเย่อหยิ่ง... แต่น่าแปลกที่ความเย่อหยิ่งของหลี่มู่เฉินกลับไม่ใช่ความอวดดีไร้แก่นสาร หากแต่เป็นความเด็ดเดี่ยวของผู้ที่กล้าท้าทายกฎเกณฑ์อันเน่าเฟะของยุทธภพ
“เจ้าคนดื้อรั้น” เซียนจื่อเหมยพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นราบเรียบกลับเจือแววขุ่นเคืองระคนห่วงใยที่นางเองก็ไม่คุ้นชิน “ข้าไม่ได้เวทนาเจ้า... ข้าเพียงแต่... รำคาญเสียงคร่ำครวญของกระบี่ในมือเจ้า ที่มันส่งเสียงร้องระงมเพราะเจ้านายของมันกำลังจะตายอย่างโง่เขลาต่างหาก”
สิ้นคำพูด ร่างระหงก็เคลื่อนไหวราวนางพญาหงส์ร่อนลงจากฟากฟ้า นางขยับกายเข้าไปประชิดตัวหลี่มู่เฉินอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายหอมเย็นประหลาดคล้ายดอกเหมันต์พันปีโชยปะทะนาสิกของจอมยุทธ์หนุ่ม สติที่เคยเลือนรางเพราะพิษปราณย้อนกลับพลันตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน
หลี่มู่เฉินเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือเรียวนุ่มดุจแพรไหมของนางแนบลงตรงกลางแผ่นหลังของเขา กระแสปราณเหมันต์บริสุทธิ์สายหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันtian (ตันเถียน) อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ปราณอัคคีที่ปั่นป่วนในร่างของเขาค่อยๆ สงบลงราวกับเปลวเพลิงที่ถูกสายน้ำหล่อเลี้ยง
“อย่าขัดขืน หลับตาลง แล้วโคจรลมปราณตามวิถีที่ข้าชี้นำ” เสียงหวานกังวานเอ่ยสั่งอย่างเด็ดขาด ไร้ซึ่งช่องให้ปฏิเสธ
ความใกล้ชิดสนิทแนบนี้ทำให้ทั้งสองสามารถได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของกันและกัน หลี่มู่เฉินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังบอบบางที่สะท้อนผ่านฝ่ามือ และในขณะเดียวกัน เซียนจื่อเหมยก็รับรู้ถึงความร้อนรุ่มอันบ้าคลั่งในจิตวิญญาณของบุรุษผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน ความเย็นและร้อนผสานเข้าหากัน เกิดเป็นวัฏจักรพลังอันสมบูรณ์แบบที่แหวกว่ายผ่านจุดชีพจรที่อุดตันทีละจุด
บรรยากาศภายในถ้ำน้ำแข็งส่องประกายระยิบระยับด้วยเกล็ดน้ำแข็งสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน ความเงียบงันห่อหุ้มคนทั้งสองไว้ ทว่ากลับอบอวลไปด้วยความระทึกใจที่แปลกแยก รอยร้าวในหัวใจที่ต่างฝ่ายต่างปิดตายค่อยๆ ถูกสมานเข้าหากันด้วยความเปราะบางและลึกซึ้งที่ไร้ซึ่งคำบรรยาย
ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบอันเปราะบางนั้น ประสาทสัมผัสระดับเซียนของเซียนจื่อเหมยกลับพลันตื่นตัว นางสะดุ้งเฮือก ดวงตาคู่คมตวัดมองออกไปเบื้องนอกปากถ้ำทันที
เงาดำนับสิบสายเคลื่อนตัวผ่านม่านหมอกหนาทึบด้วยความเร็วสูง กลิ่นอายกระบี่อันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ—พลังปราณระดับมหาเทพเซียนขั้นสมบูรณ์แบบ!
“พวกมันตามมาเร็วเกินไป...” เซียนจื่อเหมยพึมพำ ใบหน้างดงามเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในพริบตา
หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้น แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งการฆ่าฟัน เขากระชับกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน มุมปากหยักยกยิ้มเย้ยหยันขึ้นเล็กน้อย
“ดี... ข้ากำลังเบื่อหน่ายการรอคอยพอดี”
ก่อนที่เซียนจื่อเหมยจะทันได้ห้ามปราม เสียงคำรามกึกก้องจากภายนอกก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับแรงระเบิดมหาศาลที่สั่นคลอนภูเขาทั้งลูกให้พังครืนลงมา หินผานับพันชิ้นร่วงหล่นปิดกั้นทางออก และท่ามกลางฝุ่นควันอันมืดมิด ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองลายมังกรเหินฟ้าก็ก้าวทะยานเข้ามา พร้อมกับคมกระบี่ที่พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยจิตสังหารอันไร้ขีดจำกัด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกระบี่และสายน้ำค้างนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 13
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!