กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 11

ความลับใต้สมุทรน้ำแข็ง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากสวรรค์คือผู้กำหนดชะตากรรม มดปลวกเช่นเรามิสมควรใช้คมกระบี่แหวกอกมันหรอกหรือ?" น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินมิได้ดัง ทว่าก้องกังวานบาดลึกราวกับคมกระบี่เหมันต์ที่กรีดผ่านความเงียบงันใต้สมุทรน้ำแข็ง ความกดดันระดับมหภาคแผ่ซ่านมาจากร่างของเขา สะท้อนกับไอน้ำแข็งสีครามเข้มที่หมุนวนดั่งพายุคลั่ง รัศมีกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานจากปลายนิ้ว สะบัดสะท้อนม่านผนึกโบราณจนเกิดประกายไฟสีม่วงแลบแปลบปลาบ เซียนจื่อเหมยมิได้เอื้อนเอวา นางเพียงปรายตามองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางย้อมสะท้อนแสงเรืองรองจากผนังน้ำแข็งหมื่นปี เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงกดดันของลมปราณที่แปรปรวน หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมานับร้อยปีบีบรัดเข้าหากันอย่างเจ็บปวด นางรู้ดีว่าหนทางที่พวกเขากำลังก้าวเดินมิใช่การบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเซียนตามวิถีปกติ แต่มันคือการ "ทวนกระแสสวรรค์" ที่มีชีวิตและวิญญาณเป็นเดิมพัน เบื้องลึกใต้ร่องสมุทรห้าพันลี้แห่งนี้ ความมืดมิดไม่ได้ว่างเปล่า ทว่ามันอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายอเวจีและมวลพลังปราณโบราณที่กดทับจนแม้แต่จิตวิญญาณยังสั่นสะท้าน เบื้องหน้าของคนทั้งสองคือแท่นหินสีนิลทมิฬขนาดมหึมา ซึ่งถูกผนึกไว้ด้วยโซ่อักขระมังกรเพลิงสวรรค์ บนผิวศิลาจารึกปรากฏอักษรโบราณที่ส่องแสงเรืองรองดั่งโลหิต เป็นตัวอักษรที่เขียนขึ้นด้วยเจตจำนงกระบี่อันเกรียงไกรจนกาลเวลาไม่อาจลบเลือน "นั่นคือ..." เซียนจื่อเหมยสูดลมหายใจเข้าลึก ความเยือกเย็นบนใบหน้ารูปสลักพลันแตกสลายชั่วขณะยามที่ดวงตาคู่งามกวาดมองผ่านอักษรบรรทัดแรก "บันทึกแห่งการฝืนลิขิตฟ้า... วิถีที่บรรพชนเซียนยุคโบราณพยายามซ่อนเร้นจากเงื้อมมือของบรรพจารย์สวรรค์" หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายในแววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวอัคคี เขาไม่ได้กล่าวคำใด มือเรียวยาวเอื้อมออกไปแตะสัมผัสผิวศิลาจารึกเบาๆ *เปรี้ยง!* กระแสพลังสะท้อนอันรุนแรงพุ่งเข้าปะทะร่างของเขาจนกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว โลหิตสีแดงสดสายหนึ่งไหลรินจากมุมปากของชายหนุ่ม ทว่าเขากลับแย้มยิ้ม ยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงจนน่าหวาดหวั่น "ดี... ดีเยี่ยม!" หลี่มู่เฉินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วถ้ำน้ำแข็ง "กฎเกณฑ์สวรรค์ที่ตราหน้าว่ามนุษย์เป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง ที่แท้ก็มีความหวาดกลัวเช่นนี้ บันทึกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อชี้แนะ แต่มันคือ 'คัมภีร์พิฆาตสวรรค์' ต่างหาก!" บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นดุเดือดตระการตา ปราณกระบี่ในตันtian (ตันเถียน) ของหลี่มู่เฉินพลุ่งพล่านราวกับมหาสมุทรคลั่ง วิญญาณกระบี่ในร่างส่งเสียงคำรามก้อง รัศมีกระบี่เก้าชั้นฟ้าแผ่ขยายออกอย่างไร้ขีดจำกัด หลอมรวมเข้ากับความหนาวเหน็บระดับศูนย์สัมบูรณ์ของหุบเขาเซียนจื่อเหมย จนเกิดเป็นกระแสลมปราณสองขั้วที่ทรงพลังยิ่งยวด อัคคีจิตวิญญาณและเหมันต์นิรันดร์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ณ จุดที่เขายืนอยู่ เซียนจื่อเหมยขยับกายเข้าไปใกล้ รัศมีปราณเซียนของนางแผ่ซ่านออกเพื่อคุ้ม กันแผ่นหลังให้เขา นางรู้ดีว่าการเปิดอ่านศิลาจารึกโบราณชิ้นนี้ย่อมดึงดูดสายตาจาก 'ผู้พิทักษ์กฎสวรรค์' ที่หลับใหลอยู่ในห้วงมิติที่สูงขึ้นไป "มู่เฉิน... เจ้าประเมินพลังของบันทึกนี้ต่ำเกินไปแล้ว" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มือเรียวบางที่กระชับกระบี่หิมะพิฆาตในมือกลับสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าเพราะความตื่นเต้นที่วิญญาณในร่างกำลังตอบสนองต่อวิถีแห่งการฝืนลิขิต "หากเราล่วงรู้ความลับนี้จนหมดสิ้น ทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าแปดสิบเอ็ดสายจะต้องทาบทับลงมายังดินแดนรกร้างแห่งนี้อย่างแน่นอน เจ้า... พร้อมจะเผชิญหน้ากับมันเคียงข้างข้าหรือไม่?" หลี่มู่เฉินหันกลับมาสบตากับนาง แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่เจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดาราบนฟากฟ้า "จื่อเหมย ตั้งแต่วันที่เราก้าวร่วมทางกัน สวรรค์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเกรงกลัวอีกต่อไป" เขายกมือขึ้นปาดคราบโลหิตที่มุมปาก รอยยิ้มของเขาสง่างามและทรงพลังดั่งพญาอินทรีที่กางปีกโผบินเข้าสู่พายุหมุน "หากสวรรค์ต้องการชีวิตของเรา เราก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ... ผ่าสวรรค์ให้มันขาดเป็นสองท่อน!" สิ้นคำกล่าว มือของหลี่มู่เฉินก็พุ่งคว้าเข้าที่ใจกลางศิลาจารึกโบราณ อักษรสีโลหิตนับล้านตัวพลันระเบิดแสงเจิดจ้าพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของเขาและนางราวกับกระแสน้ำวนแห่งดวงดาว พลังปราณฟ้าดินทั่วทั้งอาณาบริเวณสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ม่านพลังน้ำแข็งหมื่นปีแตกละเอียดเป็นผุยผง ทว่า ในวินาทีที่ความลับข้อสุดท้ายของศิลาจารึกกำลังจะถูกเปิดเผย— ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมทั่วก้นบึ้งสมุทรน้ำแข็ง เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงที่มิควรจะมีผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาได้ กลับดังขึ้น... ทีละก้าว... ทีละก้าว... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากความมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกที่เอ่ยนามของหลี่มู่เฉินอย่างแผ่วเบา *"จอมยุทธ์ผู้โง่เขลา... เจ้าคิดว่าเจ้าคือผู้พลิกฟ้า หรือเป็นเพียงเหยื่อตัวสุดท้ายที่เดินเข้ามาติดกับกันแน่?"* *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกระบี่และสายน้ำค้างนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%