โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงิน ทว่าดังก้องบาดลึกถึงขั้ววิญญาณ
"เจ้ายังคงดื้อรั้นเช่นเดิม... หลี่มู่เฉิน"
น้ำเสียงของเซียนจื่อเหมยแหบพร่าเล็กน้อย นางทรุดกายลงนั่งบนแท่นศิลาแห่งเหมันต์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนรอยเลือดที่กระอักออกมาจากความช้ำภายใน ปราณเซียนรอบกายปั่นป่วนดั่งพายุหิมะที่ไร้ทิศทาง ดวงตาคู่คมกริบที่เคยเยือกเย็นดั่งมหาสมุทรน้ำแข็งบัดนี้ไหววูบ สะท้อนความร้าวรานที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณมานานนับร้อยปี
หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า กระบี่หิมะพิฆาตในมือยังคงเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ไอสังหารแผ่ซ่านรอบกายเขาจนอากาศบิดเบี้ยว ทว่าแววตาที่มองนางกลับปราศจากความเย่อหยิ่งจองหองดังเช่นเคย มีเพียงความลุ่มลึกและดื้อรั้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ของสวรรค์เพื่อสตรีผู้นี้
"ข้าไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่เงาของฟ้าดิน" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่สั่นเทานั้นอย่างระมัดระวังราวกับเกรงว่านางจะสลายหายไปกับสายลม "แต่ข้าไม่เคยอนุญาตให้เจ้าแบกรับความเจ็บปวดนี้ไว้เพียงลำพัง จื่อเหมย... เหตุใดจึงต้องปิดบัง?"
เซียนจื่อเหมยแค่นหัวเราะเยาะหยันตนเอง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวย กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีเงินร่วงกราวลงสู่พื้นก่อนจะสลายกลายเป็นไอหมอก
"เจ้าเข้าใจคำว่า 'ถูกทรยศ' ดีเพียงใดเล่า..." นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย "สำนักสวรรค์... ดินแดนที่ข้าอุทิศทั้งชีวิตเพื่อปกป้อง ดินแดนที่พร่ำสอนคุณธรรมและความกตัญญู แท้จริงแล้วเป็นเพียงรังของพวกสุนัขป่าหุ้มหนังมนุษย์!"
ลมปราณรอบหุบเขาเยือกแข็งแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดทันทีที่นามนั้นถูกเอ่ยออกมา ความทรงจำอันโหดร้ายไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำวนแห่งความตาย
เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน เซียนจื่อเหมยในวัยเยาว์คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งผู้กุมกุญแจสู่วิถีเซียนขั้นบรรพกาล นางคือความภาคภูมิใจของสำนักสวรรค์ ทว่าความโดดเด่นเกินหน้าเกินตากลับกลายเป็นหอกย้อนกลับมาทิ่มแทง ผู้อาวุโสสูงสุดสามคนและเจ้าสำนักในยุคนั้น หวั่นเกรงว่าอำนาจของนางจะสั่นคลอนบัลลังก์ของพวกมัน จึงร่วมมือกันวางค่ายกลโลหิตสะกดวิญญาณในคืนที่นางกำลังทะลวงขอบเขตพลังครั้งสำคัญ
พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่พลังปราณของนาง แต่ต้องการ 'หัวใจเซียนไร้ใจ' เพื่อนำไปใช้เป็นบรรณาการแก่ราชสำนักสวรรค์เบื้องบน แลกกับตำแหน่งอมตะที่ยั่งยืน
"ในคืนนั้น... ข้าถูกตรึงไว้ด้วยตะปูอัคคีสวรรค์เก้าดอก แทงทะลุผ่านจุดชีพจรสำคัญทั้งเก้า..." เสียงของนางสั่นระริก ปลายมือเรียวยาวจิกเข้าหากันแน่นจนเลือดซึม "คนที่ลงมือคนแรก... คืออาจารย์ผู้ประสาทวิชาให้ข้ามาตั้งแต่เยาว์วัย เขาแย้มยิ้มขณะที่ใช้กระบี่แทงทะลุอกข้า พร้อมกับกล่าวว่า 'เพื่อความยิ่งใหญ่ของสำนัก เจ้าจงเสียสละเสียเถิดจื่อเหมย' ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นคุณธรรมที่สูงส่งเสียจริง!"
หลี่มู่เฉินนิ่งฟัง หัวใจของเขาราวกับถูกบีบด้วยกรงเล็บเหล็ก ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจากตันtian (ตันเถียน) แผดเผาทุกอณูเลือดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความทะนงตนในวิถีกระบี่ของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเจตంట่อสู้ที่พร้อมจะล้างผลาญสวรรค์ทั้งเก้าชั้นฟ้า
สำนักสวรรค์ที่ดีแต่นุ่งห่มผ้าแพรพรรณแห่งความดีงาม เบื้องหลังกลับโสมมและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์!
"แล้วเจ้าเอาตัวรอดมาได้อย่างไร..." หลี่มู่เฉินเอמהถามเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปสัมผัสเรียวไหล่ที่สั่นเทาของนางอย่างแผ่วเบา ไออุ่นจากร่างกายของเขาถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้า เข้าไปบรรเทาความหนาวเหน็บในจิตวิญญาณของนาง
เซียนจื่อเหมยเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้กล้าต่อกรกับฟ้าดิน ดวงตาของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเย็นชาทั้งหมดที่นางใช้สร้างเป็นเกราะกำบังมานานร้อยปี พังทลายลงในวินาทีนี้
"เพราะกระบี่เล่มนี้..." นางมองไปยังกระบี่หิมะพิฆาตในมือเขา "ในวินาทีที่ข้าคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว วิญญาณบรรพบุรุษของตระกูลเซียนได้ตื่นขึ้น แลกด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดของตระกูล ข้าหลุดพ้นจากค่ายกลด้วยการระเบิดพลังปราณครึ่งหนึ่ง สังหารผู้อาวุโสทรยศไปสามคน และหนีตายมายังหุบเขาเยือกแข็งแห่งนี้... กลายเป็นนางพญาผู้ไร้ใจอย่างที่ผู้คนในยุทธภพหวาดกลัว"
นางแค่นยิ้มหยัน "แต่เจ้าก็รู้... การใช้เคล็ดวิชา 'ไร้ใจ' เพื่อมีชีวิตรอด ทำให้หัวใจของข้าค่อยๆ แข็งกระด้างและตายด้านลงทุกวัน จนกระทั่งข้าได้พบเจ้า... หลี่มู่เฉิน บุรุษผู้บ้าบิ่นผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด"
หลี่มู่เฉินดึงร่างระหงนั้นเข้าสู่อ้อมกอดอย่างไม่ลังเล อ้อมแขนที่เคยตวัดกระบี่ฟาดฟันศัตรู บัดนี้โอบกอดสตรีผู้บอบช้ำไว้แนบอก ไออุ่นจากอัคคีจิตวิญญาณเซียนในตัวเขาแผ่ซ่านโอบล้อมนางไว้ ป้องกันความหนาวเหน็บจากหุบเขาเหมันต์
"จากนี้ไป... จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อีก" หลี่มู่เฉินกระซิบชิดขมับของนาง น้ำเสียงหนักแน่นดั่งคำสัตย์สาบานต่อฟ้าดิน "หากสำนักสวรรค์ต้องการหัวใจเซียนของเจ้า พวกมันต้องก้าวผ่านศพของข้าและคมกระบี่ในมือนี้ไปก่อน ต่อให้ต้องคว่ำบาตรสวรรค์ ล้างบางแปดดินแดน ข้า... หลี่มู่เฉิน ก็จะทำมัน!"
เซียนจื่อเหมยซบหน้าลงกับอกแกร่ง หยาดน้ำตาสุดท้ายระเหยกลายเป็นไอหมอก นางหลับตาลง ยอมจำนนต่อความอบอุ่นที่นางโหยหามาตลอดชีวิต
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดคนทั้งสอง ทันใดนั้น...
*เปรี้ยงงงงงง!*
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนหุบเขาเยือกแข็งที่เคยกระจ่างใสด้วยแสงจันทร์ กลับถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยสายฟ้าสีทองอร่าม เสียงคำรามกึกก้องราวกรรมสิทธิ์แห่งสวรรค์กำลังพิโรธ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจากเบื้องบนจนพื้นศิลาหยกขาวแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
หลี่มู่เฉินตวัดสายตาขึ้นมองท้องฟ้าอย่างดุดัน ร่างเงาสีทองนับร้อยสายปรากฏขึ้นเหนือเมฆหมอก พร้อมกับเสียงกังวานเย็นเยียบที่สะท้อนก้องฟ้าดิน
"เซียนจื่อเหมย... ถึงเวลาชำระหนี้เลือดของสำนักสวรรค์แล้ว!"
และในวินาทีนั้นเอง... กระบี่หิมะพิฆาตในมือหลี่มู่เฉินก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับมันกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงมหันตภัยครั้งใหญ่ที่กำลังพุ่งตรงมายังพวกเขา!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกระบี่และสายน้ำค้างนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ)
กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 7
พันธนาการแห่งอดีต
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!